
เศรษฐกิจยุโรปชะงักจีดีพีนิ่ง-ติดลบ เสี่ยงเงินฝืดหนัก
การฟื้นตัวของภูมิภาคยุโรปเริ่มแสดงสัญญาณชะงักงัน หลังรายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
การฟื้นตัวของภูมิภาคยุโรปเริ่มแสดงสัญญาณชะงักงัน หลังรายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 2 ของปีนี้ไม่ขยายตัวเพิ่มขึ้นตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยเศรษฐกิจสองชาติเสาหลักของยุโรปอย่างเยอรมนีและฝรั่งเศส อยู่ในภาวะหดตัวและโตนิ่ง ที่ 0.2% และ 0.0% ตามลำดับ
สำนักงานสถิติแห่งยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยตัวเลขจีดีพี 18 ประเทศกลุ่มผู้ใช้สกุลเงินยูโร (ยูโรโซน) ระหว่างเดือน เม.ย.-พ.ค. เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ว่า ไม่มีการเติบโตแต่อย่างใด เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่จีดีพีโตอยู่ที่ 0.2% และสวนทางกับผลสำรวจนักวิเคราะห์ของสำนักข่าวรอยเตอร์สที่คาดการณ์ว่าจีดีพีไตรมาส 2 ของยูโรโซนน่าจะขยายตัวเล็กน้อยที่ 0.1%
ตัวเลขที่แย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ข้างต้น นับเป็นสัญญาณเตือนแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของไตรมาส 3 ของปีนี้ โดยผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของยุโรปน่าจะย่ำแย่กว่าช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากยุโรปจะได้รับผลกระทบจากการใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับรัสเซีย ประเทศคู่ค้าลำดับต้นๆ ของภูมิภาค โดยยืนยันจากการเติบโตในไตรมาส 2 ของเยอรมนีที่เริ่มได้รับผลกระทบจากตัวเลขส่งออกที่ลดลง ซึ่งรวมถึงสินค้าภาคอุตสาหกรรมและการเกษตรที่รัสเซียเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของเยอรมนี
นอกจากตัวเลขจีดีพีของสองยักษ์ใหญ่ของยุโรปที่โตอย่างน่าผิดหวังแล้ว อิตาลี ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของภูมิภาคก็หดตัวลงเช่นกัน อีกทั้งยังเป็นการหดตัวต่อเนื่องเกิน 3 ไตรมาส ส่งผลให้เศรษฐกิจแดนมะกะโรนีปรับตัวเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคโดยอัตโนมัติ โดยจีดีพีโตติดลบ 0.2% กลายเป็นอีกหนึ่งสัญญาณตอกย้ำให้เห็นว่ายุโรปยังไม่ฟื้นตัวและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดำเนินการอยู่ไม่เป็นผล
อย่างไรก็ตาม แม้จีดีพีของหลายประเทศจะน่าผิดหวัง แต่จีดีพีของบางประเทศกลับขยายตัวดีขึ้น โดยจีดีพีสเปนในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 0.6% จากไตรมาสก่อนหน้าที่ 0.4% เนเธอร์แลนด์ ปรับตัวขึ้นมาที่ 0.5% จาก 0.4% และโปรตุเกส ขยายตัว 0.6% หลังจากที่ไตรมาสก่อนหน้าหดตัว 0.6%
ฟิลิปเป วีชเตอร์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเศรษฐกิจจากเนติซิส แอสเซท แมเนจเมนท์ ระบุว่า ตัวเลขจีดีพีที่แตกต่างกันแสดงให้เห็นว่าจีดีพีโดยรวมของภูมิภาคยุโรปปีนี้ยังมีแนวโน้มโตได้ถึง 0.5% แต่ต้องหมายความว่าสองไตรมาสที่เหลือของปีนี้ยุโรปต้องผลักดันมาตรการต่างๆ เพื่อให้จีดีพีเดินหน้าขยายตัวต่อได้
วันเดียวกัน ยูโรสแตทยังได้เปิดเผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซน ซึ่งพบว่าอัตราเงินเฟ้อเดือน ก.ค. ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลกในปี 2008 ทำให้ธนาคารกลางแห่งยุโรป (อีซีบี) ยังคงต้องจับตามองสถานการณ์เงินเฟ้อที่มีความเสี่ยงจะผลักดันยุโรปให้เข้าสู่ยุคเงินฝืด
ดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ของยูโรโซนในเดือน ก.ค. มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 0.4% ซึ่งนับเป็นการปรับตัวในอัตรารายปีที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2009 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อหลักซึ่งไม่รวมราคาอาหาร พลังงาน ยาสูบ และแอลกอฮอล์ ยังคงอยู่ในระดับเดิมที่ 0.8%







