posttoday
อดีตถึงปัจจุบัน อำนาจรัฐกับการคอร์รัปชั่น...(7)

อดีตถึงปัจจุบัน อำนาจรัฐกับการคอร์รัปชั่น...(7)

31 สิงหาคม 2557

ในชมรมนักเรียนทุนรัฐบาลเกาหลี เห็นจะมี ดร.วิเชียร อินทะสี เพียงหนึ่งเดียวที่สำเร็จการศึกษาปริญญาเอก

โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]

ในชมรมนักเรียนทุนรัฐบาลเกาหลี เห็นจะมี ดร.วิเชียร อินทะสี เพียงหนึ่งเดียวที่สำเร็จการศึกษาปริญญาเอกทางด้านเกาหลีศึกษา ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการเมืองการปกครองของเกาหลี ปัจจุบัน ดร.วิเชียร เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในวันที่ความสนใจของมวลมหาประชาชนมุ่งไปที่การแก้ปัญหาต่างๆ ของบ้านเมืองโดยมีปัญหาการคอร์รัปชั่นเป็นโรคร้ายโรคหนึ่งที่ต้องได้รับการเยียวยารักษา เกาหลีซึ่งเป็นแบบอย่างของประเทศที่แก้อาการโรคคอร์รัปชั่นได้ชะงัดนักจึงเป็นที่สนใจ ด้วยเหตุนี้ ดร.วิเชียร จึงได้รับเชิญมาบรรยายเรื่อง “การคอร์รัปชั่นทางการเมืองในเกาหลีใต้” ในการสัมมนาหัวข้อ “การปราบปรามคอร์รัปชั่นในประเทศเอเชียตะวันออก : บทเรียนและนัยต่อประเทศไทย” ซึ่งจัดโดยสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา

เนื้อหาของการบรรยายทำให้เราเห็นภาพพัฒนาการในเชิงเศรษฐศาสตร์การเมืองของเกาหลีหลังสงครามสงบเมื่อหกสิบปีก่อน ที่มีสองสิ่งเกาะเกี่ยวกันอยู่อย่างแยกออกมิได้ สองสิ่งนั้นคือ “อำนาจรัฐกับการคอร์รัปชั่น” ข้อเท็จจริงที่ว่า การมีส่วนร่วมในทางการเมืองและมีเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของภาคประชาชนมีผลต่อพฤติกรรม “การคอร์รัปชั่นในภาครัฐ” ยุคการปกครองของเกาหลีหลังจากเปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบสาธารณรัฐ จึงต้องแบ่งออกเป็น 2 ยุค คือ ยุครัฐบาลอำนาจนิยมและยุครัฐบาลประชาธิปไตย

ในยุครัฐบาลอำนาจนิยมมีลักษณะการเมืองแบบปิด มีรัฐบาลโดยการจัดตั้งหรือรัฐบาลมาจากการปฏิวัติโดยกองทัพ มีการจำกัดเสรีภาพทางข่าวสารข้อมูลและการแสดงความคิดเห็นเริ่มต้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1948 เมื่อสาธารณรัฐเกาหลีก่อตั้งและมีประธานาธิบดีคนแรก ได้แก่ ประธานาธิบดี อีซึงมัน ในปี ค.ศ. 19481960 คนต่อมาคือ ประธานาธิบดี ปักจองฮี ปี ค.ศ. 19611979 และประธานาธิบดี ชอนดูฮวาน ปี ค.ศ. 19801988 ลักษณะการคอร์รัปชั่นทางการเมืองที่เกิดขึ้นในยุคนี้ จึงได้แก่ การใช้วิธีการอันมิชอบ เช่น ประธานาธิบดี ปักจองฮี ได้เปลี่ยนแปลง “กฎหมายรัฐธรรมนูญ” ซึ่งให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีเต็มที่และสามารถรับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีได้ไม่มีกำหนดว่ากี่วาระ

ต่อมาในปี ค.ศ. 1980 สมัยของประธานาธิบดี ชอนดูฮวาน เกิดเหตุชุมนุมที่เมืองควางจู เพื่อเรียกร้องให้ปฏิรูปการเมืองรัฐบาลได้สังหารนักศึกษาและประชาชนไปกว่า 200 คน (ตามตัวเลขของทางการ) ในปี ค.ศ. 1987 รัฐบาลชอนดูฮวานได้รับข้อเสนอของกลุ่มต่างๆ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย โดยกำหนดให้ประชาชนเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรงมีวาระ 5 ปี และดำรงตำแหน่งได้เพียงแค่วาระเดียว มีการเพิ่มอำนาจการตรวจสอบรัฐ มีการให้ความสำคัญกับประเด็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อสารมวลชน และการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

วิธีการคอร์รัปชั่นจึงเปลี่ยนไปตามลักษณะของการได้มา ซึ่งอำนาจของรัฐ เช่น การใช้กลวิธีอันมิชอบเพื่อเอาชนะการเลือกตั้ง การใช้กฎหมายความมั่นคงและกลไกราชการ เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองของรัฐบาลทหาร การควบคุมปราบปรามนักการเมืองฝ่ายค้านและประชาชน การเฟื่องฟูของระบบพวกพ้อง ซึ่งมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับรัฐบาลหรือนักการเมืองซึ่งเป็นการแสวงหาประโยชน์ร่วมกันระหว่างนักการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐกับกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของตระกูลต่างๆ ที่เรียกว่า “แชบอล” (ดูรายละเอียดในบทความฉบับวันที่ 8 ส.ค. 2557)

จุดจบของประธานาธิบดีในยุคนี้ เหมือนอยู่ท่ามกลางคลื่นลมพัดกระหน่ำแรง ซึ่งก็เป็นธรรมดาของประเทศที่ตั้งต้นใหม่ ซึ่งยังต้องค้นหาความสมดุลอยู่นาน “ประธานาธิบดี อีซึงมัน” ถูกปฏิวัติโดย “ประธานาธิบดี ปักจองฮี” ทำให้ต้องลี้ภัยออกไปต่างประเทศและเสียชีวิตในที่ฮาวาย “ประธานาธิบดี ปักจองฮี” ถูกลอบสังหารเสียชีวิตโดยหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของตนเอง “ประธานาธิบดี ชอนดูฮวาน” หลังหมดวาระได้ถูกศาลตัดสินประหารชีวิตในข้อหาเข่นฆ่าประชาชนในเหตุการณ์ประท้วงที่เมืองควางจู ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่โด่งดังทั่วโลกจนทำให้เกาหลีได้ภาพลักษณ์ว่ามีความเที่ยงธรรมเป็นครั้งแรก ที่แม้แต่บุคคลที่เคยเป็นถึงอดีตผู้นำประเทศก็ยังต้องถูกลงโทษ.ต่อมาเขาได้รับ “นิรโทษกรรม” ตาม “นโยบายปรองดองแห่งชาติ”

สัปดาห์นี้ไม่มีหมายเหตุค่ะ

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท