posttoday
วิกฤตหนี้ 'โรคร้าย' ระบาดทั่วยุโรป

วิกฤตหนี้ 'โรคร้าย' ระบาดทั่วยุโรป

13 มิถุนายน 2553

ทยอยผุดความเน่าช้ำมาให้เห็นทีละประเทศแทบไม่เว้นสัปดาห์ เช่นกันกับช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ฮังการีส่อเค้าความเลวร้าย และเศรษฐกิจทรุดลงอย่างหนัก สร้างความวิตกว่าฮังการีจะเดินตามรอยเท้ากรีซไปอีกประเทศหนึ่งแล้ว

นักลงทุนหวั่นทรุดตามรอยกรีซ อีกทั้งยังทำให้ตลาดหุ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาร่วงโรยตามกระแสข่าวอีกด้วย นักวิเคราะห์เชื่อว่าช่วงเวลานี้ตลาดยังคงเปราะบาง กระแสข่าวในเชิงลบจะสร้างความผันผวนเป็นอย่างมากให้กับนักลงทุน

ทั้งนี้ จากการเดินหน้าเผชิญข่าวร้ายของประเทศต่างๆ ในยุโรปมาโดยตลอด ไล่ตั้งแต่รัฐบาลกรีซ สเปน โปรตุเกส จนมาถึงฮังการี และหวั่นใจไปถึงสถานการณ์เศรษฐกิจของอังกฤษและฝรั่งเศส นั่นเป็นผลให้ แจ็กสัน วอง รองประธาน บริษัท ทันริช ซีเคียวริตี ของฮ่องกง ออกมาเปรียบเทียบสถานการณ์วิกฤตหนี้ดังกล่าวของประเทศยูโรโซนว่า เป็นเหมือนโรคมะเร็งร้ายที่แพร่จากประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง และผู้คนกำลังกลัวว่าสถานการณ์นี้จะแพร่กระจายไปยังประเทศใหญ่ๆ

สถานการณ์ดังกล่าวยังทำให้ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินยูโรร่วงต่ำสุดในรอบ 4 ปี ดิ่งลงมาอยู่ที่ 1.1921 เหรียญสหรัฐต่อยูโร นับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2006

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการลดและต้องรับการคืบคลานของวิกฤตหนี้ กลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร 16 ประเทศ หรือยูโรโซน ยังได้อนุมัติและเดินเครื่องจัดตั้งกองทุนฉุกเฉินมูลค่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 32 ล้านล้านบาท) เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนที่จะสามารถปล่อยกู้ให้กับประเทศยูโรโซนได้ตั้งแต่ในเดือนนี้เป็นต้นไป อีกทั้งยังเป็นการฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนอีกด้วย

แต่ละประเทศที่เป็นสมาชิกจะสามารถขอกู้เงินได้ด้วยมูลค่าสูงสุดราว 4.4 แสนล้านยูโร (ราว 17 ล้านล้านบาท)

ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ แต่ละประเทศในยูโรโซนยังประกาศจะแข็งขัน ในมาตรการรัดเข็มขัดให้มากยิ่งขึ้น เอาอย่างเยอรมนีที่ประกาศจะเป็นตัวอย่างที่ดีในการลดงบประมาณภาครัฐอย่างจริงจัง

ทว่า ในขณะที่รัฐบาลของแต่ละประเทศเดินหน้ามาตรการรัดเข็มขัด กระแสความไม่พอใจของประชาชนในประเทศของตนเองกลับระอุขึ้นมากไม่แพ้กัน โดยบรรดาสหภาพแรงงานต่างๆ ผุดออกมาประกาศผละงานประท้วงกันเป็นว่าเล่น

เอเชียตั้งมั่นเตรียมรับมือวิกฤตลาม

แต่ที่น่าหวั่นใจมากที่สุดในรอบสัปดาห์ก็คือ การออกมาเตือนของทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่ระบุว่า สถานการณ์ของวิกฤตหนี้ยุโรปอาจจะบานปลาย และส่งผลกระทบต่อประเทศในเอเชียได้ เนื่องจากว่าประเทศในเอเชียยังคงพึ่งพาการส่งออกเป็นสำคัญ

นาโอยูกิ ชิโนฮาระ รองกรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟ แนะให้รัฐบาลแต่ละประเทศเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในขณะที่รัฐบาลออสเตรเลีย หนึ่งในประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยังคงยืนยันหนักแน่นว่า แม้ว่าวิกฤตดังกล่าวจะลุกลามมายังเอเชีย ออสเตรเลียจะได้รับผลกระทบที่น้อยมากเนื่องจากหลายปัจจัย หนึ่งในนั้นก็คือสัดส่วนการส่งออกที่มุ่งส่งออกมายังประเทศในเอเชียเป็นตลาดใหญ่

ตลาดสมาร์ตโฟนต้อนรับไอโฟน 4

ด้านตลาดสมาร์ตโฟนในช่วงสัปดาห์นี้ก็ได้เฮกันอีกครั้ง เมื่อบริษัท แอปเปิล นำโดย สตีฟ จ๊อบส์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ซีอีโอ) ผู้โด่งดัง ประกาศปล่อยไอโฟน 4 น้องใหม่มาแรงบุกตลาด พร้อมย้ำว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงแบบที่เรียกว่าก้าวกระโดดสำหรับไอโฟนเลยทีเดียว

ทั้งนี้ จุดขายสำคัญก็คงอยู่ที่รูปร่างที่บางเฉียบ ที่ซีอีโอคนดังยืนยันว่านี่เป็นสมาร์ตโฟนที่บางที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโลกเลยทีเดียว ด้วยความเพรียวบางจากเดิมถึง 24% โดยนักวิเคราะห์มองว่าสิ่งที่ยั่วยวนใจและปลุกใจแฟนแอปเปิลและผู้ซื้อมากก็คือ ราคาที่ทางแอปเปิลตั้งไว้ค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทตัวอื่นๆ

นอกจากนี้ การเปิดตัวไอโฟนออกมาในครั้งนี้ถือว่าเป็นการบุกตลาดและสร้างความร้อนแรงให้กับตลาดสมาร์ตโฟนเป็นอย่างมาก

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก