
บราซิล กับฝันที่เกือบจะหลุดลอย
เกือบไปเสียแล้วสำหรับเจ้าภาพและอดีตแชมป์ 5 สมัย บราซิล กับการเกือบจะถูกหยุดเส้นทาง
โดย สุรเดช สันติเลิศประภพ
บราซิล กับฝันที่เกือบจะหลุดลอย
เกือบไปเสียแล้วสำหรับเจ้าภาพและอดีตแชมป์ 5 สมัย บราซิล กับการเกือบจะถูกหยุดเส้นทางสู่แชมป์ฟุตบอลโลกในปีนี้ไว้เพยีงแค่รอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังจากพวกเขา1โลกในเกมสุดท้ายต่อหน้าเพื่อนร่วมชาติตัวเองหนที่แล้วจะผ่านพ้นไป
64 ปีที่แล้ว บราซิล ลงเล่นเกมสุดท้ายที่เปรียบได้กับนัดชิงชนะเลิศ โดยพวกเขาต้องการเพียงแค่ผลเสมอเท่านั้นในการเจอกับ อุรุกวัย เพื่อคว้าแชมป์โลกสมัยแรกของตัวเอง อย่างไรก็ดี อุรุกวัย ที่เป็นทั้งแชมป์โลก และ แชมป์ฟุตบอลโอลิมปิกก่อนหน้า บราซิล แถมยังอยู่ในทวีปเดียวกันอีก ก็ทำให้แฟนๆบราซิลที่เข้ามาแออัดชมเกมกันใน มาราคาน่า สเตเดี้ยม กว่า 2
แสนคนต้องช็อคไปตามๆกันเมื่อพลิกเอาชนะ บราซิล ลงได้ 2-1
บราซิล ต้องรอจนกว่าจะถึงปี 1958 ที่สวีเดน ที่พวกเขาถึงมีโอกาสได้สัมผัสกับโทรฟี่แชมป์โลกที่รคอย และหลังจากนั้น บราซิล ก็ก้าวไปแบบไม่หยุดทั้งการป้องกันแชมป์สำเร็จที่ ชิลี ในอีก 4 ปีต่อมา ก่อนจะตกรอบแรกไปแบบเซอร์ไพรส์ที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพ และรอจนถึงปี 1970 บราซิล จึงกลายเป็นชาติแรกที่คว้าแชมป์โลกครบ 3 สมัย และ ชื่อของ เปเล่
ก็กลายเป็นตำนานควบคู่ไปกับความสำเร็จดังกล่าว
การหากลยุทธ์ใหม่ของยุโรปทำให้ บราซิล ต้องสะดุดไปร่วม 24 ปีก่อนที่พวกเขาจะหวนกลับมาเป็นแชมป์ในปี 1994 บนทวีปอเมริกา บราซิล ทำสถิติเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 3 สมัยติดเป็นชาติแรกเมื่อเข้าชิงในอีก 2 สมัยถัดมาแต่พวกเขาก็หยิบแชมป์มาได้เพียงในปี 2002 เท่านั้นในทวีปเอเชีย
ฟุตบอลโลก 2006 และ 2010 ไม่มีอะไรให้แฟนๆของ บราซิล ได้จดจำนักจนกระทั่งเมื่อปี 2007 ที่ ฟีฟ่า ได้ออกมาประกาศว่า บราซิล จะได้เป็นเจ้าภาพในปี 2014 นั่นทำให้กระแสของการอยากจะเห็น บราซิล คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 6 และเป็นความสำเร็จบนแผ่นดินของตัวเอง นี่ถูกมองว่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ บราซิล กลายเป็นอมตะชั่วนิรันดร์ไปเลย ก่อนที่พวกเขาจะเฝ้ารอเวลาอีก 2
ปีนับจากนี้กับการตั้งความหวังที่อยากจะเห็นทีมฟุตบอลตัวเองประสบความสำเร็จคว้าเหรียญทองจากโอลิมปิก เกมส์ ที่จะจัดกันที่ บราซิล ในปี 2016 เป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศให้จงได้
บราซิล ผ่านรอบแรกฟุตบอลโลก 2014 แบบไม่เหนื่อยมากนักแต่พวกเขาก็ยังไม่อยู่ในฟอร์มที่ฮอตแบบสุดๆ แรงเชียร์แรงใจจากแฟนๆมีส่วนทำให้ บราซิล คว้าแชมป์กลุ่มมาครองได้ และเข้าไปชนกับ ชิลี ที่เบียด สเปน แชมป์เก่าตกรอบแบบไม่เป็นท่าในรอบแรก
ชิลี ไม่เคยบุกมาชนะ บราซิล ยาวนาน แถม บราซิล ก็มีสถิติยอดเยี่ยมในบ้านที่ไร้พ่ายมายาวนานเกิน 10 ปี เกมนี้ ชิลี แสดงให้เห็นว่าแม้จะต้องตามหลังไปก่อนจากประตูของ ดาวิด ลุยซ์ แต่พวกเขาก็ทำได้ดีไล่ตีเสมอได้จากฮีโร่คนเดิม อเล็กซิส ซานเชซ เป็นประตูที่ 5 จาก 6 เกมหลังสุดของดาวเตะจาก บาร์เซโลน่า ผู้นี้อีกด้วย
เมื่อไม่มีประตูกันเพิ่มใน 90 นาทีทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปและเช่นเดิมที่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถจะทำอะไรกันได้ สุดท้ายต้องมาตัดสินกันด้วยการยิงจุดโทษและ บราซิล ทำได้ดีกว่าเอาชนะไปแบบหืดจับ 3-2 รวมสกอร์ในเกมด้วยเป็น 4-3
การเจอกับ ชิลี นั้นนับว่ายากแล้ว แต่ด่านต่อไปในรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่รอ บราซิล อยู่ยังเป็นทีมจากอเมริกาใต้อีกหนึ่งทีมและทีมๆนี้ยังเป็นทีมที่ออกสตาร์ททัวร์นาเมนต์นี้ได้ดีเสียกว่าพวกเขาเสียอีกนั่นก็คือ โคลัมเบีย
การขาดหายไปของ ราดาเมล ฟัลเกา ถูกพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้ส่งผลกระทบกับ โคลัมเบีย เลย ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของเพลย์เมคเกอร์ดาวรุ่ง เจมส์ โรดริเกวซ ทำให้ โคลัมเบีย เดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
บราซิล จะต้องเจอกับบททดสอบที่ยากขึ้นไปอีกระดับ นับจากนี้เหลืออีกเพียง 3 เกมที่พวกเขาต้องเอาชนะให้ได้ทั้งหมดเพื่อให้ได้มาซึ่งโทรฟี่แชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 6 ของชาติ จะผ่านได้หรือไม่ โคลัมเบีย จะให้คำตอบกับพวกเขาในวันที่ 4 ก.ค. ต้องรอติดตามกันล่ะครับ







