
เลือกตั้งยูเครนวุ่น
กลุ่มหนุนรัสเซียยึดสนามบินตะวันออกว่าที่ปธน.คนใหม่ลั่นพร้อมเจรจา
กลุ่มหนุนรัสเซียยึดสนามบินตะวันออกว่าที่ปธน.คนใหม่ลั่นพร้อมเจรจา
กลุ่มหนุนรัสเซียแสดงท่าทีไม่รับผลเลือกตั้งยูเครน ยึดสนามบิน ทหารยูเครนลุยกลับ
เอเอฟพีรายงานว่า กลุ่มแบ่งแยก ดินแดนที่สนับสนุนรัสเซียได้เข้ายึด ท่าอากาศยานนานาชาติโดเนียตส์ก ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของยูเครน โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้ยินเสียงปืน เสียงระเบิด และควันโขมงไปทั่วสนามบิน รวมถึงมีเครื่องบินรบบินเหนือสนามบิน นับเป็นการส่งสัญญาณของกลุ่มสนับสนุนรัสเซียถึงการไม่ยอมรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่มีขึ้นในยูเครน
รายงานระบุว่า มีการอพยพและสั่งปิดสนามบินในโดเนียตส์ก หลังกลุ่มติดอาวุธที่ประกาศตั้งตัวเองเป็น “สาธารณรัฐประชาชนโดเนียตส์ก” บุกสนามบิน และสั่งใหทหารยูเครนถอนกำลังออกจากพื้นที่ในเวลา 07.00 น. ตามเวลาไทย ทว่าล่าสุดเวลา 19.00 น. ตามเวลาไทย ทหารยูเครนได้ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายในสนามบินดังกล่าว โดยมีการโจมตีทางอากาศและส่งพลร่มเข้าพื้นที่
เหตุวุ่นวายดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีการจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดียูเครน โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งยูเครน เปิดเผยว่า ปีโตร โปโรเชนโก มหาเศรษฐีของยูเครน เจ้าของฉายา “ราชาช็อกโกแลต” ได้รับคะแนนเสียงถึง 54% จากการนับบัตรเลือกตั้งทั่วประเทศไป 72.3% ทิ้งห่าง ยูเลีย ทิโมเชนโก อดีตนายกรัฐมนตรีหญิง ที่ได้รับคะแนน 13.1% ส่งผลให้มีความเป็นไปได้สูงว่า โปโรเชนโก จะได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้นำยูเครนคนใหม่
ล่าสุดหลังจากการเลือกตั้ง โปโรเชนโก ได้ให้คำมั่นสัญญาว่า การเจรจากับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในภาคตะวันออกเพื่อยุติเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า จะเจรจาและฟื้นความสัมพันธ์กับรัสเซียด้วยเช่นกัน
“สันติภาพในประเทศและสันติภาพในภาคตะวันออกเป็นงานสำคัญอันดับแรกของผม” โปโรเชนโก ระบุ ซึ่งคำกล่าวนี้ส่งสัญญาณว่าจะช่วยยุติการกระทำของทหารยูเครนที่ต้องการขับไล่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนออกไปจากพื้นที่ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
ในขณะที่ เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ระบุว่า ทางรัสเซียซาบซึ้งกับแถลงการณ์ของ โปโรเชนโก ที่ระบุถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างยูเครนและรัสเซีย และคำมั่นที่ระบุว่าจะเจรจาเพื่อยุติการต่อสู้ในภาคตะวันออก พร้อมระบุว่าพร้อมที่จะเจรจากับโปโรเชนโก แต่ย้ำว่าไม่มีความจำเป็นที่สหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับการพูดคุยดังกล่าว







