posttoday
Chugoku 1

Chugoku 1

18 มกราคม 2558

หลังจากทริปหรูบนรถไฟผ่านไปเดือนเดียว ผมก็ต้องเดินทางต่อไปกับทริปรับเชิญจากการท่องเที่ยวภูมิภาค Chugoku หนึ่งในภูมิภาคที่ยังมีคนไทยไปเที่ยวกันไม่ทั่ว เมื่อเทียบกับคันโต คันไซ ฮอกไกโดและคิวชู เหตุผลหนึ่งที่ผมพอจะนึกออกคือไม่มีสายการบินใดจากเมืองไทยที่บินตรงไปยังภูมิภาคนี้นั่นเอง หรือถ้าให้ใกล้เคียงก็ต้องบอกว่าบางกอกแอร์เวย์สเคยบินไปลงที่ Hiroshima แต่ก็ต้องยกเลิกไปในราวๆ ปี 2008 หรือ 2009 เพราะปริมาณผู้โดยสารในยุคนั้นไม่เพียงพอ จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างมาก เพราะภูมิภาค Chugoku นั้น มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายครอบคลุมทั้งประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ศาสนา และธรรมชาติ รวมทั้งอาหารการกินก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าภูมิภาค อื่นๆ รอบนี้ผมเลยถือโอกาสไปอัพเดทข้อมูลเพราะบางแห่งก็ไม่ได้ไปนานมากแล้ว บางแห่งก็ยังไม่เคยไป และทริปนี้ค่อนข้างอบอุ่นเพราะมีเพื่อนๆ จากบริษัทท่องเที่ยวร่วมคณะถึง 7 บริษัท และทั้งหมดเป็นคนไทย เดี๋ยวนี้ทางญี่ปุ่นเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าแต่ละชาติมีความชอบและความต้องการที่ไม่เหมือนกัน แน่นอนว่าทุกชาติต้องชอบการกินดีอยู่ดี แต่เรื่องเที่ยวนี่แตกต่างกันมากบ้างน้อยบ้างขึ้นอยู่กับภูมิหลังทางประว

หลังจากทริปหรูบนรถไฟผ่านไปเดือนเดียว ผมก็ต้องเดินทางต่อไปกับทริปรับเชิญจากการท่องเที่ยวภูมิภาค Chugoku หนึ่งในภูมิภาคที่ยังมีคนไทยไปเที่ยวกันไม่ทั่ว เมื่อเทียบกับคันโต คันไซ ฮอกไกโดและคิวชู เหตุผลหนึ่งที่ผมพอจะนึกออกคือไม่มีสายการบินใดจากเมืองไทยที่บินตรงไปยังภูมิภาคนี้นั่นเอง หรือถ้าให้ใกล้เคียงก็ต้องบอกว่าบางกอกแอร์เวย์สเคยบินไปลงที่ Hiroshima แต่ก็ต้องยกเลิกไปในราวๆ ปี 2008 หรือ 2009 เพราะปริมาณผู้โดยสารในยุคนั้นไม่เพียงพอ จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างมาก เพราะภูมิภาค Chugoku นั้น มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายครอบคลุมทั้งประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ศาสนา และธรรมชาติ รวมทั้งอาหารการกินก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าภูมิภาค อื่นๆ รอบนี้ผมเลยถือโอกาสไปอัพเดทข้อมูลเพราะบางแห่งก็ไม่ได้ไปนานมากแล้ว บางแห่งก็ยังไม่เคยไป และทริปนี้ค่อนข้างอบอุ่นเพราะมีเพื่อนๆ จากบริษัทท่องเที่ยวร่วมคณะถึง 7 บริษัท และทั้งหมดเป็นคนไทย เดี๋ยวนี้ทางญี่ปุ่นเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าแต่ละชาติมีความชอบและความต้องการที่ไม่เหมือนกัน แน่นอนว่าทุกชาติต้องชอบการกินดีอยู่ดี แต่เรื่องเที่ยวนี่แตกต่างกันมากบ้างน้อยบ้างขึ้นอยู่กับ
ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์หรือศาสนา ระยะหลังหลายๆ จังหวัดก็เลยจัดทริปให้แต่ละประเทศแยกกันไปเลย ต้องขอขอบคุณการท่องเที่ยวภูมิภาค Chugoku ที่เชิญผมไปเปิดหูเปิดตา โดยเฉพาะคุณ Takako Horiike เจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานที่คอยดูแลคณะของเราเป็นอย่างดี

มาทำความรู้จักกับภูมิภาค Chugoku เสียหน่อยก่อนที่จะไปเที่ยวกัน ถ้าดูจากตัวคันจิก็ควรจะแปลว่า กลางประเทศ ซึ่งเป็นตัวอักษรเดียวกันกับคำว่า ประเทศจีน ตอนผมมาที่ Chugoku เพื่อนๆ ญี่ปุ่นหลายคนถามหาว่าหายไปไหน พอผมบอกว่าอยู่แถวจูโกคุหรือจูโกขุ เพื่อนๆ นึกว่าผมไปเมืองจีนกันแทบทุกคน นอกจากจะสับสนกับคำว่าประเทศจีนแล้ว ยังสับสนในเรื่องตำแหน่งที่ตั้งอีกด้วย เพราะภูมิภาค Chugoku ไม่ได้ตั้งอยู่ตรงกลางประเทศเหมือนกับชื่อ แต่ดันตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น แต่ภาคตะวันตกของญี่ปุ่นเขาเรียกว่า Kansai ส่วนตรงกลางประเทศจริงๆ เขาเรียกว่า Chubu หรือภาคกลาง ซึ่งถูกต้องทั้งชื่อและตำแหน่งที่ตั้ง 2 คำนี้สร้างความสับสนให้กับผมเป็นอันมาก คำนึงก็กลางประเทศ (Chugoku) อีกคำก็ภาคกลาง (Chubu) แล้วคำไหนมันถูกต้องกันแน่ โชคดีที่หลายวันก่อนมีไกด์อาวุโสท่านหนึ่งแวะมาเยี่ยมผมที่ออฟฟิศ ไกด์ท่านนี้มีความรอบรู้แตกฉานภาษาทั้งภาษาญี่ปุ่นและจีนรวมทั้งประวัติศาสตร์ของทั้งสองชาติด้วย เราก็เลยนั่งถกกันเรื่อง Chugoku และ Chubu กัน สรุปสั้นๆ ว่า ก่อนยุค Sengoku หรือสงครามกลางเมือง ฝั่งตะวันออกของเมืองหลวงเกียวโตนั้นยังถือว่าเป็นดินแดนที่ห่างไกล เมืองที่มีความเจริญรองๆ ลงไปจากเกียวโตก็คือแถวเกาะคิวชู เพราะเป็นช่องทางการค้าขายกับต่างชาติ พื้นที่ที่อยู่ระหว่างเกียวโตไปจนถึงเกาะคิวชูจึงได้รับอานิสงส์ไปด้วย และเพราะพื้นที่ตรงนี้อยู่กึ่งกลางก็เลยเรียกว่า Chugoku คำว่า Chu แปลว่ากลาง ส่วนคำว่า Goku ผันมาจาก Koku ที่แปลว่าประเทศหรือในความหมายของยุคนั้นน่าจะหมายถึงแคว้นหรือจังหวัด รวมความหมายเป็นแคว้นหรือจังหวัดที่อยู่ระหว่างกลาง เรียกง่ายๆ ก็ “กลางทาง” นั่นแหละครับ ส่วน Chubu ที่หมายถึงภาคกลางในปัจจุบันนั้นเพิ่งมีใช้ในยุคหลังจากที่ผนวกรวมเกาะฮอกไกโดมาแล้ว จึงมีการจัดเรียงภูมิภาคกันใหม่ให้ถูกทิศถูกทาง ส่วน Chugoku เรียกกันมาหลายร้อยปีแล้วจะไปเปลี่ยนใหม่ก็ยุ่งยาก อีกทั้ง Kansai ก็มีไปแล้ว จะผนวกรวมจูโกคุเข้าไปอีกก็จะทำให้พื้นที่การปกครองกว้างเกินไป เลยคงชื่อภูมิภาค Chugoku เอาไว้อย่างเดิม

ภูมิภาคจูโกคุประกอบด้วย 5 จังหวัด คือ Yamaguchi Hiroshima Okayama Tottori และ Shimane 3 จังหวัดแรกอยู่ด้านใต้ติดทะเลเซโตะ แถบนี้มีชื่อเรียกว่า Sanyo ใครนั่งรถไฟชิงกังเซนจากโอซาก้าไปลงฮากาตะคงจำได้ว่าเส้นทางรถไฟสายนั้น คือ Sanyo Lines จะซื้อตั๋ว JR Pass เที่ยวแถบนั้นก็ซื้อ Sanyo Area Pass ใครที่เคยเดาว่าน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับเครื่องไฟฟ้ายี่ห้อใดคงสิ้นสงสัยแล้วนะครับ ส่วนอีก 2 จังหวัดหลังอยู่ด้านเหนือติดกับทะเลญี่ปุ่นเรียกว่า Sanin โดยมี Hiroshima เป็นเมืองเอกของภูมิภาค Hiroshima มีประวัติมายาวนานผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่าทุกจังหวัดของญี่ปุ่น มีมรดกโลกถึง 2 แห่ง คือ อะตอมมิคบอมบ์โดม อาคารหลังเดียวที่หลงเหลือจากการทิ้งระเบิดปรมาณู คู่กันกับศาลเจ้า Itsukushima บนเกาะ Miyjima ที่ใครได้ไปเยี่ยมชมแล้วไม่เคยผิดหวัง โดยเฉพาะเสาโทริอิกลางน้ำที่คงความขลังมาจนถึงวันนี้ มี Kenrokuen สวนสวยติดอันดับหนึ่งในสามของญี่ปุ่นและเมืองเก่าแสนจะโรแมนติกอย่าง Kurashiki ที่จังหวัด Okayama มีสะพานห้าโค้ง Kintaikyo อันงดงามคู่กับถ้ำหินที่แสนจะมหัศจรรย์แห่งจังหวัด Yamaguchi มีเนินทรายริมทะเลอันแปลกตาและถนนสายปีศาจในจังหวัด Tottori รวมทั้งศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ Izumo Taisha ที่บรรดาเหล่าทวยเทพของญี่ปุ่นมาชุมนุมกันและพิพิธภัณฑ์ Adachi ที่สวยจับใจในจังหวัด Shimane อาหารการกินของภูมิภาคนี้ก็โดดเด่นไม่แพ้ใครเช่นโอโคโนมิยากิของฮิโรชิมะ บาระซูชิของโอคะยามะ ปลาไหลโดะโจของชิมาเนะ ปลาปักเป้าของยามากูจิ หรือปูมัทสึบะของทตโทริ เป็นต้น

ด้วยความหลากหลายของทรัพยากรการท่องเที่ยว ผมจึงรู้สึกเสียดายถ้านักท่องเที่ยวชาวไทย จะผ่านภูมิภาคนี้ไปโดยไม่ได้แวะเที่ยว สัปดาห์หน้าผมจะค่อยๆ พาท่านผู้อ่านลัดเลาะไปทีละจังหวัด เที่ยวบ้างชิมบ้าง รับรองว่าสนุกจนต้องอยากไปครับ

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว