
การเมืองฉุดไทยรั้งที่โหล่เมืองศก.โตช้าสุด
พิษการเมืองทำไทยรั้งท้าย เมืองที่มีเศรษฐกิจแย่ที่สุดของโลกประจำปี 2014
พิษการเมืองทำไทยรั้งท้าย เมืองที่มีเศรษฐกิจแย่ที่สุดของโลกประจำปี 2014
สถาบันบรู๊กกิ้ง องค์กรเพื่อการวิจัยไม่แสวงผลกำไรของสหรัฐ ร่วมกับเจ.พี.มอร์แกนเชส จัดอันดับเมืองที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เร็วที่สุดของโลกระหว่างปี 2013-2014 จากทั้งหมด 300 เมืองทั่วโลก ผลปรากฏว่า กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของไทย รั้งอยู่ในอันดับสุดท้ายของตาราง ลดลงจากปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 246
รายงานระบุว่า ขณะที่ผลการดำเนินการทางเศรษฐกิจของหลายเมืองในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาสามารถขยับไต่อันดับดีขึ้นเรื่อยๆ จากในอดีต กรุงเทพฯ กลับเป็นข้อยกเว้นที่ผลการดำเนินการทางเศรษฐกิจสวนทางแย่ลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากปัญหาความวุ่นวายขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งถือเป็นสาเหตุหลักและสาเหตุเดียวที่ขัดขวางการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
การจัดอันดับวัดจากผลทางเศรษฐกิจ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ต่อหัวของประชากร และอัตราการจ้างงานระหว่างปี 2013-2014 โดยจีดีพีต่อหัวของไทยอยู่ที่ -0.5% อัตราการจ้างงานที่ -1.7% และคะแนนผลเศรษฐกิจอยู่อันดับสุดท้าย
สำหรับเมืองที่มีเศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดคือมาเก๊า เขตปกครองพิเศษของจีน ซึ่งได้อานิสงส์จากการท่องเที่ยวและธุรกิจคาสิโน ขณะที่อันดับ 2-4 คือ เมืองอิสมีร์ อิสตันบูล และเบอร์ซาของตุรกี ส่วนอันดับ 5 คือ นครดูไบ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ส่วนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรุงกัวลาลัมเปอร์ถือเป็นอันดับหนึ่งของเมืองที่ีมีเศรษฐกิจโตเร็วที่สุดที่อันดับ 19 ตามด้วยนครโฮจิมินห์ ซิตี้ ของเวียดนามที่ 23 และกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซียที่ 34
อย่างไรก็ตาม โจเซฟ พาริลลา นักวิเคราะห์บรู๊กกิ้ง เตือนว่า ในภาพรวมแนวโน้มการเติบโตครั้งนี้กำลังสะท้อนการพัฒนาที่มุ่งแต่เมืองใหญ่ ทำให้เกิดช่องว่างความแตกต่างของการพัฒนาระหว่างเมืองและชนบทในหลายประเทศทั่วโลก







