posttoday
ญี่ปุ่นอยากรู้ 2

ญี่ปุ่นอยากรู้ 2

02 มีนาคม 2557

อันที่จริงเรื่องที่ผมได้บรรยายให้คนญี่ปุ่นฟังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่

อันที่จริงเรื่องที่ผมได้บรรยายให้คนญี่ปุ่นฟังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่ผมคิดว่าญี่ปุ่นอยากยืนยันสิ่งที่เขารู้อยู่แล้วว่ามันยังอยู่ในกรอบในแนวที่เขาคิด การวางแผนการตลาดในช่วงต่อไปจะได้ไม่ผิดทิศทาง เมื่อเทียบกับสิ่งที่จะได้รับซึ่งก็คือจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากขึ้น ผมว่าค่าใช้จ่ายในการเชิญผู้รู้ 18 คน จาก 5 ประเทศ มาร่วมเสวนากับคนญี่ปุ่นอีกเป็นร้อยนั้นคุ้มยิ่งกว่าคุ้มครับ เพราะนอกจากจะได้ฟังความเห็นจากตัวคนเป็นๆ ไม่ใช่เอกสารแล้ว ยังสามารถซักถามข้อสงสัยได้อีกด้วย และหลังจากจบงานเสวนาแล้ว วันรุ่งขึ้นทางเจ้าภาพก็มีการแยกกลุ่มให้ไปดูงานที่เกี่ยวข้อง มีทั้งไปดูโรงพยาบาล ดูโรงงาน ส่วนกลุ่มของผม5 คน ได้ไปดูสถานที่เที่ยวในเมืองโยโกฮามะที่อยู่ห่างจากโตเกียวออกไปเพียงแค่ครึ่งชั่วโมง

ญี่ปุ่นอยากรู้ 2

 

เสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่นอีกประการหนึ่งคือการหลอมรวมอารยะธรรมต่างชาติให้เข้ากันกับความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างไม่ขัดเขิน ตัวอย่างเช่นบรรดาเมืองท่าทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นนางาซากิ โกเบหรือโยโกฮามะ ที่ล้วนแล้วแต่ผสมประสานจนได้ที่และลงตัว ตึกฝรั่งประตูจีนสวนญี่ปุ่นที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงแต่กลับลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อโดยการรังสรรค์ของคนญี่ปุ่น โดยส่วนตัวผมนับถือในความกล้าหาญชาญชัยของคนญี่ปุ่นมาก ยุคนึงสมัยนึงถ้าลูกใครย้อมสีผมหรือแต่งตัวแปลกๆ ก็จะถูกมองด้วยสายตาที่น่าฉงน แต่ที่ญี่ปุ่นคุณจะแต่งตัวแรงแค่ไหนไม่มีใครมาว่าถ้าคุณไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เพราะมันคือเสรีภาพของผู้คนในบ้านเมืองที่เจริญแล้ว ดังนั้นญี่ปุ่นจึงแต่งฝรั่งได้อย่างน่าดูเพราะเขารู้จักดัดแปลงและปรับปรุงให้เข้ากับบุคลิกเมืองโยโกฮามะก็เช่นกัน เราสามารถเพลิดเพลินกับปมเด่นของหลากวัฒนธรรมได้ในเมืองเดียว อย่างหนึ่งที่ถือว่าโดดเด่นและได้กลายเป็นวัฒนธรรมการกินของญี่ปุ่นไปแล้วนั่นก็คือราเม็ง

ญี่ปุ่นอยากรู้ 2

 

ที่มาของราเม็งก็ถือกำเนิดเกิดขึ้นที่เมืองโยโกฮามะนี่แหละ เดิมทีเป็นอาหารง่ายๆ ของบรรดาเหล่าคนงานชาวจีนที่ท่าเรือ คนญี่ปุ่นซึ่งมีวัฒนธรรมการกินเส้นอย่างโซบะอุด้งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงดัดแปลงให้เข้ากับรสนิยมของคนญี่ปุ่น และเรียกอาหารชนิดนี้ว่าราเม็ง และก็มีบางแห่งที่เรียกตามความเข้าใจว่า Chukasoba ซึ่งแปลว่า โซบะแบบจีนนั่นเอง ดังนั้นเมืองโยโกฮามะจึงได้สร้างพิพิธภัณฑ์ราเม็ง (Ramen Museum) ขึ้น เพื่อตอกย้ำความเป็นต้นกำเนิดและเชื้อเชิญราเม็งขึ้นชื่อจากหลากหลายภูมิภาคมาจำหน่ายให้นักเที่ยวได้ลิ้มความต่างของรสชาติ จนปัจจุบันได้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองโยโกฮามะไปเรียบร้อยแล้ว

ญี่ปุ่นอยากรู้ 2

 

แต่รอบนี้เจ้าภาพเขาพาเราไปพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับราเม็งอีกหนึ่งแห่งคือ Cup Noodles Museum โดยส่วนตัวผมชอบที่นี่มากกว่า เพราะมีความเป็นพิพิธภัณฑ์โดยไม่เน้นขายของเหมือนกับที่ Ramen Museum ลำพังตัวอาคารและการตกแต่งภายในนี่ก็ถูกใจมากแล้ว เพราะได้มือดีอย่างคุณคาชิวะ ซาโตะ ผู้มีผลงานการสร้างสรรค์และวางแผนโฆษณาให้กับแบรนด์ดังของญี่ปุ่น อาทิ Uniqlo, Rakuten, Kirin Lager Beer หรือแม้แต่วงดนตรียอดนิยม SMAP คุณซาโตะนำเอาเรื่องราวการคิดค้นราเม็งสำเร็จรูปของคุณอันโดะ โมโมะฟุกุ ผู้ก่อตั้ง Nissin Food Products มาถ่ายทอดโดยผ่านวิธีการเล่าเรื่องที่น่าติดตาม ที่สำคัญคือสามารถปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์และความมุ่งมั่นของผู้ที่เข้าไปเยี่ยมชมได้อย่างเต็มเปี่ยม อาคารทรงสี่เหลี่ยม 5 ชั้น จึงอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวของบะหมี่สำเร็จรูปซองแรกของโลกเรื่อยไปจนถึงราเม็งถ้วยและจบลงที่ราเม็งสำหรับนักบินอวกาศได้อย่างน่าสนใจ

ญี่ปุ่นอยากรู้ 2

 

ชั้นแรกของอาคารเป็นโถงทางเข้าออกที่โปร่งโล่ง มีบันไดขนาดใหญ่ทอดยาวขึ้นไปยังชั้น 2 ห้องแรกของชั้น 2 ชื่อ Instant Noodles History Cube ที่รวบรวมราเม็งสำเร็จรูปกว่า 3,000 ชนิด มาไว้ในห้องเดียว ตื่นตาตื่นใจมากครับ เพราะราเม็งสารพัดอย่างที่เคยทานอยู่ในตู้เหล่านี้ทั้งหมดรวมถึงบะหมี่กระป๋องสัญชาติไทยด้วย ห้องถัดมาเป็นโรงหนัง Momofuku Theater ฉายประวัติการคิดค้นราเม็งสำเร็จรูปโดยแนวคิด 6 ประการ ผ่านการนำเสนอเรื่องยากๆ แต่เข้าใจง่ายด้วยการ์ตูน ดูจบเดินออกมาก็จะเจอกระต๊อบจำลองที่คุณอันโดะคิดราเม็งสำเร็จรูปเป็นครั้งแรก

ญี่ปุ่นอยากรู้ 2

 

จากนั้นก็มาถึงผนังความคิดสร้างสรรค์ที่พูดถึงแนวคิด 6 ประการของคุณอันโดะซึ่งเป็นที่มาของความสำเร็จจนถึงทุกวันนี้ ผมแนะนำเลยว่าใครก็ตามที่เป็นหรือคิดจะเป็นผู้ประกอบการ ควรดูและพิจารณาอย่างละเอียดแล้วท่านจะมีพลังใจเป็นอย่างมาก ความลับ 6 ประการประกอบด้วย 1.Discover something completely new 2.Find hints in all sorts of places 3.Nurturing an idea 4.Look at things from every angle 5.Don't just go with the status quo และ6.Never give up โดยเฉพาะข้อสุดท้ายนี่ผมว่ามันอยู่ในดีเอ็นเอของคนญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ผมใช้เวลากับผนังยาว 58 เมตรนี้นานพอสมควรเพราะยิ่งอ่านยิ่งได้แรงบันดาลใจครับ

ญี่ปุ่นอยากรู้ 2

 

จุดเด่นอีกประการของที่นี่คือ My Cup Noodles Factory ที่ชั้น 3 ที่ที่คุณจะได้สนุกสนานกับการทำบะหมี่ถ้วยในแบบของคุณเอง เริ่มต้นจากไปซื้อถ้วยบะหมี่มาในราคา 300 เยน แล้วก็บรรจงวาดลวดลายลงบนด้านข้างของถ้วยตามใจชอบ จากนั้นก็เอาถ้วยไปที่เคาน์เตอร์ให้เจ้าหน้าที่บรรจุบะหมี่ลงไป แล้วก็ไปเลือกท็อปปิ้งได้ 4 อย่างจาก 12อย่างบรรจุตามลงไปก่อนที่จะปิดฝาและเคลือบพลาสติกในขั้นตอนสุดท้าย บอกได้เลยว่าสนุกมากใครมีลูกต้องพาไปครับ

ญี่ปุ่นอยากรู้ 2

 

นอกจากนี้ก็ยังมีห้องทำราเม็งสำเร็จรูปอย่างง่ายๆ ไว้ให้ทดลองด้วย มีค่าบริการ 300 และ 500 เยนขึ้นอยู่กับอายุ ดูแล้วทำแล้วถ้าเกิดอยากทานก็ขอเรียนเชิญที่ชั้น 4 เขามี Noodles Bazaar ไว้คอยบริการคนชอบเส้น แบ่งออกเป็นอาหารจากเส้นจาก 8 ประเทศ คือ อิตาลี คาซัคสถาน เกาหลี จีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม และไทย ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีบะหมี่ต้มยำกุ้งเป็นตัวชูโรง ผมซื้อคูปองแบบครึ่งถ้วย 300 เยน มา 3 ใบ จะได้ลองชิมหลายๆ อย่าง ที่ผมติดใจมากคือบะหมี่เนื้อเปื่อยรสเผ็ดจากเมือง Lanzhou ประเทศจีนที่มีรสชาติละม้ายคล้ายกับข้าวซอยเมืองเหนือของบ้านเรา และนอกจาก 8 ประเทศแล้วยังมีราเม็งซุปไก่ที่เป็นต้นตำรับบะหมี่สำเร็จรูปของญี่ปุ่นให้เลือกทานอีกด้วย ทานเสร็จแล้วก็พาเด็กๆ ออกมาเล่นที่โซน Cup Noodles Park ได้ ที่นี่เขาทำสวนสนุกโดยจำลองกระบวนการผลิตบะหมี่สำเร็จรูปตั้งแต่ต้นจนจบให้กลายมาเป็นเครื่องเล่น ตรงกับแนวคิด Play & Learn สนุกและได้ความรู้ ที่สำคัญคือสามารถตอกย้ำแบรนด์และผลิตภัณฑ์ได้โดยไม่ต้องยัดเยียดเลยครับ

ผมขอเชียร์อย่างออกหน้าออกตาเลยว่าที่ Cup Noodles Museum นี้ เป็นสถานที่เที่ยวระดับ 5 ดาว เหมาะสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ให้ทั้งความรู้ความบันเทิง และที่สำคัญคือกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และจุดไฟในการทำงานได้อย่างดีมาก ต้องไปให้ได้ครับ

ญี่ปุ่นอยากรู้ 2

 

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน