posttoday
กลิ่นไอตรุษจีน

กลิ่นไอตรุษจีน

02 กุมภาพันธ์ 2557

และแล้ววันแห่งการรวมตัวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาของบรรดาสมาชิกหลากหลายเพศวัย

และแล้ววันแห่งการรวมตัวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาของบรรดาสมาชิกหลากหลายเพศวัยก็เวียนมาบรรจบอีกครั้ง นั่นคือการมาเยือนของเทศกาลตรุษจีน นั่นเอง วันแห่งการเริ่มต้นปีอย่างตรุษจีนมีความสำคัญทางด้านจิตใจสำหรับชาวจีนตลอดช่วงหลายพันปีที่ผ่านมา มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจเกี่ยวกับธรรมเนียมปฏิบัติ ความเชื่อ ตลอดจนอาหารการกินที่นิยมกันในวันนี้ ตรุษจีนจึงเปรียบเหมือนสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นชนชาติที่มีวัฒนธรรมอันยาวนาน และเป็นเทศกาลแห่งความสุขที่หลายคนต่างรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ

ในยุคที่สังคมจีนเป็นสังคมแบบเกษตรกรรม หลังจากวันที่ 8 เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติ บรรดาแม่บ้านต่างเริ่มวุ่นวายกับการตระเตรียมอาหารหลากหลายชนิด มีการปรุงอาหารด้วยนานากรรมวิธี ไม่ว่าจะเป็นนึ่ง ผัด ดอง ทอด ฯลฯ หน้าตาและรสชาติของอาหารแต่ละชนิดก็แตกต่างกันไปตามถิ่นที่อาศัย

วันนี้จะพูดถึง “ขนมเข่ง” ในฐานะอาหารมงคลที่มีความหลากหลายทางด้านวัตถุดิบ กรรมวิธีการทำและรสชาติในหมู่ชาวจีนแต่ละถิ่น ยกตัวอย่างเช่น ชาวปักกิ่งที่นิยมทานขนมเข่งลูกจ๊อแดง ขนมเข่งแปะก๊วย ชาวเหอเป่ยนิยมทานขนมเข่งที่นึ่งพร้อมกับถั่วแดงเมล็ดเล็ก ถั่วเขียว ส่วนชาวจีนที่อาศัยอยู่ทางด้านเหนือของมณฑลซานซี รวมถึงชาวมองโกลนิยมทานขนมเข่งแบบทอด ซึ่งบางครั้งก็ใส่ไส้ถั่วแดงและลูกจ๊อ

รสชาติของขนมเข่งที่ชาวจีนทางเหนือนิยมกันคือ รสหวาน บ้างก็นำไปจิ้มน้ำตาล ขณะที่ชาวจีนทางใต้นิยมทานขนมเข่งที่มีรสหวานและเค็ม กรรมวิธีการทำของชาวจีนทางเหนือมักใช้การนึ่งหรือการทอดเป็นหลัก ส่วนชาวจีนทางใต้ยังนิยมนำไปต้มเป็นน้ำซุปและผัดอีกด้วย เดิมทีอาหารชนิดนี้ใช้ในการเซ่นไหว้เทพยดาและบรรพบุรุษ ต่อมากลายเป็นอาหารมงคลที่นิยมทานกันในวันตรุษจีน นอกจากจะเป็นอาหารที่มีรสชาติถูกปากชาวจีนหลากหลายท้องถิ่นแล้ว ยังถือเป็นอาหารมงคลที่แสดงถึงความคาดหวังที่จะประสบพบเจอสิ่งดีๆ ตลอดทั้งปี และมีความว่าถึงความมั่งมีศรีสุข

กลิ่นไอตรุษจีน

 

เนื่องจากวันตรุษจีนถือเป็นวันแรกของปี ผู้คนจำนวนไม่น้อยจึงถือเคล็ดเรื่องความเป็นมงคลที่เกิดขึ้นในวันดังกล่าว ดังนั้น จึงมี “ข้อห้าม”มากเป็นพิเศษ แน่นอนว่า ข้อห้ามในช่วงเทศกาลตรุษจีนย่อมมีความหลากหลายตามความเชื่อของชาวจีนที่มีธรรมเนียมปฏิบัติต่างกัน วันนี้จะหยิบยกข้อห้ามบางประการมาฝากกัน

1.ในวันตรุษจีนหรือชิวอิกเชื่อกันว่า ลูกสาวที่เพิ่งออกเรือนในปีแรกไม่ควรกลับไปเยี่ยมบ้านพ่อแม่ของตน เพราะจะส่งผลไม่ดีต่อฐานะทางการเงินของพ่อแม่ ทว่า จริงๆ แล้ว ความเชื่อดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริงที่ว่า ในวันตรุษจีน บรรดาแขกเหรื่อต่างมาสวัสดีปีใหม่ที่บ้านของสามี ในฐานะลูกใภ้จึงต้องทำหน้าที่เสิร์ฟน้ำชา ช่วยต้อนรับแขกอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ดังนั้น จึงไม่นิยมกลับไปเยี่ยมบ้านของตนในวันดังกล่าว

2.ไม่นิยมทานมื้อเช้าด้วยอาหารเหลว อาหารจำพวกเนื้อสัตว์และยานานาชนิด เชื่อกันว่าการทานอาหารที่ไม่ใช่ของเหลวในมื้อเช้าจะทำให้สมาชิกในครอบครัวมีกินมีใช้ตลอดทั้งปี ทว่า ยุคโบราณ ชาวจีนจำนวนมากมีฐานะยากจน ไม่สามารถปฏิบัติตามธรรมเนียมดังกล่าวได้ ถือเป็นเรื่องสุดวิสัย วันตรุษจีนยังถือเป็นวันรวมตัวของเหล่าเทพยดา เพื่อแสดงถึงการอวยพรปีใหม่ให้แก่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จึงนิยมทานอาหารเจกัน ทั้งนี้ นอกเหนือจากผู้ป่วยที่กินยาเพื่อรักษาโรคแล้ว คนทั่วไปไม่นิยมทานยาหรืออาหารบำรุงในวันดังกล่าวเช่นกัน

กลิ่นไอตรุษจีน

 

3.ไม่ควรปลุกด้วยการเรียกชื่อ เชื่อกันว่าตลอดทั้งปีจะมีแต่เรื่องที่ต้องสะสางอย่างเร่งด่วน

4.ไม่สวัสดีปีใหม่กับคนที่ยังไม่ตื่น เชื่อกันว่าอาจทำให้ตลอดทั้งปีต้องนอนป่วยอยู่กับเตียง

ข้อห้ามที่กล่าวถึงเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ชาวจีนบางกลุ่มยึดปฏิบัติกันเรื่อยมา ทั้งนี้ยังมีข้อห้ามอีกหลายประการที่ไม่ได้เอ่ยถึง และมีความแตกต่างในเรื่องรายละเอียดอยู่บ้าง อันเป็นผลจากความเชื่อ อย่างไรก็ดี วัตถุประสงค์ของข้อห้ามต่างๆ ก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการปฏิบัติตนเพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดทั้งปี ปรารถนาให้คิดหรือทำสิ่งใดได้อย่างราบรื่น

มีข้อน่าสังเกตว่า ข้อห้ามหรือธรรมเนียมปฏิบัติข้างต้นค่อยๆ จางหายไปจากสังคมเมืองที่มีความเจริญทางด้านวัตถุเข้ามาแทนที่ คนยุคใหม่จำนวนไม่น้อยไม่ค่อยพิถีพิถันหรือไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้เท่าใดนัก จะมีก็แต่บรรดาผู้สูงวัย ชาวชนบทที่เติบโตมาในสังคมที่มีการอนุรักษ์ประเพณีต่างๆ ในวันตรุษจีนเท่านั้น คนยุคใหม่มักมองว่าวันตรุษจีนเป็นเทศกาลหยุดยาวที่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวหรือพักผ่อนหย่อนใจได้อย่างเต็มที่ พวกเขาจึงไม่เห็นถึงความสำคัญทางด้านจิตใจของเทศกาลสำคัญเช่นนี้เฉกเช่นชาวจีนยุคโบราณ นานากิจกรรมที่ปฏิบัติกันในวันนี้ มักไม่ค่อยสัมพันธ์กับธรรมเนียมประเพณีและความเชื่อแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาช้านาน

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน