
มิสซูรีส่งตำรวจแทนหน่วยปราบจลาจลลงพื้นที่
เทศมนตรีรัฐมิสซูรี สั่งเคลื่อนกำลังพลตำรวจแทนหน่วยปราบจลาจลลงพื้นที่ในเฟอร์กูสัน หวังควบคุมสถานการณ์
เทศมนตรีรัฐมิสซูรี สั่งเคลื่อนกำลังพลตำรวจแทนหน่วยปราบจลาจลลงพื้นที่ในเฟอร์กูสัน หวังควบคุมสถานการณ์
กรณีการเสียชีวิตของไมเคิล บราวน์ วัยรุ่นผิวสีชาวอเมริกันวัย 18 ปี โดยการยิงของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนในเขตเฟอร์กูสัน รัฐมิสซูรี ซึ่งมีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกันผิวสี ไม่พอใจและรวมตัวออกมาประท้วงจนบานปลายกลายเป็นการปะทะและเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่อย่างรุนแรง
เจย์ นิกสัน นายกเทศมนตรีแห่งมิสซูรีได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าทีตำรวจของรัฐเข้ามารับหน้าที่ควบคุมดูแลสถานการณ์ความสงบในเขตเฟอร์กูสันแล้ว หลังในช่วง 4 คืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยิงแก๊สน้ำตาเพื่อควบคุมฝูงชน และเพื่อป้องกันไม่ให้มีกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสก่อเหตุอาชญากรรมชิงปล้นสะดมภ์เหมือนช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม เหตุรุนแรงต่อเนื่องที่ล่วงเข้าสู่วันที่ 4 ทำให้นายกเทศมนตรีตัดสินใจเปลี่ยนกำลังพลจากเจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามจลาจล เป็นเจ้าหน้าทีตำรวจของรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า และเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน
โดยคำสั่งครั้งนี้ ยังมีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐ แสดงความวิตกกังวลพร้อมระบุไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังรุนแรงมากเกินไป
สำหรับหัวหน้าหน่วยที่จะรับหน้าที่ดูแลปฎิบัติการในครั้งนี้คือ ร็อบ จอห์นสัน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทีเติบโตขึ้นมาพื้นที่ ซึ่งทันทีที่ได้รับมอบหมาย จอห์นสันได้ลงพื้นที่จัดกำลังให้เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนดูแลรักษาความสงบในช่วงเย็น พร้อมใช้แนวทางสันติวิธีกับกลุ่มผู้ประท้วง รวมถึงการจับมือกับกลุ่มผู้ประท้วงทำให้สถานการณ์กลับคืนสู่ความสงบชั่วคราว
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนกลาง (เอฟบีไอ) กำลังสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการตายของวัยรุ่นชาวอเมริกันวัย 18 ปีที่เป็นสาเหตุของความไม่พอใจครั้งนี้ เพื่อหาทางยุติเหตุความไม่พอใจ ซึ่งจะช่วยให้การประท้วงยุติลงได้







