posttoday
เร่งค้นหาแอร์เอเชียอิเหนา ไม่รู้ชะตากรรม 162 ชีวิต

เร่งค้นหาแอร์เอเชียอิเหนา ไม่รู้ชะตากรรม 162 ชีวิต

29 ธันวาคม 2557

เกิดเหตุเครื่องบินแอร์บัส 320-200 เที่ยวบินคิวแซด 8501 ของสายการบินอินโดนีเซีย แอร์เอเชีย บินฝ่าพายุเหนือน่านฟ้าอินโดนีเซีย ก่อนกัปตันขอเพิ่มเพดานบินและขาดการติดต่อไป ยังไม่รู้ชะตากรรมผู้โดยสารพร้อมกับลูกเรือรวม 162 ชีวิต ระหว่างเดินทางจากเมืองสุราบายาบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย มุ่งหน้าไปยังสิงคโปร์ เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 28 ธ.ค.

เกิดเหตุเครื่องบินแอร์บัส 320-200 เที่ยวบินคิวแซด 8501 ของสายการบินอินโดนีเซีย แอร์เอเชีย บินฝ่าพายุเหนือน่านฟ้าอินโดนีเซีย ก่อนกัปตันขอเพิ่มเพดานบินและขาดการติดต่อไป ยังไม่รู้ชะตากรรม
ผู้โดยสารพร้อมกับลูกเรือรวม 162 ชีวิต ระหว่างเดินทางจากเมืองสุราบายาบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย มุ่งหน้าไปยังสิงคโปร์ เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 28 ธ.ค.

รายงานระบุว่า เที่ยวบินดังกล่าวทะยานขึ้นจากสนามบินในเมืองสุราบายา เมื่อเวลา 05.35 น. ตามเวลาท้องถิ่นในอินโดนีเซีย ซึ่งช้ากว่าเวลาปลายทางที่สิงคโปร์ 1 ชั่วโมง โดยมีกำหนดถึงสิงคโปร์ในเวลา 08.30 น. อย่างไรก็ตาม เที่ยวบินดังกล่าวได้ขาดการติดต่อไปเมื่อเวลา 07.24 น.

ทางด้านสายการบินแอร์เอเชียของมาเลเซีย ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของสายการบินดังกล่าว ระบุว่า ยังไม่ทราบชะตากรรมของผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด ขณะที่ทางด้าน อิกนาเซียส โจนัน รัฐมนตรีคมนาคมอินโดนีเซีย ระบุว่า ได้รับสัญญาณทางเที่ยวบินดังกล่าวครั้งสุดท้าย ในขณะที่ทำการบินอยู่ระหว่างเมืองปอนเตียนัก และเมืองตันจุงปันดัน ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาเครื่องบินลำดังกล่าวบริเวณใกล้กับเกาะเบลิตัง ซึ่งใกล้กับจุดที่เครื่องหายไปจากจอเรดาร์มากที่สุด

แอร์เอเชียได้ระบุในแถลงการณ์ว่า เที่ยวบินนี้ได้บินตามแผนการบินที่ส่งไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่ได้ทำการขอเปลี่ยนทิศทางการบินก่อนที่เครื่องจะหายไป เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่ดีนัก โดยจุดที่เครื่องสูญหายไปนั้นยังอยู่ในพื้นที่ของศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศของอินโดนีเซีย

ทางด้าน ดโจโก มูเรีย โมโจ ผู้อำนวยการสำนักงานการเดินทางทางอากาศของอินโดนีเซีย ระบุว่า เครื่องบินลำนี้ได้ทำการบินอยู่ที่ระดับความสูง 3.2 หมื่นฟุต เหนือระดับน้ำทะเล และได้ขอเพิ่มระดับเพดานบินให้สูงขึ้นไป แต่ทว่าหลังจากนั้นเครื่องก็ได้ขาดการติดต่อไปในที่สุด

ด้านเว็บไซต์พยากรณ์อากาศชื่อดังอย่าง แอคคิวเวเธอร์ ดอตคอม ระบุในเว็บไซต์ว่า ในเส้นทางบินของเที่ยวบินนี้เต็มไปด้วยสภาพอากาศที่เลวร้าย ซึ่งช่วงเวลานี้ของปีถือเป็นช่วงที่ฝนตกหนักในอินโดนีเซียมากที่สุดด้วย

บลูมเบิร์ก รายงานว่า เที่ยวบินลำดังกล่าวมีนักบินประจำหน้าที่ 2 คน พนักงานต้อนรับ 4 คน และวิศวกร 1 คน โดยกัปตันประจำเที่ยวบินนี้ผ่านชั่วโมงบินมาแล้ว 6,100 ชั่วโมง ขณะที่กัปตันผู้ช่วยผ่านชั่วโมงบินมา 2,275 ชั่วโมง

ขณะที่ผู้โดยสารมีทั้งสิ้น 155 คน เป็นผู้ใหญ่ 138 คน และเด็ก 16 คน ในจำนวนนี้มีชาวสิงคโปร์ 1 คน มาเลเซีย 1 คน ชาวฝรั่งเศส 1 คน ชาวเกาหลีใต้ 3 คน และที่เหลือเป็นชาวอินโดนีเซีย

ส่วนเครื่องบินลำนี้ได้เข้ารับการตรวจสภาพตามตารางเมื่อเดือน พ.ย.นี้เอง โดยทางด้าน โทนี เฟอร์นันเดซ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของแอร์เอเชีย ได้เดินทางไปยังเมืองสุราบายาแล้ว พร้อมกับคณะผู้บริหารของสายการบิน

สายการบินแอร์เอเชียมีเครื่องบินแอร์บัส 320 ให้บริการมากถึง 171 ลำ โดยให้บริการอยู่ในสายการบินลู อินโดนีเซีย แอร์เอเชีย 30 ลำ  โดยเครื่องบินรุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นยอดนิยมที่สายการบินต่างๆ ทั่วโลกในเส้นทางบินระยะใกล้  โดยทั่วโลกมีการใช้เครื่องบินรุ่นนี้มากกว่า 3,600 ลำ โดยสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ระหว่าง 150-180 คน

ทั้งนี้ ปี 2014 ถือว่าเป็นปีที่เลวร้ายอย่างยิ่งสำหรับการบินมาเลเซีย หลังจากที่เกิดเหตุการสูญหายของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เมื่อต้นปี ตามมาด้วยเที่ยวบินเอ็มเอช 17 ที่ถูกยิงตกในยูเครน ก่อนที่จะเกิดการสูญหายของเครื่องบินแอร์บัส 320 ของแอร์เอเชีย อินโดนีเซียในครั้งนี้

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน