
เวียดนามเล็งฟ้องศาลโลก
หวังตอกกลับ‘จีน’ปมพิพาททะเลจีนใต้ไม่หวั่นกระทบการค้าญี่ปุ่นหนุนเต็มที่
หวังตอกกลับ‘จีน’ปมพิพาททะเลจีนใต้ไม่หวั่นกระทบการค้าญี่ปุ่นหนุนเต็มที่
เวียดนามเล็งยื่นฟ้องจีนต่อศาลโลก กรณีพิพาททะเลจีนใต้ ลั่นไม่หวั่นกระทบการค้ากับแดนมังกร
นายกรัฐมนตรี เหงี๊ยนเติ๋นซุง แห่งเวียดนาม เปิดเผยว่า ขณะนี้เวียดนามกำลังอยู่ในขั้นตอนเตรียมหลักฐานเพื่อทำการฟ้องร้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) ในกรณีจีนอ้างสิทธิเหนือน่านน้ำทะเลจีนใต้ และกำลังรอช่วงเวลาที่เหมาะสมในการยื่นฟ้อง
ทั้งนี้ ท่าทีของผู้นำเวียดนามที่ออกมาประกาศต่อสู้กับจีนในชั้นศาล เกิดขึ้นภายหลังถูกกดดันจากประชาชนที่ต้องการให้ตอบโต้จีนอย่างหนักแน่น เมื่อเรือของจีนได้เข้าล้อมและพุ่งชนเรือสินค้าของเวียดนามเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ใกล้กับหมู่เกาะพาราเซล ห่างจากแท่นขุดเจาะน้ำมันของจีนที่เกิดเหตุพิพาทอยู่เพียง 12 ไมล์
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจุดกระแสความกังวลว่า ไม่เพียงแต่จะกระทบความสัมพันธ์ของทั้งสองชาติ แต่ ยังเสี่ยงกระทบต่อเศรษฐกิจของเวียดนาม เนื่องจากจีนเป็นประเทศคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม โดยตัวเลขการค้ากับจีนปี 2013 อยู่ที่ 50.2 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,650 ล้านบาท) ซึ่งคิดเป็น 15% ของตัวเลขการค้าทั้งหมดของเวียดนาม อย่างไร ก็ตาม ผู้นำเวียดนามย้ำว่าได้เตรียมมาตรการที่เหมาะสมเพื่อรับมือแล้ว
ด้าน เหงียนชีวินห์ รองรัฐมนตรีกลาโหมของเวียดนาม ได้ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์สว่า ญี่ปุ่นประกาศให้ความช่วยเหลือเวียดนามในการเพิ่มความแข็งแกร่งทางกองทัพ โดยจะมีการฝึกอบรมยามชายฝั่งและแบ่งปันข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ของเวียดนาม พร้อมทั้งส่งเรือให้บางส่วน โดยคาดว่าจะได้รับเรือยามฝั่งจากญี่ปุ่นทั้งหมดในต้นปี 2015
สำหรับการยื่นมือช่วยเหลือของทางการญี่ปุ่นครั้งล่าสุดเกิดขึ้นภายหลังจาก อิทสุโนริ โอโนเดระ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น ประกาศจับมือกับ พล.อ.กวง ธันห์ ฟุง รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเวียดนาม ในระหว่างการประชุมนานาชาติว่าด้วยความมั่นคงในเอเชียที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ว่าจะร่วมมือกันเพิ่มความแข็งแกร่งเพื่อปกป้องประเทศจากจีน
ทั้งนี้ ตอกย้ำการประกาศของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ว่าจะให้การสนับสนุนประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) อย่างสุดกำลังในการต่อสู้กับภัยคุกคามจากจีนอีกด้วย
ขณะที่ อึ้ง เอง เฮน รัฐมนตรีกลาโหมของสิงคโปร์ กล่าวหลังการประชุมกับผู้นำกลาโหม 21 ชาติ ซึ่งรวมถึงสหรัฐ จีน และญี่ปุ่น ว่า ทุกฝ่ายต้องลดความรุนแรงของปมพิพาทลงก่อนจะเกิดเหตุบานปลาย







