
จุดจบยานยนต์ออสซี่
ภายหลังจากโตโยต้า มอเตอร์ส ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นประกาศเตรียมยุบฐานการผลิตรถยนต์ในออสเตรเลียทั้งหมดภายในปี 2017 นั้น หรืออีก 3 ปีต่อจากนี้ ออสเตรเลียจะไม่มีโรงงานผลิตรถยนต์ของต่างชาติอยู่ในประเทศเลย เนื่องจากก่อนหน้านี้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลกอีก 3 แห่ง ได้แก่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ฟอร์ด และจีเอ็ม โฮลเดน ในเครือเจนเนอรัล มอเตอร์ส ได้ประกาศหยุดผลิตรถยนต์ในโรงงานออสเตรเลีย ภายในปี 2016 และ 2017 ตามลำดับเช่นกัน
ภายหลังจากโตโยต้า มอเตอร์ส ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นประกาศเตรียมยุบฐานการผลิตรถยนต์ในออสเตรเลียทั้งหมดภายในปี 2017 นั้น หรืออีก 3 ปีต่อจากนี้ ออสเตรเลียจะไม่มีโรงงานผลิตรถยนต์ของต่างชาติอยู่ในประเทศเลย เนื่องจากก่อนหน้านี้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลกอีก 3 แห่ง ได้แก่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ฟอร์ด และจีเอ็ม โฮลเดน ในเครือเจนเนอรัล มอเตอร์ส ได้ประกาศหยุดผลิตรถยนต์ในโรงงานออสเตรเลีย ภายในปี 2016 และ 2017 ตามลำดับเช่นกัน
เหตุผลสำคัญที่ผลักดันให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติ แห่หนีออกจากออสเตรเลียอย่างต่อเนื่องมาจากปัจจัยหลักๆ ไล่เรียงตั้งแต่ค่าเงินเหรียญออสเตรเลียที่แข็งค่า ทำให้ต้นทุนการส่งออกแพงขึ้นและกระทบต่อผลกำไรของบริษัทโดยตรง ประกอบกับตลาดรถยนต์ในประเทศมีขนาดเล็กซ้ำเติมภาระต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะปัญหาค่าแรงพุ่งสูงส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันกับประเทศอื่นลดลง
ซ้ำร้ายรัฐบาลนายกรัฐมนตรี โทนี แอบบอตต์ ยังไม่มีการออกมาตรการอุดหนุน เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติลดต้นทุน โดยเฉพาะปัญหาด้านแรงงาน เช่น กรณีล่าสุดที่โตโยต้าเรียกร้องให้สหภาพแรงงานยอมรับข้อเสนอการลดระยะเวลาการปิดโรงงานในวันหยุดเทศกาลคริสต์มาสจาก 21 วัน เหลือ 10 วัน เนื่องจากเป็นช่วงที่ตลาดรถยนต์ในแถบตะวันออกกลางมีความต้องการรถยนต์สูง แต่รัฐบาลกลับสนับสนุนสหภาพแรงงานในการคัดค้านข้อเสนอดังกล่าว เนื่องจากกังวลเรื่องฐานเสียง
ปัจจัยเหล่านี้กดดันให้ต้นทุนการผลิตรถยนต์ในออสเตรเลียพุ่งขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่นำไปสู่จุดล่มสลายของอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์แดนจิงโจ้ ตลอดจนทำให้แรงงานมากกว่า 1 ล้านคนต้องตกงานแล้ว ยังอาจฉุดรั้งให้เศรษฐกิจออสเตรเลียกลับเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้







