posttoday
หุ้นทั่วโลกดิ่งรอบ 4 เดือนภาคผลิตมะกันแย่ ซ้ำลดคิวอี

หุ้นทั่วโลกดิ่งรอบ 4 เดือนภาคผลิตมะกันแย่ ซ้ำลดคิวอี

05 กุมภาพันธ์ 2557

ทีมข่าวต่างประเทศ

ทีมข่าวต่างประเทศ

ตลาดหุ้นทั่วโลกวานนี้ดิ่งลงหนัก หลังนักลงทุนผิดหวังดัชนีภาคการผลิต (ไอเอสเอ็ม) สหรัฐ ในเดือน ม.ค. ซึ่งขยายตัวน้อยกว่าที่คาดไว้มาก ส่งผลให้ตลาดทุนทั่วโลกตกอยู่ในสภาวะขาลงต่อเนื่อง หลังก่อนหน้านี้ มีการเทขายอย่างหนักในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศลดการใช้มาตรการผ่อนปรนการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี) ขณะที่จีนก็ชะลอต่อเนื่อง โดยดัชนีภาคการผลิต (พีเอ็มไอ) เดือน ม.ค.กลับสู่ภาวะหดตัวครั้งแรกในรอบ 6 เดือน

ตัวเลขดัชนีไอเอสเอ็ม สหรัฐ เดือน ม.ค.ที่ขยายตัวได้เพียงแค่ 51.3 จุด จากเดือน ธ.ค.ที่ 56.5 จุด ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นเอ็มเอสซีไอ ของตลาดหุ้น 45 ประเทศทั่วโลกวานนี้ ร่วงลงมาอยู่จุดต่ำสุดในรอบเกือบ 4 เดือน เช่นเดียวกับดัชนีเอ็มเอสซีไอ ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ที่ร่วงลงอีก 1.4% ทำให้ตลาดหุ้นกลุ่มตลาดเกิดใหม่ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ลดลงแล้ว 12%

ขณะที่ตลาดหุ้นนิกเกอิ ญี่ปุ่น ร่วงลง 4.18% หรือลดลง 610.66 จุด ปิดที่ 14,008.47 จุด ถือเป็นการเทขายออกเพียงวันเดียวที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 8 เดือน และยังเป็นตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่มีผลประกอบการย่ำแย่ที่สุดในปัจจุบัน ส่วนดัชนีตลาดหุ้นฮั่งเส็ง ฮ่องกง ร่วงลงถึง 2.9% ปิดที่ 21,397.77 จุด

ด้านตลาดหุ้นฝั่งยุโรป เปิดตลาดร่วงไปตามๆ กัน โดยดัชนีฟุตซี 100 อังกฤษ ลดลง 0.39% ที่ 6,440 จุด ขณะที่แด็กซ์ของเยอรมนี ลดลง 0.81% ที่ 9,112 จุด ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐ ของวันที่ 3 ก.พ.ต่างร่วงลงอย่างหนักเช่นกัน โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ลดลง 2.08% ปิดที่ 15,372 จุด เช่นเดียวกับ ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ลดลง 2.28% ปิดที่ 1,741.89 จุด

ผลพวงจากที่ตลาดหุ้นเกิดเทขายอย่างหนัก ทำให้นักลงทุนหันกลับมาซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น เช่น พันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี เงินเยนของญี่ปุ่น และทองคำมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อวานนี้ราคาพันธบัตรของเยอรมนีพุ่งขึ้นสูงสุดรอบ 6 เดือน ส่วนค่าเงินเยนเมื่อช่วงบ่ายวานนี้แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 100.80 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังอยู่ที่ 102.31 เยนต่อเหรียญสหรัฐ

“ดูราวกับว่าสถานการณ์ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วกำลังเดินตามอย่างสถานการณ์ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่” กิต จักเกอร์ นักยุทธศาสตร์จาก โซซิเอเต เจเนอร์ราล กล่าว

สอดรับกับทรรศนะของ อานิตา พาลุช นักวิเคราะห์ของ ธนาคารวาเลนโกลด์แบงก์ ที่เผยว่า ตอนนี้กำลังเกิดมุมมองต่อการลงทุนที่ปลอดความเสี่ยงมากขึ้น หลังจากที่ข้อมูลล่าสุดของ 2 ประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกออกมาย่ำแย่

ในระหว่างที่ตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังเผชิญกับความผันผวน ทางด้านสหรัฐเองก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหัวเรือหลักของธนาคารกลางที่ทรงอิทธิพลที่สุดในระบบการเงินโลกขึ้น เมื่อ เจเน็ต เยลเลน รองผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) วัย 67 ปี ก็ได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อย่างเป็นทางการต่อจาก เบน เบอร์แนนคี ที่หมดวาระลงเมื่อสิ้นเดือนที่แล้ว โดย เยลเลน ขึ้นกล่าวพิธีสาบานตนรับตำแหน่งที่ห้องบอร์ดบริหารของเฟด เมื่อวานนี้

ด้าน นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า โจทย์หลักของผู้ว่าการเฟดหญิงคนใหม่นี้ จะมุ่งเน้นไปในเรื่องการบริหารจัดการการลดขนาดการใช้คิวอีลงอย่างไร เพื่อไม่ให้สร้างผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ

ทั้งนี้ ก่อนที่ เยลเลน จะขึ้นมาทำหน้าที่ผู้ว่าการเฟดหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ เจ้าตัวเคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจในมหาวิทยาลัยเบิร์กเลย์ แคลิฟอร์เนีย และต่อมาได้รับโอกาสเข้ามาทำหน้าที่เป็นรองผู้ว่าการเฟดให้กับ เบอร์แนนคี เมื่อ 3 ปีที่แล้ว

ล่าสุด เมื่อช่วงเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว เยลเลน ได้รับการเสนอชื่อให้ขึ้นเป็นผู้ว่าการเฟด โดยประธานาธิบดี บารัก โอบามา ก่อนที่จะได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาสหรัฐ เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก