posttoday
Luxury Japan 2

Luxury Japan 2

10 สิงหาคม 2557

หนึ่งในทริปอยู่ดีกินดีที่ผมเคยไปและอยากนำเสนอท่านผู้อ่านก็คือทริป Luxury Hokkaido เป็นทริปหรูๆ

หนึ่งในทริปอยู่ดีกินดีที่ผมเคยไปและอยากนำเสนอท่านผู้อ่านก็คือทริป Luxury Hokkaido เป็นทริปหรูๆ แต่ไม่ใช่ถึงกับเอื้อมไม่ถึงนะครับ เพราะหลังจากที่กลับมาแล้วก็เคยทำทริปคล้ายๆ กันนี้ให้กับลูกค้า ปรากฏว่าชอบอกชอบใจกันมากและก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิด จะติดก็ตรงที่ทริปแบบนี้ไม่สามารถทำกรุ๊ปใหญ่ๆ ได้ เพราะที่พักบางแห่งมีห้องพักจำกัด ร้านอาหารบางแห่งนั่งสิบกว่าคนก็แน่นแล้ว ดังนั้นท่านผู้อ่านที่อยากทำทริปแบบนี้ควรจะจำกัดจำนวนสมาชิกให้น้อยเข้าไว้ อย่างทริป Luxury Hokkaido นั้นเขาใช้รถที่ออกแบบเป็นพิเศษมารับพวกเรา เป็นรถมินิบัสดัดแปลงให้ภายในรถนั้นหรูหราระดับน้องๆ Private Jet กันเลยทีเดียว มีเจ้าหน้าที่สุภาพสตรีคอยอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทางและพูดภาษาอังกฤษได้ดี พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เบาะนั่งเป็นหนังสีขาวมีทั้งแบบที่นั่งเดี่ยวและที่นั่งแถวยาว นั่งกัน 45 คนกำลังสบาย แต่ถ้าสนิทสนมกันมากๆ 67 คนก็พอไหว จะติดขัดก็ตรงช่องเก็บสัมภาระด้านหน้าที่จุกระเป๋าใหญ่ได้แค่ 56 ใบ ต้องบริหารจัดการให้ดี ที่ด้านหลังของตัวรถกั้นเป็นห้องน้ำที่สะดวกสบายพอๆ กันกับห้องน้ำบนเครื่องบิน แต่มีข้อจำกัดคือตอนหน้าหนาวที่ระบบชำระโดยใช้น้ำจะทำงานไม่ได้ เพราะน้ำจะแข็งตัว เขาจะใช้น้ำยาสำหรับโถชำระและผ้าเปียกแบบใช้แล้วทิ้งสำหรับการทำความสะอาดมือแทน นอกจากนี้ยังมีทีวีพร้อมแผ่นดีวีดีของสถานที่เที่ยวต่างๆ ในฮอกไกโดไว้เปิดแนะนำลูกค้าระหว่างเดินทาง ถ้าตอนที่จองรถแจ้งมาด้วยว่ามีเด็กเล็ก เจ้าหน้าที่ก็จะเตรียมดีวีดีการ์ตูนและของแจกเด็กมาให้ด้วย และที่ประทับใจสุดๆ คือบริการเครื่องดื่มบนรถที่มีให้ชิมมากมายทั้งชา กาแฟ น้ำหวาน ไวน์ และซุป ของหวานประจำถิ่นอย่าง ShiroiKoibito, JagaPokkuru, Yubari Melon Pure Jelly และไอศกรีม ก็มีบริการบนรถด้วยเช่นกัน เจ้าหน้าที่จะมีแท็บเล็ตพร้อมเมนูมาให้เราเลือกเลย ทันสมัยมากๆ นอกจากนี้ถ้าเราอยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยหาร้านอาหารดีๆ รวมทั้งจองให้ด้วยก็ได้เช่นกัน รถมินิบัสคันนี้มีชื่อเรียกเก๋ๆ ว่า Cool Star หรูหราตั้งแต่ด้านนอกจนถึงด้านใน คนขับก็สุภาพช่วยเหลือดูแลเป็นอย่างดี ราคาสูงกว่าค่าเช่ารถตู้หรือมินิบัสไม่มาก แต่ความสบายผิดกันเยอะ หลังๆ เวลาผมไปกับครอบครัวถ้าไม่ได้ขับรถเองก็จะใช้บริการ Star Limousine หรือ Cool Star นี่แหละครับ ลูกเมียก็แฮปปี้ ผมยิ่งแฮปปี้เพราะมีห้องน้ำในตัว โดยเฉพาะหน้าหนาวจะปวดฉี่บ่อย ระหว่างทางหิมะก็ตรึมที่แวะพักรถก็อยู่ไกล ได้ห้องน้ำบนรถนี่ช่วยชีวิตไว้หลายครั้ง ถ้าเป็นหน้าหนาวนี่ผมแนะนำให้ใช้บริการรถตัวนี้เลยครับ

เจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวฮอกไกโดจัดไกด์ท้องถิ่นที่มีความรู้มาให้คณะของเรา โดยผ่านการดำเนินการของบริษัททัวร์ท้องถิ่น Hokkaido Treasure Island Travel ซึ่งมีความชำนาญมากๆ อันนี้คือข้อแตกต่างของบริษัททัวร์ส่วนใหญ่ในเมืองไทยที่ชอบใช้ตัวแทนบริษัทท่องเที่ยวในญี่ปุ่น (Land Operator) แค่แห่งเดียวแล้วทำทัวร์ทุกเส้นทาง ซึ่งก็จะได้แค่เส้นทางมาตรฐานและร้านอาหารยอดนิยม แต่ถ้าใช้บริษัททัวร์ท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นเส้นทาง ที่เที่ยว ที่พักและที่กินก็จะแตกต่างและหลากหลายกว่า ถ้าเป็นกรุ๊ปเล็กๆ ก็ยิ่งจะได้เปรียบ การใช้ไกด์ท้องถิ่นก็จะได้ข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้องมากกว่า เพียงแต่ว่าไกด์ท้องถิ่นส่วนใหญ่จะเป็นคนญี่ปุ่นที่พูดภาษาอังกฤษได้ อันนี้ท่านต้องเลือกและตัดสินใจ เพราะข้อดีของการใช้ไกด์คนไทยแน่นอนว่าพูดจาภาษาเดียวกัน รู้จักมักคุ้นกันได้ง่ายกว่าและบริการได้ถึงอกถึงใจมากกว่า แต่ก็มีข้อด้อยตรงความรอบรู้นี่แหละ เพราะเอาเข้าจริงๆ ไกด์คนไทยในฮอกไกโดนี่มีจำกัด เท่าที่ผมรู้จักก็แค่ 2 คน นอกนั้นน่าจะไม่ใช่ไกด์อาชีพ ความรอบรู้ต่างๆ ย่อมต้องสู้ไกด์ตัวจริงไม่ได้ ถ้าแค่ให้พาไปเที่ยวพาไปทานร้านพื้นๆ ก็ไม่น่าจะติดขัด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงไกด์ที่บินขึ้นมาพร้อมกรุ๊ปจากเมืองไทย ความรอบรู้ยิ่งห่างจากไกด์ท้องถิ่นหลายขุม ถ้าอยากเที่ยวแบบได้ความรู้จริงๆ ขอแนะนำให้ใช้ไกด์มืออาชีพครับ ถึงจะจ่ายแพงหน่อยแต่ก็คุ้มค่า ยิ่งเวลาไกด์เขาพาไปทานที่ร้านอาหารหรือร้านขนมเล็กๆ แต่อร่อยมากแล้วยิ่งรู้สึกว่าตัดสินใจไม่ผิด เพราะร้านแบบนั้นมักจะหาไม่ได้จากคู่มือท่องเที่ยวสัญชาติไทย ผมจึงมักจะแนะนำให้ลูกค้าใช้ไกด์ท้องถิ่นเสมอในกรณีที่ต้องการงานละเอียดหรืองานที่แตกต่างจากมาตรฐานทั่วไป

Luxury Japan 2

 

หลังจากอื้อฮืออ้าฮากับรถไฮโซ Cool Star กันพอหอมปากหอมคอแล้ว คณะของเราก็เดินทางออกจากสนามบินมุ่งหน้าสู่ Noboribetsu แหล่งน้ำแร่ชั้นเยี่ยมของเกาะฮอกไกโด อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ระหว่างนั่งอยู่ในรถน้องพนักงานต้อนรับก็เสิร์ฟตลอดทาง พร้อมกับการให้ข้อมูลที่สำคัญจากไกด์ท้องถิ่น นั่งไปฟังไปชิมไปหลายคนเริ่มหลับคอพับคออ่อน พนักงานเขาก็ดูแลดีมากเอาผ้าห่มมาห่มให้ ลืมบอกไปว่าเขามีรองเท้าผ้าเหมือนในชั้นธุรกิจของสายการบินไว้ให้เราเปลี่ยนด้วย ดีจริงๆ นั่งหลับกันไปซักพักก็ถึงเมืองโนโบริเบทสึ เราแวะไปที่ Date Jidaimura เพราะทางเมืองเขาเตรียม Presentation ให้พวกเรารับทราบข้อมูลเบื้องต้นกันก่อน มีผู้ประกอบการในเมืองนี้มาต้อนรับกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ข้อดีของการมาแบบนี้คือข้อมูลที่ได้เป็น Fact ที่มาจากเมืองโดยตรง การันตีได้ว่าไม่มีมั่วเด็ดขาด ที่ Date Jidaimura นี้เหมาะจะมาเที่ยวเล่นดูโชว์และถ่ายรูป เพราะเขาจำลองเมืองญี่ปุ่นในยุคซามูไรเอาไว้ เด็กเที่ยวได้ผู้ใหญ่เที่ยวดี ผมว่าคนไทยน่าจะชอบเมืองนี้เพราะมีสถานที่เที่ยวเยอะ นอกจากเมืองจำลองแล้วก็ยังมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Marine Park Nixe ที่มีเพนกวินตัวน้อยน่ารักมาเดินพาเหรดให้ชมกัน มีบ่อหมี Noboribetsu Bear Park ซึ่งจะได้นั่งกระเช้าขึ้นไปชม และมีจุดขายหลักอยู่ที่ Jigokudani หรือหุบเขานรก ซึ่งสามารถเดินชมได้โดยรอบ แต่ต้องเดินตามเส้นทางที่เขากำหนดเท่านั้น ห้ามนอกลู่นอกทาง ส่วนที่พักของเมืองนี้ก็มีทั้งโรงแรมและเรียวกัง บางท่านอาจจะสับสนเรียกโรงแรมที่มีห้องนอนแบบญี่ปุ่นว่าเรียวกัง ก็ต้องแยกแยะกันให้ดี เพราะค่าบริการของเรียวกังนั้นโดยปกติจะสูงกว่าการนอนโรงแรมมาก ในขณะที่ห้องพักในเรียวกังมักจะมีจำนวนไม่มากและเน้นความเป็นส่วนตัว ที่สำคัญดูง่ายๆ ถ้ามีบริการอาหารค่ำเป็นแบบบุฟเฟ่ต์นี่ฟันธงได้เลยว่าเป็นโรงแรมครับ ใครสะดวกแบบไหนก็ใช้บริการตามความชอบและกำลังทรัพย์ เพราะหัวใจหลักของการนอนที่ Noboribetsu ก็คือการมาออนเซน ที่พักทุกแห่งจึงแข่งกันปรุงแต่งบ่อน้ำแร่ของตัวเองให้ดึงดูดนักท่องเที่ยว ถ้าอยากแช่บ่อน้ำแร่เยอะๆ ก็มีโรงแรมหลายแห่งใช้เป็นจุดขาย เช่น Mahoroba หรือ Daiichi Takimotokan แต่ถ้าอยากนอนเรียวกังดีๆ ก็ต้อง Takinoya เรียวกังอันดับหนึ่งในเขตนี้และเป็นหนึ่งในอันดับต้นๆ ของเกาะฮอกไกโดด้วย รับรองว่าหรูหราสมราคาครับ

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว