
จีน-รัสเซียแน่นแฟ้นฉลุยดีลท่อส่งก๊าซแห่งที่2
มังกรหมีขาวบรรลุข้อตกลงสร้างท่อก๊าซแห่งที่ 2 คาดจีนจะเป็นลูกค้ารายใหญ่ภายในปี 2020
มังกรหมีขาวบรรลุข้อตกลงสร้างท่อก๊าซแห่งที่ 2 คาดจีนจะเป็นลูกค้ารายใหญ่ภายในปี 2020
บลูมเบิร์กรายงานว่า ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง แห่งจีน กับประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย บรรลุข้อตกลงในความร่วมมือด้านพลังงาน ซึ่งหมายรวมถึงความร่วมมือในการพัฒนาท่อส่งก๊าซเส้นหลักแห่งที่ 2 จากรัสเซียไปจีน หลังจากที่บรรลุข้อตกลงในการสร้างท่อส่งก๊าซแห่งแรกมูลค่า 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 12.8 ล้านบาท) ไปเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ก๊าซพรอม รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานรายใหญ่ที่สุดของแดนหมีขาว กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาขายก๊าซให้กับจีนปริมาณราว 3 หมื่นลูกบาศก์เมตร/ปี โดยมีอายุสัญญา 30 ปี จากแหล่งผลิตในไซบีเรียตะวันตก เช่นเดียวกับรอสเนฟท์ รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของแดนหมีขาวอีกรายหนึ่งที่กำลังตัดสินใจจะขายหุ้นในกิจการในส่วนการผลิตไซบีเรีย 10% ให้กับไชน่า ปิโตรเลียม คอร์ป (ซีเอ็นพีซี) รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของจีน
อเล็กแซย์ มิลเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของก๊าซพรอม เปิดเผยว่า รัสเซียอาจเริ่มขายก๊าซให้กับจีนภายในช่วง 4-6 ปีข้างหน้า ตามสัญญาที่ทำกับซีเอ็นพีซี
กอร์ดอน กวาน นักวิเคราะห์ของโนมูระ แสดงความเห็นว่า หากข้อตกลงทั้งสองจะทำให้ปริมาณการส่งออกก๊าซจากรัสเซียมีสัดส่วนคิดเป็น 17% ของการบริโภคทั้งประเทศภายในปี 2020
นอกจากนี้ จากเว็บไซต์ของซีเอ็นพีซี ข้อตกลงซื้อขายก๊าซธรรมชาติระหว่างรัสเซียกับจีนจะส่งผลให้จีนกลายเป็นผู้นำเข้าก๊าซรายใหญ่ที่สุดของรัสเซียแทนที่เยอรมนี
ในเวลาเดียวกัน ผู้นำแดนมังกรกับแดนหมีขาวยังสามารถบรรลุข้อตกลงในความร่วมมืออีกหลายด้าน รวมถึงข้อตกลงทางด้านการเงินอีกด้วย
ประธานาธิบดี ปูติน กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดของความร่วมมือระหว่างจีนกับรัสเซียคือ การทำให้โลกอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ มีความเสถียรภาพ และคาดเดาได้
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน แสดงความเห็นในประเด็นความสัมพันธ์กับรัสเซียว่า ทั้งสองประเทศได้ดูแลต้นไม้แห่งความสัมพันธ์มาอย่างยาวนาน และขณะนี้ก็ถึงเวลาที่จะเก็บเกี่ยวดอกผล
ทั้งนี้ รัสเซียพยายามขยายตลาดในจีนเพื่อกระจายตลาดส่งออกและกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากที่สหรัฐกับสหภาพยุโรป (อียู) ร่วมมือกันคว่ำบาตรรัสเซียต่อกรณีความวุ่นวายทางการเมืองในยูเครน







