
ถลกหนัง อำนาจรัฐกับคอร์รัปชั่น... (8)
การเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งชาติกรุงโซล ในปลายสมัยที่ชอนดูฮวาน เป็นประธานาธิบดี
โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]
การเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งชาติกรุงโซล ในปลายสมัยที่ชอนดูฮวาน เป็นประธานาธิบดี (ค.ศ. 1980-1988) หล่อหลอมให้พวกเรามีทักษะในการเอาตัวรอดที่น่าทึ่งมาก กล่าวคือ ต้องรู้ดินฟ้า มีหูทิพย์ และฝีเท้าไว มิเช่นนั้นอาจพลัดหลงไปยืนกลางถนนที่มีแก๊สน้ำตากับระเบิดขวดเหล้าโซจูบินข้ามหัวไปมาได้
ดังนั้น เมื่อเลิกเรียนตอนบ่าย เราต้องจับยามสามตาว่า ฝนหิมะจะตกไหม หูทำงานทันที มีเสียงนักศึกษาชุมนุมหน้าหอสมุดหรือไม่ เป็นช่วงสอบหรือไม่ ถ้าฝนหิมะไม่ตก มีเสียงตะโกนเย้วๆ และไม่ใช่ช่วงสอบ พวกเราก็ต้องเตรียมผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำเอาไว้เช็ดหน้าแก้อาการแสบจากแก๊สน้ำตา และทันทีที่เรียนเสร็จก็รีบเผ่นออกทางประตูหลังมหาวิทยาลัย เดินอ้อมเขาไปขึ้นรถประจำทางอีกฟาก เนื่องจากท้องฟ้าด้านประตูหน้าจะปกคลุมไปด้วยระเบิดขวดกับกระบอกแก๊สน้ำตาที่โบยบินสวนกันจากฝั่งนักศึกษากับกองกำลังตำรวจปราบจลาจล การประท้วงของนักศึกษาเกาหลีในช่วงนั้นมีแนวปฏิบัติอันดีมากคือ ประท้วงหลังเลิกเรียน งดเว้นวันฝนหิมะตก หรือวันสอบ นอกนั้นประท้วงทุกวัน ห้องกิจกรรมนักศึกษาก็ผลิตระเบิดขวดกันทุกวัน นักศึกษาเมากันทั้งปีเพราะใช้ขวดเหล้าโซจูมาทำระเบิด
นักศึกษาทั่วเกาหลีเวลานั้นประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยให้มีการเลือกตั้งจริงๆ จังๆ เพื่อหยุดการปกครองโดยทหารที่เป็นมานานเกือบ 30 ปี จนกระทั่งไม่กี่เดือนก่อนกีฬาโอลิมปิกปี 1988 ที่เกาหลีเป็นเจ้าภาพจึงได้จัดให้มีการเลือกตั้ง หาไม่แล้วคงโกลาหลน่าดูกีฬาโอลิมปิก 1988 อาจนับเป็นหลักไมล์ของการเปิดตัวแก่นานาชาติได้รู้จักเกาหลีว่ามีความพร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในเอเชียบนเวทีโลกได้น่าประทับยิ่ง ยิ่งไปกว่านั้นคือความพร้อมที่จะเข้าสู่ยุครัฐบาลประชาธิปไตย
ยุครัฐบาลประชาธิปไตย (ค.ศ. 1988-ปัจจุบัน) เริ่มขึ้นเมื่อรัฐบาลประธานาธิบดีชอนดูฮวานได้จัดให้มีการเลือกตั้ง โดยส่งนายพลโนแทอู (นามสกุล โน แต่เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Roh) ซึ่งเป็นเพื่อนรักตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมจนกระทั่งจบโรงเรียนนายร้อยด้วยกัน ลงเลือกตั้ง โนแทอูได้เปิดวิสัยทัศน์ที่จะปฏิรูปการปกครองหลายๆ ด้าน และก็ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีดังคาด (ค.ศ. 1988-1993) แม้ว่าเขาจะสามารถทำให้ประเทศสงบลงได้ ทว่าก็ยังเป็นประธานาธิบดีที่มาจากสายทหาร ซึ่งยังมีผลประโยชน์แอบแฝงสืบเนื่อง
จนกระทั่งปี 1993 เกาหลีได้ ประธานาธิบดีคิมยองซัม (ค.ศ. 1993-1998) เป็นประธานาธิบดีพลเรือนคนแรกที่มาจากการเลือกตั้งใสสะอาด (เท่าที่จะทำได้) คิมยองซัมได้ประกาศการเข้าสู่ยุคเซกเยฮวา หรือโลกาภิวัตน์ และเข้าเป็นสมาชิกองค์การความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ทำให้เกาหลีใต้ต้องเน้นการสร้างความโปร่งใสและการยึดถือตามหลักการปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ประชาชนได้มีส่วนร่วมทางการเมืองและได้รับข่าวสารมากยิ่งขึ้น
เหตุการณ์สำคัญที่แสดงให้โลกเห็นความจริงจังของเกาหลีในการเคารพหลักการปกครองโดยกฎหมาย โดยผู้กระทำความผิดต้องได้รับโทษเกิดขึ้นในยุคนี้คือ การฟ้องร้องดำเนินคดี อดีต “ประธานาธิบดีชอนดูฮวาน” กับ “ประธานาธิบดีโนแทอู” ในข้อหาเข่นฆ่าประชาชนในเหตุการณ์ประท้วงที่เมืองควางจูและคอร์รัปชั่นประธานาธิบดีชอนดูฮวาน ถูกศาลตัดสินประหารชีวิต ในขณะที่ประธานาธิบดีโนแทอู ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต และต้องคืนเงินที่ได้จากการคอร์รัปชั่นราว 2.4 หมื่นล้านวอน (21 ล้านเหรียญสหรัฐ) ให้แก่ประเทศ (ขณะนี้อายุ 81 ยังชำระคืนไม่หมด) หลังจากถูกจำคุกได้ราว 1 ปี ทั้งสองได้รับ “นิรโทษกรรม” ตาม “นโยบายปรองดองแห่งชาติ”
นอกจากนี้ การลงโทษนักการเมืองและเจ้าของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในกรณีกองทุนการเมือง (Slush Fund) ยังดำเนินต่อไปและเมื่อเวลาผ่านไปปัญหาต่างๆ ได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะในสมัยประธานาธิบดีคิมแดจุง (ค.ศ. 1998-2003) อันเป็นช่วงหลังการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ค.ศ. 1997 ได้มีการปฏิรูปอำนาจของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ทั้งนี้เพื่อสร้างความโปร่งใส ความสามารถในการแข่งขัน และความเป็นธรรมในการดำเนินธุรกิจ โดยป้องกันมิให้กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ นักการเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมมือกันในการแสวงหาประโยชน์อันมิชอบ
สัปดาห์นี้ไม่มีหมายเหตุค่ะ







