posttoday
เวิลด์แบงก์ยกพม่ารุ่ง!เอเชียคงที่ไทยแลนด์น่าเป็นห่วง

เวิลด์แบงก์ยกพม่ารุ่ง!เอเชียคงที่ไทยแลนด์น่าเป็นห่วง

08 เมษายน 2557

ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ออกรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียตะวันออกทั้งหมด

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ออกรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียตะวันออกทั้งหมด เมื่อวานนี้ โดยมองว่าเศรษฐกิจในภาพรวมของเอเชียตะวันออกจะมีการเติบโตคงที่ในช่วง 23 ปีหลังจากนี้ โดยส่วนใหญ่จะได้รับอานิสงส์จากการค้าและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

แต่กระนั้น ธนาคารโลกได้ปรับลดแนวโน้มการเติบโตของภูมิภาคลงทั้งหมดเล็กน้อยจากเดิมที่คาดการเอาไว้เมื่อครั้งก่อนหน้าที่ 7.2% ในปีนี้และปีหน้าลงมาอยู่ที่ 7.1%

“การเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้นของเศรษฐกิจโลกจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้เติบโตได้อย่างคงที่ โดยแรงส่งจากเศรษฐกิจโลกนั้นจะช่วยชดเชยแรงหน่วงจากตลาดการเงินโลกที่เริ่มตึงเครียดได้บ้าง” เวิลด์แบงก์ ระบุในรายงาน

ทั้งนี้ พม่าถือเป็นดาวเด่นในสายตาของธนาคารโลกทีเดียว โดยธนาคารโลกได้ปรับแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจพม่าจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ว่าในระหว่างปี 20142015 นั้น เศรษฐกิจพม่าจะโตได้ที่ 6.9% โดยได้ปรับใหม่ว่าจะสามารถเติบโตได้ถึง 7.8% ทีเดียว โดยเศรษฐกิจพม่าจะได้อานิสงส์สำคัญจากการปฏิรูปเศรษฐกิจมหภาคที่ช่วงส่งเสริมและผลักดันให้การเติบโตของถิ่นลุ่มน้ำอิรวดีแห่งนี้เดินหน้าไปได้อย่างต่อเนื่อง

ในทางกลับกันสถานการณ์ในประเทศไทยนั้นสวนทางกับพม่าอย่างชัดเจน โดยธนาคารโลกมองว่าการเติบโตของไทยในปี 2014 นั้นจะอยู่ที่ 3% เท่านั้น โดยเป็นการปรับลดลงจากครั้งก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 4.5% และในปี 2015 เศรษฐกิจไทยจะโตได้ที่ 4.5% ลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิมที่ 5%

ธนาคารโลกชี้ว่า การเติบโตของไทยแม้ว่าอาจจะได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าในต่างประเทศบ้าง แต่ทว่าความต้องการสินค้าภายในประเทศนั้นยังคงย่ำแย่จากผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมือง ซึ่งแน่นอนว่าได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว การลงทุนภาคสาธารณะ และทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนไปแล้ว

“ถ้าหากสถานการณ์การเมืองไทยกลับมามีความมั่นคงอย่างเพียงพอ การเติบโตของไทยก็จะแข็งแกร่งขึ้นในปี 2014” รายงานระบุ

ขณะที่ในภาพรวมของตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชียนั้น เวิลด์แบงก์เตือนว่าประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในภูมิภาคนี้ ยังคงมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้เริ่มการปรับลดนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบคิวอี ที่เริ่มมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วและจะลดอย่างต่อเนื่องในปีนี้ด้วย โดยที่ความเสี่ยงในปีนี้จะเป็นปัญหาจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงมากขึ้นมากกว่าที่จะเป็นความเสี่ยงจากภาวะทุนไหลออก

“อัตราดอกเบี้ยทั้งในตลาดโลกและในตลาดภายในจะพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นความเสี่ยงมากกว่าการไหลออกของเงินทุนและตลาดที่ปั่นป่วน ซึ่งอาจจะเป็นความวิตกที่เพิ่มมากขึ้น” รายงานระบุ

เวิลด์แบงก์มองว่า หากสหรัฐกลับมาใช้นโยบายดอกเบี้ยตามปกติแล้ว ก็จะยิ่งสร้างแรงกดดันต่ออัตราดอกเบี้ยทั่วโลก และก็จะยิ่งทำให้กระแสทุนไหลออกจากตลาดเศรษฐกิจที่อ่อนแอกว่ามากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้การจัดการหนี้ในแต่ละประเทศเป็นไปอย่างยากลำบากมากยิ่งขึ้นเช่นกัน

“ในภาพรวม ถ้าหากอัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มสูงขึ้นนั้น ก็จะทำให้ประเทศกำลังพัฒนาต้องเจอกับภาระต้นทุนการเงินที่เพิ่งสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นมิเตอร์วัดระดับการเติบโตและการลงทุนในระยะกลางด้วย”

ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปีนี้ เวิลด์แบงก์มองว่าในปี 2014 จีนจะเติบโตได้ที่ 7.6% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 7.7% ส่วนในปีหน้าจะโตได้ที่ 7.5% ซึ่งจะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจจีนนั้นเริ่มต้นปีนี้ได้ไม่สวยนักเมื่อตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ย่ำแย่อย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และการส่งออก

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก