
ประท้วงเวียดนามลาม ดับแล้ว 21
การชุมนุมประท้วงของชาวเวียดนามที่ออกมาเรียกร้องให้จีนรื้อถอนแท่นขุดเจาะน้ำมันใกล้กับหมู่เกาะพาราเซล
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
การชุมนุมประท้วงของชาวเวียดนามที่ออกมาเรียกร้องให้จีนรื้อถอนแท่นขุดเจาะน้ำมันใกล้กับหมู่เกาะพาราเซล ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ทับซ้อนที่ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างกรรมสิทธิ์เหนือน่านน้ำในทะเลจีนใต้ เริ่มลุกลามบานปลายและทวีความรุนแรงมากขึ้น
ทั้งนี้ บุ่ยกวางวิงห์ รมว.วางแผนและการลงทุนเวียดนาม เปิดเผยว่า การประท้วงของคนงานชาวเวียดนามเริ่มขยายวงกว้างออกไปถึง 22 จาก 63 จังหวัดในประเทศ และยอมรับด้วยว่า เป็นเรื่องยากมากที่จะหามาตรการรับมือสถานการณ์ที่กำลังระอุให้อยู่ภายใต้การควบคุมได้
เช่นเดียวกับ เหวียนเติงซุง นายกรัฐมนตรีของเวียดนามที่ออกมายอมรับว่า สถานการณ์ความวุ่นวายนี้อยู่ในระดับที่น่ากังวลอย่างมาก นอกจากนี้ ยังระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวกระตุ้นให้เลือดรักชาติของชาวเวียดนามพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และผู้ประท้วงยังเชื่อว่าตนเองทำสิ่งที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ของรัฐบาลเวียดนามแถลงการณ์ว่า ผู้ก่อความวุ่นวายซึ่งกระทำผิดกฎหมายจะต้องรับโทษ
ล่าสุด กลุ่มผู้ประท้วงชาวเวียดนามราว 1,000 คน ได้เข้ารื้อทำลายและสร้างความวุ่นวายในโรงงานทำเหล็กกล้าของชาวไต้หวัน ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดฮาตินห์ ในภาคกลางของเวียดนาม จนเป็นเหตุให้คนงานชาวจีนในโรงงานดังกล่าวเสียชีวิต 1 คน และมีผู้บาดเจ็บอีก 141 คน รวมถึงมีบ้านพักของคนงานชาวจีนเสียหายอย่างน้อย 3 หลัง
นอกจากนี้ ยังมีรายงานด้วยว่า พบผู้เสียชีวิตอีกอย่างน้อย 21 คน จากเหตุความวุ่นวายเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมาเพิ่มเติม โดยเป็นคนงานชาวเวียดนาม 5 คน และอีก 16 คน คาดว่าน่าจะเป็นผู้ที่มีสัญชาติจีน
ยิ่งไปกว่านั้น ทางการเวียดนามยังส่งตำรวจปราบจลาจลลงไปในจังหวัดบินห์เยือง ทางใต้ของเวียดนาม หลังได้รับแจ้งเหตุวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากกลุ่มชาวเวียดนามที่ต่อต้านชาวจีน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นคนงานในโรงงานของสวนอุตสาหกรรมนี้ ได้บุกรุก ทำลาย และเผาโรงงานอย่างน้อย 15 แห่ง ที่สงสัยว่าจะเป็นกิจการของชาวจีนด้วย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจับผู้ต้องสงสัยในการก่อเหตุได้ราว 500 คน
ทั้งนี้ ยังมีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่าโรงงานอุตสาหกรรม 4 แห่ง ในสวนอุตสาหกรรมทั้ง 2 แห่ง ในจังหวัดบินห์เยือง ที่ดำเนินงานโดยบริษัท สิงคโปร์ เซมป์คอร์ป อินดัสทรีส์ ถูกเผาวอดในคืนวันอังคารที่มีกลุ่มผู้ประท้วงบุกเข้าไปทำลายกิจการที่สงสัยว่าจะเป็นของชาวจีนด้วยความโกรธแค้น
พร้อมกันนี้ ยังมีรายงานว่าผู้เช่าพื้นที่ในสวนอุตสาหกรรมราว 200 ราย จากกิจการทั้งหมดกว่า 400 แห่ง ต้องอพยพออกจากพื้นที่ เนื่องจากปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ประท้วงดังกล่าว ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งของรัฐบาลเวียดนาม ในการเรียกชื่อเสียงและความมั่นใจของนักลงทุนต่างชาติว่าเวียดนามยังเป็นประเทศที่สงบ ปลอดภัย และมีค่าแรงค่อนข้างต่ำ เหมาะแก่การลงทุนกลับคืนมา โดยเฉพาะจีนซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม และไต้หวันซึ่งเป็นนักลงทุนรายใหญ่อันดับ 4 ในเวียดนาม
นอกจากนักลงทุนชาวจีนและไต้หวันแล้ว เหตุความไม่สงบนี้ ยังทำให้นักลงทุนจากประเทศอื่นๆ ในเวียดนาม กังวลว่าจะกระทบกับการส่งออก เนื่องจากไม่สามารถผลิตสินค้าเพื่อส่งได้ทันตามกำหนด ทั้งนี้ การผลิตเพื่อส่งออกถือว่าเป็นเสาหลักที่สำคัญของเศรษฐกิจเวียดนาม เนื่องจากมีนักลงทุนรายใหญ่จากทั่วโลกเข้ามาตั้งโรงงานผลิตสินค้าในเวียดนาม
ด้าน หวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนเรียกทูตเวียดนามประจำกรุงปักกิ่งเข้าพบ เพื่อยื่นหนังสือประท้วง และเรียกร้องให้รัฐบาลเวียดนามดำเนินมาตรการที่จำเป็นในการยุติเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม หัวชุนอิง โฆษกหญิงแห่งกระทรวงต่างประเทศของจีน กล่าวหาทางการเวียดนามว่า รู้เห็นเป็นใจกับกลุ่มผู้ประท้วงในการก่อเหตุความรุนแรงและกระทำการที่ผิดกฎหมาย จนทำให้ชาวจีนอย่างน้อย 1 คน ต้องเสียชีวิต
ด้าน สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานเพิ่มเติมว่ามีพนักงานชาวจีนประมาณ 10 คน ที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ และมีพนักงานชาวจีนอีกราว 55 คน ที่ได้รับบาดเจ็บ หลังผู้ประท้วงบุกเข้าไปทำลายโรงงาน 4 แห่งในจังหวัดฮาตินห์
อย่างไรก็ดี ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของกัมพูชากล่าวว่า ชาวจีนราว 600 คน ข้ามจากตอนใต้ของเวียดนามเข้ามาในกัมพูชามากขึ้น ขณะที่สายการบินไต้หวันก็เพิ่มเที่ยวบินอีก 2 เที่ยว เพื่อรองรับผู้เดินทางออกจากกรุงโฮจิมินห์







