posttoday
จีนปราบอาเซียนห้ามยุ่งระงับความร่วมมือเวียดนาม

จีนปราบอาเซียนห้ามยุ่งระงับความร่วมมือเวียดนาม

20 พฤษภาคม 2557

หงเล่ย โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เรียกร้องให้สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

หงเล่ย โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เรียกร้องให้สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) วางตัวเป็นกลาง และอย่าเข้ามาเกี่ยวข้องกับวิกฤตขัดแย้งในการอ้างสิทธิเหนือพื้นที่ในทะเลจีนใต้

ขณะเดียวกัน หงเล่ย ยังวิพากษ์วิจารณ์ต่อคำพูดของ เลเลืองมินห์ เลขาธิการอาเซียน ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศรายหนึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยกล่าวหาว่าจีนรุกล้ำพื้นที่ของเวียดนามว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดต่อความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

“จีนไม่พอใจอย่างมากและขอคัดค้านการกระทำเช่นนี้” หงเล่ย กล่าว พร้อมเรียกร้องให้อาเซียนดำรงความเป็นกลาง ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งนี้

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ทางกระทรวงการต่างประเทศของจีนได้ประกาศมาตรการตอบโต้การประท้วงต่อต้านจีนในเวียดนามเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยทางการจีนได้ระงับโครงการแลกเปลี่ยนบางโครงการกับเวียดนาม พร้อมทั้งเตือนให้ประชาชนชาวจีนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเวียดนามด้วย

ด้านบลูมเบิร์กเสนอรายงานกึ่งวิเคราะห์ถึงความพยายามของจีนในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทก่อนที่จะลุกลามใหญ่โต หลังต้องเผชิญหน้ากับการต่อต้านที่ค่อนข้างรุนแรงจากหลายประเทศในอาเซียน เมื่อจีนพยายามจะเข้ามาควบคุมทะเลจีนใต้ ซึ่งการสร้างแท่นขุดเจาะน้ำมันในน่านน้ำที่มีหลายประเทศอ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ชาวเวียดนามโกรธแค้นจนออกมาทำร้ายชาวจีนในประเทศ

เหงี๊ยนเติ๋นซุง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ยังเรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านสนับสนุนความต้องการที่จะให้จีนย้ายแท่นขุดเจาะน้ำมันออกจากพื้นที่พิพาทด้วย ซึ่งความตึงเครียดที่เกิดขึ้นนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะทำลายนโยบายของผู้นำจีน ซึ่งประกาศเมื่อปีที่ผ่านมาว่าต้องการสานสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับอาเซียน เนื่องจากความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นจากประเด็นข้อพิพาทในทะเลจีนใต้นี้เป็นสิ่งกระตุ้นให้ภูมิภาคนี้หันไปสานสัมพันธ์กับสหรัฐและญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ศรีราม เชาเลีย คณบดีและศาสตราจารย์ของสถาบันกิจการระหว่างประเทศจินดัล ในอินเดีย กล่าวว่า ถ้าจีนยังทำตัวเป็นปรปักษ์กับประเทศเล็กๆ คงจะต้องเผชิญกับปัญหาแน่นอน แม้จีนจะไม่ต้องการให้สหรัฐเข้ามายุ่งเกี่ยว แต่การกระทำของจีนกระตุ้นให้ประเทศเล็กๆ เหล่านี้เรียกร้องให้สหรัฐเข้ามาช่วยเหลือ

ขณะที่ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ว่า โจ ไบเดน รองประธานาธิบดีสหรัฐ แสดงความกังวลเกี่ยวกับการกระทำของจีนในประเด็นข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ ระหว่างการประชุมนอกรอบกับ ฟางเฟิงฮุ่ย ประธานเสนาธิการใหญ่กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) ในการหารือเพื่อยืนยันการพัฒนาความร่วมมือทางทหารระหว่างจีนและสหรัฐ

ส่วนความคืบหน้าล่าสุดจากเหตุความไม่สงบในเวียดนาม หลังจีนส่งเรือ 5 ลำ เพื่ออพยพชาวจีนออกจากเวียดนามเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พบว่า มีชาวจีนในเวียดนามกว่า 3,000 คน ได้เดินทางออกจากเวียดนามด้วยเรือที่ทางการจีนส่งมาช่วยเหลือในจังหวัดฮาตินห์ของเวียดนาม จำนวน 2 ลำ กลับสู่บ้านเกิดแล้ว

อย่างไรก็ตาม ยังมีชาวจีนในเวียดนามราว 4,000 คน ที่รออพยพกลับสู่บ้านเกิด ขณะที่สถานทูตจีนในเวียดนามรายงานว่า ชาวจีนในเวียดนามอย่างน้อย 1,600 คน ได้อพยพหนีไปยังประเทศกัมพูชาแล้ว

วันเดียวกัน รัฐบาลเวียดนามได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นาย ไปดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนจากเหตุจลาจลที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด โดยจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้กว่า 300 คน

อย่างไรก็ตาม ฟอกซ์คอนน์ บริษัทสัญชาติไต้หวัน หนึ่งในผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลก และเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ให้กับ แอปเปิล ได้สั่งปิดโรงงานในเวียดนามชั่วคราว 3 วัน ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย หลังชาวเวียดนามที่โกรธแค้นบุกเข้าทำลายโรงงานหลายแห่งซึ่งเชื่อว่าเป็นของชาวจีน

นอกจากนี้ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทหลายแห่งที่เป็นกิจการของชาวต่างชาติในเวียดนามระบุด้วยว่า ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นหรือรัฐบาลกลางของเวียดนามเข้ามารับผิดชอบความเสียหายจากเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น แถมทางการเวียดนามยังไม่พยายามที่จะเข้าควบคุมสถานการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นด้วย

ขณะเดียวกัน ความวุ่นวายนี้ยังส่งผลกระทบความมั่นใจของนักลงทุนต่างชาติในเวียดนามอย่างมาก เนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจว่าหากเกิดความรุนแรงขึ้นมาอีก รัฐบาลกลางและท้องถิ่นจะควบคุมกลุ่มผู้ประท้วงได้ โดย รัฐบาลเวียดนามกำลังพิจารณามาตรการชดเชยแก่บริษัทต่างชาติที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปของการยกเว้นภาษี การลดอัตราภาษี การให้กู้ยืมเงินทุน หรือมาตรการผ่อนคลายด้านการกู้ยืม

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว