
ดัชนีโรงตึ๊ง
ว่ากันว่าหนึ่งในดัชนีสำคัญที่ชี้วัดสภาพเศรษฐกิจและสังคมในแต่ละช่วงเวลา คือ โรงตึ๊ง หรือ โรงรับจำนำ เพราะเข้าถึงความเป็นอยู่ของคนรากหญ้าโดยตรง
อัฏฐวรรณ ลวณางกูร
ว่ากันว่าหนึ่งในดัชนีสำคัญที่ชี้วัดสภาพเศรษฐกิจและสังคมในแต่ละช่วงเวลา คือ โรงตึ๊ง หรือ โรงรับจำนำ เพราะเข้าถึงความเป็นอยู่ของคนรากหญ้าโดยตรง
ไม่เพียงแต่ไทยที่ธุรกิจโรงรับจำนำมีให้เห็นดาษดื่น ทว่าหลายประเทศในอาเซียน ทั้งเวียดนาม มาเลเซีย แม้แต่สิงคโปร์ โรงตึ๊งก็กำลังเฟื่องฟูมาก
หลายคนอาจไม่นึกว่า สิงคโปร์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศร่ำรวยมากสุดในอาเซียนและติดอันดับโลกในเรื่องดีๆ มากมาย จะเป็นศูนย์กลางโรงตึ๊งกับเขาด้วย
แต่อย่าลืมว่า การมีชื่อเป็นประเทศร่ำรวยก็มักแถมพ่วงด้วยตำแหน่งประเทศที่มีค่าครองชีพสูง เหมือนเงาที่ไม่สามารถหนีพ้น โดยล่าสุดสิงคโปร์ซิวแชมป์ประเทศค่าครองชีพแพงสุดในโลก จากการจัดอันดับของอีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา แซงหน้ามหานครอื่นๆ ทั้งปารีส ออสโล ซูริค ซิดนีย์ และโตเกียว
เพราะความเจริญและร่ำรวยของสิงคโปร์ดึงดูดแรงงานต่างชาติให้แห่มาทำงานบนเกาะแห่งนี้ เกิดการแข่งขันในตลาดงาน รวมถึงดันให้ราคาที่อยู่อาศัยพุ่งสูงต่อเนื่อง และส่งผลถึงช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนที่กว้างมากขึ้นด้วย
นี่หมายความว่าคนสิงคโปร์บางส่วนคุ้นเคยกับบริการโรงรับจำนำ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานรายได้น้อย เรื่อยไปจนถึงเจ้าของธุรกิจ เพราะต้องดิ้นรนหาเงินมาใช้ในจังหวะที่เดือดร้อน เช่น หาเงินมาจ่ายค่าเทอมลูก ค่ารักษาพยาบาล หรือหมุนเงินไม่ทันในบางเดือน
เอส. ปันเดียน ซูเปอร์ไวเซอร์ในบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่ง ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากอินเดีย บอกว่า เขาต้องพึ่งพาโรงตึ๊งเป็นครั้งคราว เพราะหารายได้แต่ละเดือนแค่ 1,600 เหรียญสิงคโปร์ แต่ต้องส่งเงินส่วนใหญ่กลับไปให้ครอบครัว ทำให้มีเงินใช้จ่ายเพียงน้อยนิด
อีกปัจจัยที่หนุนส่งให้ธุรกิจโรงรับจำนำเบ่งบานมากในสิงคโปร์คือ การวางตัวเองเป็นแหล่งกาสิโนชั้นนำ ทำให้ดึงดูดนักเสี่ยงโชคจากทั่วทุกมุมโลกให้มารวมกัน ซึ่งบ่อยครั้งที่ผู้แสวงโชคเหล่านี้ทุ่มเดิมพันจนเงินหมดกระเป๋า แต่ยังอยากแก้มือ จึงต้องหาทรัพย์สินมีค่ามาจำนำไว้ก่อน และหลายรายก็ลงเอยด้วยการกลับบ้านมือเปล่า
บลูมเบิร์ก ระบุว่า ขณะนี้ธุรกิจโรงรับจำนำในสิงคโปร์กำลังคึกคักมาก เนื่องจากนักเสี่ยงโชคที่มาวัดดวงจำนวนไม่น้อยต้องการหาเงินกู้ระยะสั้นที่รวดเร็ว ทำให้โรงตึ๊งผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดเพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว
ข้อมูลจากดีเอ็มจี แอนด์ พาร์ตเนอร์ส ซิเคียวริตี้ส์ พบว่า ปัจจุบันจำนวนโรงรับจำนำในสิงคโปร์มีอยู่ถึง 214 แห่ง เพิ่มจากเมื่อปี 2551 ที่มีเพียง 114 แห่ง มูลค่าเงินกู้แบบด่วนสูงถึง 5,500 ล้านเหรียญสิงคโปร์ ในปี 2556 เพิ่มจาก 1,600 ล้านเหรียญสิงคโปร์
น่าสนใจว่าความแรงของธุรกิจกู้ยืมแบบด่วนในกาสิโนไม่เพียงปลุกโรงตึ๊งให้คึกคัก แต่ยังเตะตาบรรดาคนหัวใสที่ตั้งตนเป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่เงินกู้แบบผิดกฎหมายด้วย
โดยผู้ปล่อยกู้เหล่านี้จะตีมูลค่าทรัพย์สินของนักเสี่ยงโชคแค่ 50-60% น้อยกว่าโรงตึ๊งที่ตีราคาประมาณ 80-90% ซึ่งหากลูกหนี้ไม่นำเงินมาจ่ายภายใน 3 วัน เจ้าหนี้นอกระบบก็จะนำของมีค่าไปแลกเงินออกมาจากโรงรับจำนำถูกกฎหมาย และนำตั๋วจำนำไปให้กับลูกหนี้ เพื่อนำไปไถ่ของคืนเป็นการใช้ช่องว่างจากการที่โรงตึ๊งยอมให้ผู้ถือตั๋วจำนำเป็นผู้ไถ่ถอนได้ไม่ว่าจะเป็นใคร
แต่นั่นก็เท่ากับเจ้าหนี้นอกระบบกินส่วนต่างของมูลค่าทรัพย์สินไปแล้ว ขณะที่เจ้าของทรัพย์สินต้องไถ่ของคืนในราคาแพงขึ้น โดยที่โรงตึ๊งถูกกฎหมายอาจไม่รู้เรื่อง







