
เกือบไป
ใครจะคิดว่า เดอริกค์วิบลีย์ นักร้องนำแห่งวงซัม 41 และอดีตสามีสุดที่รักของนักร้องสาวคนสวย เอวริล ลาวีน ที่อายุอานามก็แค่ 30 กว่าๆ จะต้องระเห็จเข้าไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มในโรงพยาบาลด้วยอาการร่อแร่ปางตาย ด้วยสาเหตุจากการดื่มหนักจัดเต็มจนตับและไตรับไม่ไหว ทำให้เกิดอาการน็อกคาบ้านพักจนต้องหามส่งโรงหมอ
ใครจะคิดว่า เดอริกค์วิบลีย์ นักร้องนำแห่งวงซัม 41 และอดีตสามีสุดที่รักของนักร้องสาวคนสวย เอวริล ลาวีน ที่อายุอานามก็แค่ 30 กว่าๆ จะต้องระเห็จเข้าไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มในโรงพยาบาลด้วยอาการร่อแร่ปางตาย ด้วยสาเหตุจากการดื่มหนักจัดเต็มจนตับและไตรับไม่ไหว ทำให้เกิดอาการน็อกคาบ้านพักจนต้องหามส่งโรงหมอ
นักร้องดังแห่งวงดนตรีแนวพังก์ร็อกผู้นี้ เผยเหตุการณ์เฉียดตายผ่านเว็บไซต์ส่วนตัวหลังพ้นขีดอันตรายแล้วว่า หมอบอกว่าอวัยวะภายในของเขาได้รับความเสียหายมาก ถ้าคืนนั้นดื่มเข้าไปอีกเพียงแค่แก้วเดียวก็อาจไม่มีโอกาสตื่นขึ้นมาอีกแน่นอน
นักร้องสุดแนวผู้รักการดื่มเป็นชีวิตจิตใจนี้เล่าย้อนความหลังให้ฟังด้วยว่า ดื่มหนักทุกวันจนกระทั่งคืนเกิดเหตุก็นั่งดื่มในบ้านพร้อมๆ กับดูทีวีไปด้วย ราวเที่ยงคืนก็เริ่มรู้สึกไม่ดี คู่หมั้นสาวเห็นท่าจะแย่เลยรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล
เมื่อรอดตายมาได้ราวปาฏิหาริย์แล้ว วิบลีย์จึงขอเตือนสติคอทองแดงทั้งหลายที่ดื่มแบบไม่คิดชีวิตว่า ให้เพลาๆ ลงบ้าง ไม่งั้นอาจต้องมานอนโรงหมอด้วยสายระโยงระยางของน้ำเกลือและสารพัดยาแทน
นอกจากนี้ นักร้องดังยังตัดสินใจว่าจะเลิกดื่มด้วย เพื่อคนที่รักอย่างแม่และพ่อเลี้ยงที่ต้องมาเฝ้าไข้ในโรงพยาบาล อีกทั้งยังต้องการให้มีชีวิตยืนยาวต่อไปเพื่อสร้างสรรค์ผลงานเพลงและทัวร์คอนเสิร์ตพบปะแฟนๆ ที่รออยู่
เข้าทำนองไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา อย่างไงอย่างงั้น!







