
เจมส์ โรดริเกวซ ผู้ขอพา โคลัมเบีย ฝันไกลถึงแชมป์โลก
หากเอ่ยชื่อของ เจมส์ ดาวิด โรดริเกวซ รูบิโอ ก่อนหน้าทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเริ่มขึ้น
โดย สุรเดช สันติเลิศประภพ
เจมส์ โรดริเกวซ ผู้ขอพา โคลัมเบีย ฝันไกลถึงแชมป์โลก
หากเอ่ยชื่อของ เจมส์ ดาวิด โรดริเกวซ รูบิโอ ก่อนหน้าทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเริ่มขึ้น เชื่อแน่ว่าคงมีคนจำนวนไม่เยอะนักที่จะเคยเห็นลวดลายในสนามของเจ้าของเสื้อหมายเลข 10 แห่งทีมชาติโคลัมเบีย ที่กำลังโชว์ฟอร์มเปล่งประกายสุดๆในเวลานี้และกำลังจะมีโปรแกรมพา โคลัมเบีย ชนกับ บราซิล ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับ เจมส์
โรดริเกวซ กันให้มากขึ้นกว่าเดิมไปพร้อมๆกันครับ
เจมส์ หรือ ฮาเมส หากอ่านตามชื่อของเขาในแบบโคลัมเบียน เกิดเมื่อวันที่ 12 ก.ค.1991 เรียกได้ว่าหาก โคลัมเบีย ก้าวไปคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกหนนี้ได้สำเร็จ นั่นคงจะเป็นของขวัญวันเกิดที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตของเพลย์เมคเกอร์หนุ่มหล่อคนนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
เขาเริ่มต้นเล่นฟุตบอลอาชีพกับทีมในท้องถิ่นอย่าง เอนวิกาโด้ เอฟซี ในปี 2007 หนึ่งปีให้หลังจากที่เจ้าตัวเทิร์นโปรสู่การเล่นฟุตบอลอาชีพสำเร็จ และเป็น แบนฟิลด์ ในลีกอาร์เจนติน่า ที่คว้าตัวเขาไปอยู่ด้วย โดยตลอด 3 ฤดูกาลกับ แบนฟิลด์ นั้น เจมส์ กลายเป็นขวัญใจของแฟนบอลในระยะเวลาอันรวดเร็วจากลีลาการเล่นฟุตบอลของเขาที่คล่องแคล่ว และ
เต็มไปด้วยเทคนิคที่เร้าใจจนทำให้แฟนๆของ แบนฟิลด์ เอาเขาไปเทียบกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สตาร์แห่งยุคของทีมชาติโปรตุเกส และพากันเรียก เจมส์ ว่าเป็น เจมส์ บอนด์ ออฟ แบนฟิลด์
แบนฟิลด์ เล็กเกินไปสำหรับ เจมส์ เสียแล้ว ในที่สุดก็เป็นทางด้าน เอฟซี ปอร์โต้ ทีมดังแห่งโปรตุเกส ที่มาเซ็นสัญญาดึงตัวเขาไปร่วมทีมด้วยในวัย 18 ปีเศษๆ ถึงตรงนี้ต่อให้เอาอะไรมาฉุดก็หยุดคนจะดังไม่อยู่เสียแล้ว
เจมส์ กลายเป็นกองกลางคนสำคัญของ ปอร์โต้ ในทันที และเขาก็ร่วมคว้าแชมป์ลีกโปรตุเกส 3 ฤดูกาลติดต่อกัน รวมถึงการพา ปอร์โต้ คว้าแชมป์รายการต่างๆได้อีก 8 รายการในระยะเวลา 3 ฤดูกาลเท่านั้น ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมทีเดียวสำหรับผู้เล่นในวัย 21 ปีนิดๆอย่างเขา
หลังจบฤดูกาล 2012-13 นี้เอง ปอร์โต้ ได้ตัดสินใจรับข้อเสนอมูลค่า 45 ล้านยูโรจาก โมนาโก เพื่อดึงตัว เจมส์ ไปร่วมทีม และทำให้ เจมส์ กลายเป็นนักเตะที่มีค่าตัวในการย้ายทีมแพงที่สุดเป็นลำดับสองต่อจาก ฮัลค์ เมื่อคราวกองหน้าบราซิเลี่ยนย้ายจากในลีกโปรตุเกสไปเล่นฟุตบอลในรัสเซีย
แม้จะไม่สามารถล้ม เปแอสเช “แชมป์เก่า” ให้ตกจากบัลลังก์ได้สำเร็จ แต่ก็ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมสำหรับ โมนาโก ที่ตกชั้นไปก่อนหน้านั้นและเพิ่งจะเลื่อนกลับคืนมาสู่ลีกสูงสุดของฝรั่งเศสได้สำเร็จในฤดูกาลที่แล้วในฐานะแชมป์ ลีก เดอซ์ นั่นเอง เจมส์ กลายเป็นคนสำคัญของทีมไม่ต่างไปจากสตาร์รุ่นพี่ๆอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา, เจา มูตินโญ่, เอริค อบิดัล,
ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ ฯลฯ
กับการที่ โคลัมเบีย ต้องขาด ฟัลเกา ไปเพราะอาการบาดเจ็บทำให้ทุกคนดูจะฝากความหวังไว้กับผู้เล่นแนวรุกคนอื่นอย่าง แจ็คสัน มาร์ติเนซ, เอเดรียน รามอส, คาร์ลอส บัคค่า หรือ ธิโอฟิโล่ กูเตียร์เรซ ไม่มีใครจะคาดว่าเจ้าของเสื้อหมายเลข 10 แห่งโคลัมเบีย คนปัจจุบันอย่าง เจมส์ จะก้าวขึ้นมากลายเป็นดาวจรัสแสงอย่างเต็มตัวกับฟุตบอลโลกที่ บราซิล ในเที่ยวนี้
หลังเกมที่เจ้าตัวเหมาคนเดียว 2 ประตูพาทีมผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้นั้น ทั้ง ออสการ์ วอชิงตัน ตาบาเรซ และ โฮเซ่ เปร์เกมัน ต่างก็ออกมากล่าวสดุดีความเก่งกาจของ เจมส์ โรดริเกวซ อย่างพร้อมเพรียง
4 ก.ค.นี้ล่ะครับ ที่ เจมส์ และเพื่อนนักเตะโคลัมเบียนของเขาทุกคนจะทำได้ดีแค่ไหนกับบทพิสูจน์สำคัญที่รออยู่นั่นคือการเจอกับ บราซิล ถือเป็นเกมอีกเกมที่แฟนฟุตบอลทั่วโลกเฝ้าจับตาและรอคอยอย่างใจจดใจจ่อครับ







