
กาช่อการร้ายอิรักรุกหนักยึดโรงกลั่นใหญ่สุดในประเทศ
สถานการณ์ในอิรักส่อเค้าวุ่นวายหนัก หลังกลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรงสามารถยึดแหล่งโรงกลั่นน้ำมันใหญ่สุดในประเทศไว้ได้แล้ว ลั่นพร้อมลุยแบกแดดต่อ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
สถานการณ์ในอิรักส่อเค้าวุ่นวายหนัก หลังกลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรงสามารถยึดแหล่งโรงกลั่นน้ำมันใหญ่สุดในประเทศไว้ได้แล้ว ลั่นพร้อมลุยแบกแดดต่อ
เอพีรายงานว่า กลุ่มรัฐอิสลามอิรักและเลแวนท์ (ไอเอสไอแอล) ที่เป็นกลุ่มติดอาวุธมุสลิมสุหนี่หัวรุนแรงสามารถควบคุมเมืองเบยจิ ซึ่งเป็นแหล่งโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในอิรักไว้ได้แล้ว หลังจากเริ่มบุกเข้าโจมตีตั้งแต่ช่วงดึกของวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น โดยเมืองดังกล่าวอยู่ห่างจากกรุงแบกแดดไปทางเหนือราว 250 กม.เท่านั้น
ทั้งนี้ น้ำมันที่กลั่นได้จากโรงกลั่นน้ำมันในเบยจิ คิดเป็นกว่า 1 ใน 4 ของศักยภาพในการกลั่นน้ำมันของอิรักทั้งประเทศ ซึ่งน้ำมันที่กลั่นได้ส่วนใหญ่มักถูกนำไปบริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะสำหรับการผลิตไฟฟ้า กรณีที่กลุ่มไอเอสไอแอลสามารถยึดเมืองดังกล่าวไว้ได้ ทำให้เกิดความเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะก่อให้เกิดภาวะขาดแคลนพลังงานภายในประเทศและอาจเลวร้ายถึงขั้นขาดแคลนไฟฟ้า
ในวันเดียวกันนี้ กลุ่มติดอาวุธมุสลิมสุหนี่หัวรุนแรงยังสามารถบุกเข้ายึดซีกตะวันตกของเมืองบาคูบา ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงแบกแดดเพียงแค่ 70 ก.ม. เท่านั้น หลังจากเกิดการปะทะกับกองกำลังของอิรักอย่างดุเดือด ขณะเดียวกันทางกลุ่มยังปะทะกันระหว่างกลุ่มเปชเมอร์กาของชนกลุ่มน้อยชาวเคิร์ด ที่เมืองอัลบาเชีย ในจังหวัดซาลาฮุดดิน
กลุ่มไอเอสไอแอลกำลังเร่งเคลื่อนกองกำลังเข้าสู่กรุงแบกแดดและเมืองสำคัญของลัทธิชีอะห์ ได้แก่ การ์บาลา นาจาฟ และซามารา หลังจากที่ก่อนหน้านี้สามารถควบคุมพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือไว้ได้อย่างรวดเร็วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้านเอพีระบุว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวนับเป็นภัยคุกคามในอิรักที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่สหรัฐถอนทหารออกไปเมื่อปี 2011
ขณะที่นายกรัฐมนตรี นูรี มาลิกี ตัดสินใจสั่งปลดเจ้าหน้าที่ทางการทหารระดับสูงของอิรัก หลังจากที่ไม่สามารถกู้สถานการณ์ทางเหนือของประเทศได้ อย่างไรก็ดี มีชาวอิรักกว่า 2 ล้านคน แห่เข้าสมัครเป็นกองกำลังอาสาจับอาวุธขึ้นสู้กับกลุ่มก่อการร้าย จนทางการต้องประกาศว่าทางกองทัพไม่สามารถรับเพิ่มได้อีกต่อไป
นอกจากนี้ ประธานาธิบดี ฮัสซัน รูฮานิ ของอิหร่านยังประกาศว่า ประชาชนชาวอิหร่านพร้อมที่จะลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องเมืองสำคัญของชาวชีอะห์ในอิรักจากการย่ำยีของกลุ่มไอเอสไอแอล และพร้อมจะให้บทเรียนแก่กลุ่มก่อการร้าย
ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาเลือกใช้ยุทธวิธีปฏิบัติการทางทหารกับกลุ่มก่อการร้าย ระหว่างการโจมตีทางอากาศและการใช้หน่วยรบพิเศษกองกำลัง โดยก่อนหน้านี้สหรัฐได้ส่งทหารเข้าไปในอิรักแล้ว 275 นาย เพื่อให้ความคุ้มครองทรัพย์สินของสหรัฐ
อย่างไรก็ดี สหรัฐสร้างเงื่อนไขในการส่งกองทัพเข้าไปสนับสนุนเพิ่มเติมว่า รัฐบาลแบกแดดต้องให้คำมั่นว่าจะปฏิรูปการเมืองและหยุดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายที่มีอยู่เข้มข้นระหว่างกลุ่มมุสลิมสุหนี่และชีอะห์ในอิรักเสียก่อน







