posttoday
'ฮาโตยามา' ผู้ดับฝันชาวญี่ปุ่น 'คัง' ผู้แบกความหวังของผู้คน

'ฮาโตยามา' ผู้ดับฝันชาวญี่ปุ่น 'คัง' ผู้แบกความหวังของผู้คน

06 มิถุนายน 2553

สัปดาห์นี้ประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นสถานการณ์ทางการเมืองของญี่ปุ่น ที่มีการเปลี่ยนอำนาจ อำลานายกรัฐมนตรี ยูคิโอะ ฮาโตยามา คนที่ 4 ในรอบ 4 ปี และต้อนรับผู้นำคนใหม่ นาโอโตะ คัง ซึ่งเป็นที่จับตามอง ไม่เพียงแต่ในเอเชียเท่านั้น แต่เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจทั่วโลกอยู่ไม่น้อย เนื่องจากประเด็นดังกล่าวถูกโยงไปถึงเรื่องของความสัมพันธ์ของสหรัฐและญี่ปุ่นด้วย

ทั้งนี้ นายกฯ ฮาโตยามา ของญี่ปุ่น ประกาศลาออกจากตำแหน่งด้วยสองเหตุผลสำคัญ คือ ปัญหาที่ไม่สามารถทำตามคำมั่นที่ให้ไว้กับประชาชน โดยเฉพาะชาวโอกินาวา ในเรื่องของการย้ายฐานทัพอากาศของสหรัฐออกจากพื้นที่บนเกาะโอกินาวาดังกล่าว

ส่วนประเด็นที่สอง ก็คือการพยายามที่จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับพรรคประชาธิปไตยของญี่ปุ่น (ดีพีเจ) เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางพรรคมีเรื่องอื้อฉาวในการพยายามระดมเงินทุนสนับสนุนพรรค

นอกจากนี้ สื่อจำนวนมากต่างก็มองว่า หนึ่งในสาเหตุที่ฮาโตยามาไม่สามารถเดินหน้าตามที่ให้สัญญาไว้กับประชาชนชาวโอกินาวาได้นั้น เป็นเพราะได้รับแรงกดดันจากทางประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐอย่างหนัก อีกทั้งสัญญาที่ยิ่งใหญ่และมากมายจนเกินไปที่ฮาโตยามาให้ไว้กับประชาชน จนสามารถโกยคะแนนเสียงสร้างปรากฏการณ์ชิงเก้าอี้นายกฯ จากพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) มาได้ แต่ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา คำมั่นสัญญาที่ยิ่งใหญ่เหล่านั้นยังส่งผลให้เห็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แต่เพียง 3 วัน หลังจากการประกาศลาออกของฮาโตยามา ทางพรรคได้ลงคะแนนเสียงเลือกผู้นำพรรคคนใหม่ และรัฐสภาก็มีการลงมติเลือกนายกฯ คนใหม่ ซึ่งนาโอโตะ คัง ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลังในสมัยนายกฯ ฮาโตยามา ได้ขึ้นรั้งตำแหน่งนายกฯ

นาโอโตะ คัง วัย 63 ปี มีพื้นฐานและต้นทุนทางสังคมต่างจากฮาโตยามาอย่างมาก โดยเติบโตมาจากครอบครัวธรรมดาๆ ก่อนการก้าวขึ้นสู่เวทีการเมือง คังเป็นเพียงนักรณรงค์ทางด้านสังคม

ภารกิจที่คังต้องเร่งเดินหน้า ก็คือการแก้ไขปัญหาภาวะหนี้สินและภาวะเงินฝืดของญี่ปุ่นด้วย

นอกจากนี้ ภารกิจที่ต้องเดินหน้าและที่สำคัญที่สุดก็คือ การฟื้นคะแนนเสียงที่ดิ่งลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา กลับคืนมาให้ได้โดยเร็วที่สุด ก่อนที่จะถึงนาทีแห่งการลงชิงชัยเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาของญี่ปุ่นจะดำเนินมาถึง

ส่วนเรื่องของนโยบายด้านการต่างประเทศและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้น คังยืนยันว่าความสัมพันธ์ของสหรัฐและญี่ปุ่นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และจะต้องดำเนินต่อไป แต่จะเน้นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างมิตรประเทศในเอเชียให้มากยิ่งขึ้น

หนี้ยูโรโซนยังลามไม่หยุด

ส่วนประเด็นด้านเศรษฐกิจในสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็หนีไม่พ้นภาวะของวิกฤตหนี้ในประเทศยูโรโซน ที่ตั้งต้นมาตั้งแต่วิกฤตหนี้ของกรีซ ลุกลามมายังสเปน โปรตุเกส และตอนนี้ที่น่าจับตามองคงเป็นประเทศฝรั่งเศสและฮังการี โดยในสัปดาห์นี้มีการเตือนมาจากกระทรวงงบประมาณ ว่าฝรั่งเศสจำเป็นต้องก้าวเข้าสู่นโยบายรัดเข็มขัด ก่อนที่จะถูกปรับลดระดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน

นอกจากนี้ ล่าสุดประเทศฮังการีออกมาประกาศว่า ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจขั้นรุนแรง ซึ่งดึงเอาหุ้นสหรัฐและค่าเงินเหรียญสหรัฐดิ่งระนาว

อีกทั้งปัญหาหนี้สินของรัฐบาลประเทศยูโรโซน กำลังจะส่งผลกระทบไปยังธนาคารต่างๆ ในยุโรปที่อาจจะต้องเผชิญกับภาวะหนี้เน่าที่สูงขึ้นอย่างมหาศาลราวกว่า 1.95 แสนล้านยูโร (ราว 7.84 ล้านล้านบาท) ภายในช่วงปลายปี 2554

อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐและจีนในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน โดยมีรายงานระบุว่า หนี้สาธารณะสหรัฐพุ่งไปอยู่ที่ 13 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ก่อนหน้านี้ สหรัฐได้ทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลไปกับการพยายามที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ

ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเลขอัตราการว่างงานของสหรัฐก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ และแสดงให้เห็นถึงความไม่มีเสถียรภาพ และความเปราะบางอย่างยิ่งสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐ ระบุว่า มีตำแหน่งงานใหม่ในตลาดแรงงานเพียงราว 4.31 แสนตำแหน่ง จากที่คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ 5 แสนตำแหน่ง โดยส่วนใหญ่ยังเป็นตำแหน่งงานชั่วคราวอีกด้วย

ในขณะที่จีนต้องระมัดระวังเรื่องของปัญหาฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ก่อตัว ขยายความน่ากลัวให้มากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าก่อนหน้านี้ จีนจะพยายามยับยั้งความร้อนแรงของภาคอสังหาริมทรัพย์ด้วยการควบคุมเงินกู้ และการลดสัดส่วนการจ่ายเงินดาวน์บ้านหลังที่ 2 มาแล้วก็ตาม จนมีการออกมาเตือนว่า ปัญหาฟองสบู่ของจีนถือเป็นเรื่องใหญ่ และอาจจะมีความรุนแรงกว่าในสหรัฐและอังกฤษช่วงก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงิน

ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโลกป่วน

สัปดาห์ที่ผ่านมายังเกิดเหตุภัยธรรมชาติที่สร้างความตื่นตะลึงและตกใจให้กับผู้ที่ได้เห็นภาพของซิงก์โฮล หรือหลุมขนาดใหญ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 เมตร ลึกประมาณ 30 เมตร ที่ใจกลางกรุงกัวเตมาลาซิตี ประเทศกัวเตมาลา หลังจากที่ต้องเผชิญกับพายุโซนร้อนอากาธา ที่พัดเข้าถล่มจนทำให้เกิดฝนตกอย่างหนัก และดินถล่มฝังร่างของประชาชนชาวกัวเตมาลา

ทั้งนี้ พายุลูกดังกล่าวเป็นพายุลูกแรกในฤดูมรสุม โดยพัดเข้าถล่มในพื้นที่อเมริกากลาง ซึ่งส่งผลกระทบไปยังประเทศฮอนดูรัสและเอลซัลวาดอร์อย่างรุนแรง จนทางรัฐบาลต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน

ตัวเลขล่าสุดมียอดผู้เสียชีวิตพุ่งไปเกือบ 200 คนแล้ว

อีกทั้งยังมีอากาศที่แปรปรวนและฝนตกอย่างหนักในนครซิดนีย์ของออสเตรเลีย พื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศจีนอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท