
เออีซีไม่หวั่นอัยการศึกไทย
ฟิลิปปินส์เชื่อไทยแกร่งพอผ่านวิกฤตได้ค่ายรถญี่ปุ่นจับตาดูวิกฤตใกล้ชิด
ฟิลิปปินส์เชื่อไทยแกร่งพอผ่านวิกฤตได้ค่ายรถญี่ปุ่นจับตาดูวิกฤตใกล้ชิด
ฟิลิปปินส์เผยกฎอัยการศึกไทยไม่สะเทือนเออีซีปลายปี 2015 เชื่อไทยแกร่งพอผ่านวิกฤตได้
ซีซาร์ พูลิสมา รัฐมนตรีคลังฟิลิปปินส์ เปิดเผยช่วงนอกรอบการประชุมรัฐมนตรีคลังสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ครั้งที่ 10 ณ เมืองมากาติ ซิตี ว่า การประกาศใช้กฎอัยการศึกในไทยจะไม่ส่งผลกระทบต่อการรวมตัวทางเศรษฐกิจเข้าเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 2015 นี้ พร้อมเสริมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจำเป็นต่อไทย เนื่องจากจะช่วยให้สามารถฝ่าทางตันวิกฤตการเมืองที่ดำเนินมายาวนานได้
“นี่คือพัฒนาการที่จำเป็นสำหรับไทย เนื่องจากพวกเขาจมอยู่กับทางตันทางการเมืองมาพักใหญ่แล้ว และนั่นแสดงให้เห็นว่าคุณได้ก้าวไปสู่การเติบโตของการเป็นสมาชิกของภูมิภาคแล้ว” พูลิสมา กล่าว พร้อมย้ำว่า การใช้กฎหมายอัยการศึกที่เกิดขึ้นในไทยจะใช้เวลาไม่นาน
รัฐมนตรีคลังฟิลิปปินส์ ยังเผยต่อว่า แม้ความวุ่นวายในการเมืองไทยจะส่งผลกระทบต่อนักลงทุน แต่เชื่อว่าการค้าและระบบห่วงโซ่อุปทานจะยังเดินหน้าต่อไปได้
ขณะเดียวกัน ฟิลิปปินส์จะคอยเป็นกำลังใจให้ไทยแก้ปัญหาดังกล่าวให้ลุล่วงไปได้ เพราะไทยคือประเทศที่แข็งแกร่ง ซึ่งที่ผ่านมาก็สามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงการรับมือกับปัญหาได้เป็นอย่างดี และเชื่อว่าจะเป็นปัญหาเพียงระยะเวลาสั้นเท่านั้น
วันเดียวกัน โยชิฮิเดะ ซูกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นรู้่สึกวิตกกังวลอย่างมากต่อความเคลื่อนไหวทางการเมืองในไทย ล่าสุด หลังประกาศใช้กฎอัยการศึก ขณะเดียวกันก็เน้นย้ำเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับปัญหา หลีกเลี่ยงการกระทำที่นำไปสู่ความรุนแรง และแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธีผ่านกระบวนการทางประชาธิปไตย
นอกจากนี้ ในส่วนบริษัทเอกชนญี่ปุ่น ต่างก็จับตาดูความเคลื่อนไหวการเมืองไทยอย่างใกล้ชิด โดย เทรูฮิโกะ ทาเทเบะ โฆษกของ บริษัท ฮอนด้า ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ เผยว่า กำลังเฝ้าดูความเคลื่อนไหวทางการเมืองของไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อจะนำมาพิจารณาตัดสินใจว่าจะเดินหน้าเปิดสายการผลิตของโรงงานแห่งใหม่ที่มีกำหนดจะเริ่มในปีหน้าหรือไม่
ขณะที่โฆษกบริษัท โตโยต้า ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากญี่ปุ่นอีกราย กล่าวว่า ทางบริษัทกำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวของไทยอย่างใกล้ชิด แต่ในขณะนี้โรงงานทั้ง 3 แห่งในไทยก็ยังคงเดินสายการผลิตตามปกติ โดยกะการผลิตในช่วงเช้ายังดำเนินไปตามปกติอยู่ ทว่ากะเย็นอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์การเมือง
ด้าน เจน ซากี โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐมีความวิตกกังวลต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในไทยล่าสุด และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพหลักการประชาธิปไตย เคารพเสรีภาพการแสดงออก พร้อมกับคาดหวังว่ากองทัพจะดำเนินการตามที่ให้คำมั่นไว้ โดยเฉพาะในเรื่องการป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงและไม่ทำลายกระบวนการประชาธิปไตย







