
รักวัวให้ผูก รักลูกอย่าตี
ภาษิตไทยในอดีตเห็นท่าจะใช้ไม่ได้แล้วสำหรับการเลี้ยงลูกในปัจจุบัน หลังทีมวิจัยในเมืองดัลลัสพบว่า การที่พ่อแม่ตีเด็กไม่ได้ช่วยปรับปรุงพฤติกรรมของลูกให้ดีขึ้นเลย เพราะเมื่อเวลาผ่านไปเพียงแค่ 10 นาที เจ้าหนูแสนซนทั้งหลายก็กลับมาแสดงพฤติกรรมแบบเดิมๆ อีกครั้ง
ภาษิตไทยในอดีตเห็นท่าจะใช้ไม่ได้แล้วสำหรับการเลี้ยงลูกในปัจจุบัน หลังทีมวิจัยในเมืองดัลลัสพบว่า การที่พ่อแม่ตีเด็กไม่ได้ช่วยปรับปรุงพฤติกรรมของลูกให้ดีขึ้นเลย เพราะเมื่อเวลาผ่านไปเพียงแค่ 10 นาที เจ้าหนูแสนซนทั้งหลายก็กลับมาแสดงพฤติกรรมแบบเดิมๆ อีกครั้ง
ทั้งนี้ ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาท์เทิร์น แมธเธดิสต์ ในเมืองดัลลัส สหรัฐ ได้ทดลองวางเครื่องบันทึกเสียงไว้ในบ้านที่มีภูมิหลังแตกต่างกัน 33 ครอบครัว เป็นเวลา 6 วัน นักวิจัยในทีมนี้ก็ต้องพบกับเรื่องที่น่าประหลาดใจว่า มีสถานการณ์ที่นำไปสู่การลงไม้ลงมือกับเด็กถึง 41 เหตุการณ์ ในครอบครัวที่มีลักษณะแตกต่างกัน 15 ครอบครัว ทว่าการตีเด็กเพื่อให้หลาบจำนั้น ก็ไม่ได้ช่วยให้เด็กมีพฤติกรรมที่ดีขึ้นแต่ประการใด เพราะพบว่า 75% หลังพ่อแม่ตีเด็กที่กะทำความผิดเพื่อสั่งสอนแล้ว ลูกหลานก็จะสลดแค่ประเดี๋ยวเดียวแล้วก็กลับมาซนอีกภายใน 10 นาทีเท่านั้น
นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังพบอีกว่า พ่อแม่หรือผู้ปกครองที่ชอบตะโกนใส่เด็กๆ เมื่อไม่พอใจ มักมีแนวโน้มที่จะลงไม้ลงมือกับเด็กมากกว่า แถมพ่อแม่ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ตัวเองด้วยว่าตนเองลงมือทำร้ายร่างกายบุตรหลานมากกว่าที่คิดหรือบอกในรายงานที่ทางทีมวิจัยทำการทดสอบ และในบางครั้ง เรื่องที่ทำให้พ่อแม่โมโหจนลงมือทุบตีเด็กก็เป็นเพียงแค่ความผิดเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ซึ่งการใช้กำลังในการลงโทษเด็กนี้ นอกจากจะไม่ช่วยปรับพฤติกรรมของเด็กให้ดีขึ้นแล้ว ยังทำให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าวหรือกลายเป็นเด็กซึมเศร้าวิตกกังวลมากขึ้นด้วย
ดังนั้น การพูดคุยกับเด็กด้วยเหตุผลน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ถ้าไม่อยากให้เด็กโตมาด้วยความรุนแรงก็อย่าใช้ความรุนแรงกับเด็ก







