
ม็อบยูเครนเดือดซํ้า
ฝ่ายหนุนต้านรัสเซียปะทะเดือดไครเมียโอบามาต่อสายผู้นำอียูรับมือปูติน
ฝ่ายหนุนต้านรัสเซียปะทะเดือดไครเมียโอบามาต่อสายผู้นำอียูรับมือปูติน
วิกฤตยูเครนยังระอุ ฝ่ายต้านและหนุนรัสเซียในไครเมียปะทะเดือด โอบามาเครียดต่อสายคุยผู้นำอียู
เอเอฟพี รายงานว่า วิกฤตไครเมียยังเป็นปัญหาที่นับวันจะยิ่งทวีความร้าวลึกลงเรื่อยๆ หลังกลุ่มผู้ประท้วงทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายคัดค้านรัสเซียออกมาเดินขบวนประท้วงบนท้องถนนหลายพันคน จนเกิดเหตุปะทะกันในเมืองเซวัสโตโพลบนคาบสมุทรไครเมีย
ทั้งนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 มี.ค. เป็นวันที่ระลึกครบรอบวันเกิด 200 ปี ของ ทาราส เชฟเชนโก กวีและวีรบุรุษคนสำคัญของยูเครน ทำให้ประชาชนกลุ่มผู้ต่อต้านรัสเซียวางแผนที่จะใช้วันสำคัญดังกล่าวชุมนุมเพื่อแสดงพลังต่อต้านการคุกคาม ของรัสเซียบนคาบสมุทรไครเมีย
นอกจากนี้ ผู้ประท้วงยังรวมตัวกันเพื่อคัดค้านการลงประชามติที่จะให้ไครเมียผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียในวันที่ 16 มี.ค.นี้อีกด้วย โดยผู้ประท้วงกำหนดให้มีการประท้วงทั้ง 3 เมือง ได้แก่ กรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน รวมทั้งเมืองซิมเฟอโรโพล และเซวัสโตโพล ซึ่งเป็นเมืองสำคัญในรัฐไครเมียด้วย
อย่างไรก็ตาม ในเมืองโดเนตส์ทางภาคตะวันออกของยูเครน ซึ่งพลเมืองส่วนใหญ่สนับสนุนอดีตประธานาธิบดียานูโควิชและรัฐบาลรัสเซีย ก็ได้วางแผนที่จะจัดการชุมนุมในวันครบรอบวันเกิด ทาราส เชฟเชนโก เช่นเดียวกัน
ขณะเดียวกัน มีรายงานเพิ่มเติมว่า เกิดเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงทั้งสองฝ่ายในเมืองเซวัสโตโพล โดยกลุ่มผู้สนับสนุนรัสเซียราว 100 คน เข้าโจมตีกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลใหม่ของยูเครนที่มีจำนวนราว 20 คน ระหว่างที่ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลยูเครนกำลังเดินทางเข้าร่วมงานรำลึกถึงทาราส เชฟเชนโก
นอกจากนี้ เอเอฟพียังได้รับรายงานว่า กองกำลังของรัสเซียในไครเมียได้ยิงปืนขู่ เพื่อขัดขวางไม่ให้คณะผู้สังเกตการณ์จากนานาชาติเข้าไปตรวจสอบสถานการณ์ในไครเมีย และขู่ว่าจะระงับการเข้าร่วมในข้อตกลงตรวจสอบอาวุธนิวเคลียร์อีกด้วย
ขณะเดียวกัน มีรายงานจากกองกำลังตระเวนชายแดนของยูเครนด้วยว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มีรถบรรทุกกองกำลังทหารจากรัสเซียราว 60 คัน เข้ามายังคาบสมุทรไครเมีย ซึ่งน่าจะเป็นสัญญาณว่ารัสเซียมาไกลเกินกว่าจะถอยแล้ว
วิกฤตยูเครนที่ยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลายนี้ กดดันให้ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ ต้องต่อสายตรงหารือกับผู้นำสำคัญของสหภาพยุโรป ทั้งฝรั่งเศส อังกฤษ และอิตาลี รวมถึงอดีตดินแดนของสหภาพโซเวียตอย่าง ลิทัวเนีย ลัตเวีย และเอสโตเนีย เพื่อหาทางผ่อนคลายวิกฤตครั้งนี้ พร้อมมาตรการใหม่รับมือกับรัสเซีย







