posttoday
ยกเครื่องเมืองไร้ระเบียบเสนอตั้ง "กก.ผังเมืองระดับชาติ"

ยกเครื่องเมืองไร้ระเบียบเสนอตั้ง "กก.ผังเมืองระดับชาติ"

25 พฤศจิกายน 2557

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

การจัดการผังเมืองเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ยืดเยื้อมานานหลายสิบปี ส่งผลกระทบให้ทุกเมืองใหญ่ขยายตัวอย่างไร้ทิศทาง มหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 เป็นบทเรียนที่สะท้อนปัญหาให้เห็นว่าการขยายตัวของเมือง ชุมชน โรงงานต่างๆ นั้น ปิดกั้นเส้นทางการไหลของน้ำอย่างไร

ภราเดช พยัฆวิเชียร นายกสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย ฉายภาพวิกฤตผังเมืองอย่างน่าตกใจว่า “ในประเทศไทยไม่มีใครให้ความสำคัญในเรื่องการจัดการผังเมืองเลย”

นายกสมาคมสถาปนิกผังเมืองฯ ขยายความว่า แนวคิดของรัฐล้วนแต่ต้องการสนับสนุนการเติบโตของเมือง เช่น การสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษรับประชาคมอาเซียน แต่กลับไม่ได้สนใจว่าจะวางผังเมืองอย่างไร โรงงานอุตสาหกรรมจะตั้งที่ไหน ถนนหนทางจะเชื่อมโยงกับเมืองอื่นอย่างไร คิดแต่ว่าจะใช้ที่ดินตรงไหนที่หาง่ายที่สุด หรือจะสร้างเขตอุตสาหกรรม แต่แรงงานจะพักอาศัยในพื้นที่ใด เดินทางอย่างไร กลับไม่วางแผนตั้งแต่แรก หากเป็นเช่นนี้ก็หมายความว่าปล่อยให้เมืองขยายออกไปเรื่อยๆ แล้วค่อยตามแก้ทีหลังแทน

“ปัจจัยสำคัญคือกฎหมายผังเมืองไม่เข้มแข็ง กฎหมายเดิมบอกว่าถ้าผังเมืองหมดอายุจะทำอะไรก็ได้ ทีนี้ก็มั่ว ผังเมืองจะต้องไม่มีหมดอายุ การปรับผังเมืองใหม่ทำได้ แต่จะต้องประกาศใหม่ก่อนถึงจะสามารถยกเลิกอันเก่า”

ข้อเสนอของภราเดชและสมาคมสถาปนิกผังเมืองฯ ข้อแรก ได้แก่ ตั้งคณะกรรมการนโยบายผังเมืองและการใช้ที่ดิน เพื่อกำหนดกรอบผังเมืองในระดับนโยบาย และให้มีสำนักงานเป็นตัวขับเคลื่อน ระนาบเดียวกับหน่วยงานอย่าง “สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” แต่หน่วยงานนี้จะทำเรื่องผังเมืองและการใช้ที่ดินเพียงอย่างเดียว

“ต้องมีทุกส่วน ภาคธุรกิจ ภาคเศรษฐกิจ ภาคสังคม เช่น หากจะขยายพื้นที่อุตสาหกรรม ควรจะต้องวางแผนอะไร หรือหากจะย้ายพื้นที่อุตสาหกรรมไปไว้จังหวัดนี้ต้องจัดโซนนิ่งอย่างไร ภาคสังคมห่วงเรื่องสิ่งแวดล้อมอะไรบ้าง รัฐต้องสนับสนุนระบบขนส่งมวลชน สาธารณูปโภคในรูปแบบใด เขตอุตสาหกรรมก็จะเดินหน้าไปได้ ไม่ต้องขยายอย่างไร้ทิศทาง”

นอกจากนี้ การวางแผนผ่านคณะกรรมการระดับชาติจะแก้ปัญหาปัจจุบันที่ผังเมืองขึ้นอยู่กับส่วนราชการในระดับจังหวัด เช่น ผัง กทม.ไม่เชื่อมโยงกับปริมณฑล ต้องมองไประยะยาวถึงขั้นว่าหากเมืองขยายตัวถึงจุดหนึ่งแล้ว พื้นที่ไหนควรสงวนไว้ทำท่าเรือ โรงไฟฟ้า หรือพื้นที่อนุรักษ์ เพื่อจะไม่ต้องเกิดปัญหาหาที่ดินก่อสร้างในภายหลัง

ส่วนข้อเสนอที่สอง ภราเดชเสนอให้แก้กระบวนการจัดทำผังเมือง ที่ปกติให้นักวิชาการกรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นคนร่างฝ่ายเดียว เป็นการเรียนรู้และทำกรอบร่วมกับชาวบ้าน โดยมองยุทธศาสตร์ในระยะยาวว่าต้องการให้เมืองเป็นเมืองแบบใด เช่น เป็นเมืองอนุรักษ์ เมืองเศรษฐกิจ เมืองท่องเที่ยว หรือเมืองอุตสาหกรรม เมื่อได้ข้อสรุปชัดเจน นักผังเมืองก็ต้องไปออกแบบตามความต้องการของชาวบ้าน

ข้อเสนอที่สาม ได้แก่ การแก้ พ.ร.บ.ผังเมือง พ.ศ. 2518 ให้เกิดความเชื่อมโยงกับคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้น และมีกระบวนการร่วมจัดทำความคิดเห็นของประชาชน และข้อสุดท้าย ได้แก่ การออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อให้เกิด “ผังเมืองเฉพาะ” สำหรับกำหนดรายละเอียดในการใช้ที่ดิน กำหนดการปลูกสร้าง การเว้นว่างพื้นที่ ความสูงอาคาร หรือพื้นที่อนุรักษ์ในแต่ละเมือง เพื่อให้สามารถจัดการเมืองอย่างเป็นระเบียบได้ รวมถึงใช้มาตรการทางภาษีจูงใจได้ในที่สุด

นอกจากนี้ ภราเดชยังสนับสนุนการออก พ.ร.บ.ภาษีที่ดิน และภาษีมรดก ลดปัญหาการซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไร เช่น มหานครนิวยอร์กกำหนดว่า หากมีที่ดินแล้วไม่ทำอะไรจะต้องเสียภาษีในอัตราสูงมาก ทำให้มีการพัฒนาสวนหย่อมหรือลานกีฬาเพื่อสาธารณะ เลี่ยงการจ่ายภาษี ซึ่งช่วยให้เมืองใหญ่ๆ มีพื้นที่สาธารณะเพิ่มขึ้นอีกมาก

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท