
ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก
เป็นการยืนยันให้เห็นจุดยืนอย่างชัดเจนสำหรับปัจจัยด้านลบต่างๆ ที่ยังเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจโลก หลังจากที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ระบุว่า โลกกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านลบมากขึ้น ท่ามกลางการเติบโตของโลกที่ชะลอตัวกว่าที่คาด และไม่มีเสถียรภาพ
เป็นการยืนยันให้เห็นจุดยืนอย่างชัดเจนสำหรับปัจจัยด้านลบต่างๆ ที่ยังเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจโลก หลังจากที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ระบุว่า โลกกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านลบมากขึ้น ท่ามกลางการเติบโตของโลกที่ชะลอตัวกว่าที่คาด และไม่มีเสถียรภาพ
สำหรับภัยคุกคามที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ก็มาจากหลายปัจจัยด้วยกัน ปัจจัยแรก คือ ความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ในยูเครนและตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมาหลายเดือน
ทั้งนี้ แม้ว่าจะไม่ได้เห็นตามสื่อบ่อยเท่าไร ทว่าการต่อสู้ของกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนที่สนับสนุนรัสเซียและทหารยูเครนก็เกิดขึ้นรายวัน ส่วนในกรณีของตะวันออกกลางนั้นก็ต้องบอกว่า ขณะนี้กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) มีแนวโน้มที่จะบุกยึดเมืองโคบานี เมืองชายแดนของซีเรียที่ติดกับตุรกีได้แล้ว
ส่วนปัจจัยที่สอง คือ เงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำของยูโรโซน ใกล้เข้าสู่ภาวะเงินฝืดเข้าไปทุกขณะ โดยเงินเฟ้อเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา อยู่ที่เพียง 0.3% เท่านั้น โดยทางไอเอ็มเอฟเองก็เตือนว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและเงินเฟ้อที่ตกต่ำในยูโรโซนนั้นจะเป็นประเด็นปัญหาหลักต่อเศรษฐกิจของโลก
ปัจจัยที่สาม คือ การปรับนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เคยเผชิญกับความผันผวนมาแล้วเมื่อกลางปี ยิ่งเมื่อเฟดปรับดอกเบี้ยขึ้นแน่นอนว่า ย่อมมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อทุนไหลออกและความสามารถในการชำระหนี้
ปัจจัยที่สี่ คือ การระบาดของอีโบลา นับเป็นภัยคุกคามเงียบต่อเศรษฐกิจที่ขณะนี้หลายฝ่ายเริ่มหันมาจับตากันบ้างแล้ว แม้กระทั่งไอเอ็มเอฟเอง หลังจากที่ขณะนี้การระบาดเริ่มแพร่กระจายออกนอกแอฟริกาตะวันตกแล้ว โดยสหรัฐเพิ่งพบผู้ติดเชื้อรายที่ 2 ซึ่งแน่นอนว่า หากโรคระบาดลุกลามไปหลายประเทศทั่วโลก ย่อมไม่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจอย่างแน่นอน







