posttoday
รายงานสดจากกรุงโซล....2

รายงานสดจากกรุงโซล....2

17 สิงหาคม 2557

โดย เพียงออ วิไลย

โดย เพียงออ วิไลย

[email protected]

การเดินทางโดยรถสาธารณะในเกาหลีสะดวกสบายมาก เนื่องจากพื้นที่ของเกาหลีไม่ได้ใหญ่โตนัก มีเพียงแค่ 1 ใน 5 ของประเทศไทย ทำให้การเดินทางจากเหนือไปใต้ใช้เวลาอย่างมากที่สุดเพียง 56 ชั่วโมง ด้วยรถประจำทาง หรือเพียง 2 ชั่วโมง 40 นาที โดยรถไฟความเร็วสูง (KTX) และแต่ละเมืองจะมีรถบัสปรับอากาศวิ่งไปสู่เมืองใหญ่ๆ ได้โดยไม่ต้องวิ่งย้อนเข้าเมืองหลวงหรือชุมทางอื่นๆ สัปดาห์ที่ผ่านมา “เชกา” จึงได้เดินทางจากเมือง “โคยางฐํพ็ฝร” มุ่งหน้าสู่เมือง “แดจอนด๋ภ” โดยไม่ต้องนั่งรถไฟเข้าโซลเพื่อไปขึ้นรถไฟ โชคดีที่ได้ตรวจสอบเส้นทางเดินรถปรับอากาศของเมืองแล้วจึงรู้ว่ามีรถมุ่งตรงสู่แดจอน ซึ่งทำให้ประหยัดเวลาและค่าเดินทางไปได้เยอะเลยค่ะ

เหตุที่ต้องลงไปแดจอนคราวนี้ เพื่อไปพบ “อีบยองยอง” อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยฮันบัท กับ “คิมวางจุง” อดีตประธานบริษัทเก่าที่เกษียณอายุไปแล้ว ท่านบอกว่ามาเกาหลีทั้งทีไม่เจอกันได้อย่างไร ในทริปเกาหลีครั้งนี้เลยวางแผนให้ได้ไปคารวะอดีตประธานที่เกษียณไปแล้วหลายท่านเนื่องจากในช่วงเวลาที่ทำงานด้วยกัน ท่านได้สั่งสอนวิธีคิดในการทำงาน ซึ่งบ่มเพาะให้เรามีความเจริญขึ้น ส่วนประธานที่บั่นทอนกำลังใจใช้แต่พระเดชก็มีในทุกชาติภพค่ะ จึงไม่คิดถึงไม่ไปหาการทำงานกับเกาหลี ทำให้เราได้ฝึกฝนตนเองหลายอย่าง ที่เข้มข้นที่สุดคือการฝึกความอดทนในภาวะกดดัน จนทำให้ลูกค้าหรือคู่ค้าหลายแห่งบอกว่า ถ้าลาออกจากบริษัทนี้เขายินดีต้อนรับนะ เพราะทำงานกับเกาหลีได้นานมากขนาดนี้จะต้องอดทนเป็นยอดและเก่งในการแก้ปัญหาเป็นเยี่ยม (ฮา)

รถออกจากเมืองโคยาง เข้า “โคซกโดโรฐํผำตตทฮ ” หรือ Expressway ไปแดจอนได้อย่างรวดเร็ว “โคซก (express) โดโร (way)” ในเกาหลีเป็นวิสัยทัศน์ของอดีต ประธานาธิบดี “ปาร์กจองฮี” (บิดาของ “ปาร์กคึนฮเย” ประธานาธิบดีหญิงคนปัจจุบัน) ได้เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 1968 เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าส่งออกไปต่างประเทศที่ท่าเรือปูซานได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงจากเดิมที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 วันเต็ม ในเวลานั้นเกาหลีเพิ่งผ่านสงครามไม่นาน ประเทศยากจนมากไม่มีงบประมาณก่อสร้างทำให้ต้องกู้เงินจำนวนมหาศาลมาสร้าง จึงทำให้แกนนำประชาชนประท้วงต่อต้าน ทว่า ในที่สุด “โคซกโดโร” กลายเป็น Infrastructure ที่สำคัญที่สร้างความเจริญให้เกาหลีในเวลาต่อมา ปัจจุบันเกาหลีได้สร้างโครงข่าย “โคซกโดโร” โยงใยแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ ทำให้การเดินทางสะดวกและรวดเร็วขึ้น บนเส้นทางนี้ห้ามมิให้รถมอเตอร์ไซค์หรือรถสามล้อวิ่ง จำกัดขอบเขตชัดเจนคล้ายกับมอเตอร์เวย์ของไทย ไม่มีอาคารบ้านเรือนปลูกสร้างริมทางหรือทางร่วมทางแยกที่รถจากชุมชนใดจะเข้าออกได้เพื่อความปลอดภัย ระหว่างทางมีจุดพักรถเป็นระยะๆ แต่ละจุดพักมีสินค้าอาหารของดีแต่ละจังหวัดมาวางขายเป็นที่สนุกสนานน่ารับประทานไปทุกอย่าง หากต้องการสัมผัสบรรยากาศเกาหลีๆ ขอแนะนำให้เดินทางท่องเที่ยวด้วยรถบัสปรับอากาศเช่นนี้ค่ะ

เมื่อไปถึงสถานีขนส่งซึ่งเรียกว่า “โคซกบัสเทอร์มินอล” ท่านผู้ใหญ่ทั้งสองก็มารอรับอยู่แล้ว จากนั้นเราก็ไปรอรับเพื่อนของ “เชกา” ที่เดินทางมาจากเมืองชอนจูโดยรถไฟ เราเรียนจบ “มหาวิทยาลัยแห่งชาติกรุงโซล” มาด้วยกัน ปัจจุบันเขาเป็นผู้บริหารสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง เขามารับประทานข้าวกลางวันที่แดจอนด้วยหลังจากนั้นก็จะนั่งรถไฟความเร็วสูงกลับกรุงโซลพร้อมกัน เมืองแดจอนเป็นชุมทางรถไฟใจกลางประเทศที่เชื่อมโยงเส้นทางเหนือใต้ออกตก และการรถไฟแห่งเกาหลีมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่แดจอนมิใช่ในกรุงโซล ดังนั้นเมืองแดจอนจึงเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 และมีสถานีรถไฟถึง 2 แห่ง คือ สถานีแดจอนและสถานีซอแดจอน (แดจอนตะวันตก) เวลาเดินทางโดยรถไฟต้องระมัดระวังเส้นทางให้ดีมิเช่นนั้นจะขึ้นผิดสถานีได้ค่ะ สถานีแดจอนเป็นเส้นทางแยกลงไปทางตะวันออก เช่น ปูซาน อุลซาน มาซาน ส่วนสถานีซอแดจอนแยกลงไปทางตะวันตกของประเทศ เช่น ยอซู หรือมกโพ

ผู้ใหญ่ทั้งสองท่านได้พาเราไปรับประทานอาหารกลางวันแสนอร่อยของท้องถิ่น และแน่นอนว่าการสนทนาก็มีอรรถรสอย่างยิ่ง เดิมทีท่านตั้งใจจะพาไปวัดแห่งหนึ่งในแดจอนที่เป็นวัดของภิกษุณีนิกายมหายาน ซึ่ง คิม อดีตประธานหมายมั่นปั้นมือว่า จะให้ “เชกา” ไปบวชเป็นภิกษุณีที่นั่น? แต่เพื่อนที่มาด้วยกันช่วยชีวิต (หรือขวางทางธรรม) ไว้ได้ เพราะพี่แกจองตั๋วกลับโซลเวลาบ่ายสามโมงมาล่วงหน้าแล้ว จึงทำให้ต้องกลับทันทีหลังรับประทานอาหารเสร็จเป็นที่น่าเสียดายยิ่ง อย่างไรก็ดีการเดินทางไปแดจอนในครั้งนี้ทำให้เกิดความคิดที่เป็นประโยชน์แก่ตนเองหลายอย่าง (โดยยังไม่ต้องเป็นหลวงแม่จีน) และได้สร้างมิตรกับชาวเกาหลีคนหนึ่งบนรถ อย่างไม่คาดฝันในเวลาต่อมา

หมายเหตุของสัปดาห์นี้

“ขอเชิญศิษย์ศรัทธา หลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโส ร่วมตักบาตร ถวายสังฆทาน อุทิศกุศลผลบุญแด่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ณ หน้าตึกโดมฝั่งสนามฟุตบอล และฟังเสวนาธรรมในวันเสาร์ที่ 30 ส.ค. 2557 เวลา 07.00-11.00 น. ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ (เสวนาธรรม เรื่อง “การสร้างดุลยภาพดุลยธรรมแห่งชีวิต” ที่ คณะรัฐศาสตร์)

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก