
บุกสลายม็อบยูเครนดับ25
กรุงเคียฟกลายสภาพเป็นสนามรบเดือดโลกรุมประณามอียูจ่อลงดาบแรง
กรุงเคียฟกลายสภาพเป็นสนามรบเดือดโลกรุมประณามอียูจ่อลงดาบแรง
วิกฤตยูเครนยังไม่จบ ผู้ประท้วงเตรียมเผชิญตำรวจอีก ไม่หวั่นแม้เหตุปะทะก่อนหน้าจะมีคนตาย 25 คน
สำนักข่าวต่างประเทศ เปิดเผยว่า เหตุตึงเครียดระหว่างผู้ประท้วงยูเครนกับตำรวจ เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ยังคงดำเนินต่อเนื่อง โดยผู้ชุมนุมต่างทยอยเข้ามายังสถานที่ชุมนุมกลางกรุงเคียฟเพื่อเตรียมจะเผชิญหน้ากับตำรวจอีกระลอก แม้ว่าในคืนก่อนหน้านั้นการปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างผู้ประท้วงกับตำรวจ จะทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 25 คน บาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 200 คน
เหตุปะทะที่รุนแรงนี้ มีขึ้นหลังตำรวจปฏิบัติการรุกคืบขอคืนพื้นที่บริเวณจัตุรัสอิสรภาพกลางกรุงเคียฟ จากผู้ชุมนุมในช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 18 ก.พ. หลังผู้ชุมนุมใช้เป็นที่แสดงพลังต่อต้านรัฐบาลประธานาธิบดี วิคเตอร์ ยานูโควิช มาเป็นเวลานานมากกว่า 3 เดือน เนื่องจากไม่พอใจที่รัฐบาลหันมาดำเนินนโยบายเอาใจรัสเซีย มากกว่าชาติตะวันตก
ในระหว่างปฏิบัติการขับไล่ผู้ชุมนุมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกรื้อทำลายเต็นท์ที่พักของผู้ประท้วง ทว่าหลังจากนั้นไม่นานผู้ชุมนุมได้แห่กันเข้ามาต่อต้านการปฏิบัติการของตำรวจ โดยได้เข้าปะทะด้วยการขว้างปาสิ่งของเข้าใส่เพื่อขัดขวาง ขณะที่บางรายได้ขว้างปาระเบิดเพลิงเข้าใส่ตำรวจ จนทำให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลายกลายเป็นความรุนแรง จนแทบจะกลายเป็นสมรภูมิสงคราม
ส่วนสภาพการณ์โดยรอบของพื้นที่การชุมนุมประท้วงก็คุกรุ่นไปด้วยควันไฟและเปลวเพลิง ที่พวยพุ่งออกมาจากอาคารสหภาพการค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกใช้เป็นฐานบัญชาการของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล
ขณะเดียวกัน การประท้วงยังได้ลุกลามออกไปอย่างน้อย 3 เมืองในภาคตะวันตกของประเทศ โดยผู้ประท้วงได้บุกเข้ายึดอาคารสถานที่ราชการ ส่วนในเมืองเทอร์โนพิล มีการจุดไฟเผาสถานีตำรวจอีกด้วย
ภายหลังเกิดเหตุปะทะอย่างดุเดือดฝั่งประชาคมระหว่างประเทศต่างออกแถลงการณ์ตำหนิรัฐบาลยูเครนอย่างหนักจากการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม โดยล่าสุด ทางสหภาพยุโรป (อียู) กล่าวว่า อาจตัดสินใจลงโทษยูเครนหลังจากเกิดเหตุความรุนแรง โดยได้เรียกประชุมในวาระฉุกเฉินประเทศสมาชิก 28 ประเทศแล้วเพื่อพิจารณาออกมาตรการลงโทษ
ขณะที่รองประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐ เรียกร้องให้ผู้นำยูเครนถอนกำลังตำรวจ และให้ใช้ความอดทนอดกลั้นต่อผู้ชุมนุม







