
อินทรีเหล็ก-ฝอยทองแย่งแชมป์กลุ่ม
กลุ่มจี จัดได้กว่าเป็นกลุ่มที่แข็งโป๊กอีกกลุ่มหนึ่ง
กลุ่มจี จัดได้กว่าเป็นกลุ่มที่แข็งโป๊กอีกกลุ่มหนึ่ง มีทั้ง “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี แชมป์โลก 3 สมัย “ฝอยทอง” โปรตุเกส ที่มี คริสเตียโน โรนัลโด ซุป’ตาร์ชื่อดัง กานา ทีมแกร่งจากแอฟริกา และ “พญาอินทรี” สหรัฐ ยอดทีมจากทวีปอเมริกาเหนือ ทั้ง 4 ทีมล้วนแต่แกร่งทั่วแผ่นจริงๆ
เยอรมนี (ทีมอันดับ 2 โลก)
“อินทรีเหล็ก” เป็นหนึ่งในทีมเต็ง มาเตะเวิลด์ คัพ เป็นครั้งที่ 18 เป็นรองแค่ชาติเจ้าภาพเท่านั้น สำหรับสถิติการปรากฏตัวในรอบสุดท้ายทีมของ โยอาคิม เลิฟ ตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย ด้วยการเป็นทีมที่มีแต้มเยอะที่สุดของโซนยุโรป และมาในฐานะแชมป์กลุ่ม ลงเล่นรอบคัดเลือก 10 นัด ไม่แพ้ใคร ส่งผลให้พวกเขาแพ้เพียงแค่ 2 ครั้ง จากทั้งหมด 82 เกม ที่เคยเล่นในรอบคัดเลือก สถิติตรงนี้ไม่แปลกใจที่พวกเขาจะเป็นทีมเต็งคว้าแชมป์ นักตะของ “อินทรีเหล็ก” ชุดนี้ ผสมผสานระหว่างดาวรุ่งกับตัวเก๋า เชื่อว่าน่าจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัวทีเดียว
ผู้จัดการทีม
โยอาคิม เลิฟ เข้ามาแทนที่ เจอร์เกน คลินส์มันน์ ปี 2006 กุนซือมาดเท่ ปรุงแต่งทีมชาติเยอรมนีชุดนี้ให้เล่นได้ตื่นตาตื่นใจ ไม่น่าเบื่อเหมือนแต่ก่อน ที่เน้นเกมรับมากเกินไป
“ผมรู้จักนักเตะวัยรุ่นที่นี่ดีทีเดียว พวกเราเล่นได้ดีภายใต้สภาวะกดดันเสมอ เป้าหมายต้องคว้าแชมป์ให้ได้ เพื่อเป็นของขวัญให้แฟนบอลเยอรมนี”
สตาร์ประจำทีม
พวกเขาใช้ระบบ 4-2-3-1 มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ และ ซามี เคห์ดิรา ที่ตอนนี้กำลังเจ็บอยู่ เหนือพวกเขาขึ้นไปเป็น เมซุต โอซิล มิดฟิลด์จอมสร้างสรรค์เกมของอาร์เซนอล ที่ครองบอลและจ่ายบอลได้อย่างชาญฉลาด แต่แดนกลางคนอื่นๆ ก็พึ่งพาได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น มาร์โก รอยส์ และ โธมัส มุลเลอร์ สร้างความอันตรายจากทางริมเส้น ส่วนกองหน้ายังคงใช้บริการของ มิโรสลาฟ โคลเซ ที่ยังเก๋าและเด่นในลูกกลางอากาศ
เป้าหมาย ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศได้ถึง 7 สมัย และคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ในปี 1990 และเป็นรองแชมป์ปี 2002 นอกจากนี้ พวกเขาได้อันดับ 3 ในฟุตบอลโลก 2 สมัย ในปี 2006 และ 2010 ครั้งนี้ต้องถึงรอบชิงดำเป็นอย่างน้อย
โปรตุเกส (ทีมอันดับ 3 โลก)
หาทีมที่จะเหมือน “ฝอยทอง” ได้ยาก เพราะที่ผ่านมาทั้งฟุตบอลโลก 2010 และยูโรฯ 2012 รวมทั้งฟุตบอลโลกหนนี้ โปรตุเกสต้องลุ้นถึงเพลย์ออฟ ซึ่งพวกเขาก็เอาตัวรอดทุกที ดูเหมือนว่าแฟนบอลจะฝากความหวังไว้ที่ คริสเตียโน โรนัลโด สตาร์ดังของทีมที่แบกภาระอันใหญ่หลวงนี้ไว้ แต่คงปฏิเสธไม่ได้เช่นกัน เพราะหากวันไหนกองหน้าของเรอัล มาดริด โชว์ฟอร์มได้ดี แน่นอนผลงานของทีมก็ดีตามไปด้วย
ผู้จัดการทีม
เปาโล เบนโต เข้ามาคุมทีมแทน คาร์ลอส เคยรอซ ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2010 กุนซือวัย 44 ปี พาทีมสปอร์ติงคว้าแชมป์ลีกได้ถึง 4 สมัย ในระยะเวลา 6 ปี ยังเคยลงเล่นฟุตบอลโลก 2002 ด้วย แต่เขามักจะโดนโจมตีว่าไม่ชอบเปลี่ยนตัวนักเตะ ทำให้คู่เแข่งเดาทางได้ง่าย ต้องดูว่าหนนี้เขาจะยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองหรือไม่
“ใครจะมองว่าเราฝากความหวังไว้ที่โรนัลโด คิดผิดแน่ เพราะฟุตบอลของเราเล่นเป็นทีมเวิร์ก”
สตาร์ประจำทีม
เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก คริสเตียโน โรนัลโด เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ปีล่าสุด เพิ่งพาทีมเรอัล มาดริด คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ตอนนี้อายุ 28 ปี เขากำลังอยู่ในจุดสูงสุดของการเป็นนักฟุตบอล นอกจากนี้ ยังมี เจา มูตินโญ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญได้อย่างยอดเยี่ยม
เป้าหมาย เข้ารอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 6 พวกเขาลงเตะครั้งแรกในปี 1966 และเคยเข้ารอบตัดเชือกได้ในปี 2006 เมื่อ 4 ปีก่อนในศึกฟุตบอลโลก 2010 พวกเขาแพ้ สเปน ทีมแชมป์ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ครั้งนี้พวกเขาหวังว่าจะไปได้ไกลกว่านั้น หรือถ้า โรนัลโด ฟอร์มเข้าฝัก พวกเขาฝันถึงรอบตัดเชือกด้วยซ้ำ
สหรัฐ (อันดับ 14 โลก)
คว้าตั๋วสู่ฟุตบอลโลก 2014 ด้วยชัยชนะเหนือคู่ปรับตลอดกาล เม็กซิโก 20 ผ่านเข้ามาเล่นรอบสุดท้ายครั้งที่ 7 ติดต่อกัน พวกเขามีสถิติที่ยอดเยี่ยม ชนะทั้ง 5 เกมในบ้าน ของรอบคัดเลือก โดยไม่เสียประตูให้กับคู่แข่งแม้แต่ลูกเดียว
ผู้จัดการทีม
เจอร์เกน คลินส์มันน์ อดีตกุนซือทีมชาติเยอรมนี ถูกสื่อมวลชนในสหรัฐตั้งคำถามสำหรับรูปแบบการเล่นของทีมและเรื่องส่วนตัว นับตั้งแต่เขามาคุมทีมเมื่อเดือน ก.ค. 2011 แต่ คลินส์มันน์ ซึ่งอาศัยอยู่ที่แคลิฟอร์เนียกับภรรยามานานถึง 15 ปี สร้างบรรยากาศของความมั่นใจและการแข่งขันให้กับทีม ซึ่งพวกเขาชนะถึง 16 นัด เมื่อปี 2013 รวมทั้งชนะเยอรมนีด้วย ถือเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับทีมลุงแซมได้เป็นอย่างดี
“แม้เราจะอยู่ร่วมกลุ่มกับทีมยอดทีมอย่าง เยอรมนี, โปรตุเกส หรือ กานา แต่เราพร้อมที่จะพิสูจน์ว่าเป็นทีมที่ดีพอที่จะผ่านเข้ารอบต่อไป”
สตาร์ประจำทีม
นักเตะ “พญาอินทรี” ส่วนใหญ่จะเป็นผู้เล่นชุดเดิมเมื่อ 4 ปีก่อน มี คลินต์ เดมพ์ซีย์ เป็นกัปตันทีม เพราะประสบการณ์ในทีมชาติเก๋าเหลือเกิน ทำ 8 ประตู ในรอบคัดเลือก บวกกับผลงาน 36 ประตู ใน 101 นัดที่ติดทีมชาติ ทำให้กองหน้าจากซีแอตเติล ซอนเดอร์ ยังคงเป็นทางเลือกในแนวรุกที่ไว้ใจได้
เป้าหมาย เป็นฟุตบอลโลกครั้งที่ 10 ของพวกเขา และเป็นหนที่ 7 ติดต่อกัน เคยได้อันดับ 3 ในปี 1930 และเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ในปี 2002 ก่อนจะไปแพ้ เยอรมนี 0-1 พวกเขาไม่เป็นรองเรื่องสภาพแวดล้อม ตั้งเป้าเข้ารอบน็อกเอาต์
กานา (ทีมอันดับ 38 โลก)
เป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของทวีปแอฟริกา พวกเขาเข้ารอบรองชนะเลิศศึกแอฟริกัน คัพ ออฟเนชั่นส์ 4 ครั้ง
ติดต่อกัน แต่ในฟุตบอลโลก 2010 พวกเขาน่าจะเข้ารอบตัดเชือกด้วยซ้ำ แต่เทพีแห่งโชคไม่เข้าข้าง
ผู้จัดการทีม
เจมส์เวซี อัปเปียห์ กุนซือวัย 53 ปี เคยเป็นอดีตกัปตันทีมชาติกานา ถูกเลื่อนขึ้นมาเป็นเฮดโค้ชเมื่อปี 2012 หลังจากที่เป็นผู้ช่วยอยู่นานถึง 4 ปี ทีแรก อัปเปียห์ ก็ไม่ค่อยได้รับความนิยมกับทีม แต่เขาคือชาวกานาแท้ๆ คนแรกที่พาทีมผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายได้
“ผมกระตุ้นให้พวกเขาลืมความผิดหวังครั้งก่อน การกลับมาครั้งนี้ เราต้องพาทีมไปยังเป้าหมายสุงสุด”
สตาร์ประจำทีม
นักเตะส่วนใหญ่เป็นบรรดาแข้งตัวเก๋า กียาน อซาโมอาห์ อดีตกองหน้าของซันเดอร์แลนด์ ยังคงเป็นศูนย์หน้าตัวหลักของกานา ในวัย 28 ปี เขายิงไป 6 ประตู ในรอบคัดเลือก ขณะที่แดนกลางคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ซัลเลย์ มุนตารี มิดฟิลด์จากเอซี มิลาน เป็นหัวใจหลักในแดนกลาง แข็งแกร่งและเร็ว แถมยิงไกลได้ด้วย หากทั้งสองจูนกันติดรับรองว่าทีมจากกาฬทวีปทีมนี้จะสร้างเซอร์ไพรส์ให้ดู
เป้าหมาย ปี 2010 กานาเกือบจะเป็นทีมแรกของทวีปแอฟริกาที่ได้เข้ารอบรองชนะเลิศ หลังจากที่ ซัวเรซ เอามือปัดบอลและโดนใบแดง แต่น่าเสียดายที่ กียาน อซาโมอาห์ ยิงลูกโทษไม่เข้า ก่อนที่กานาแพ้จุดโทษ เป้าหมายครั้งนี้รอบ 16 ทีม ยังน้อยไป







