
ฟ็อกซ์คอนน์บุกอินโดฯ
ในปีนี้ อินโดนีเซียน่าจะได้เปิดบ้านต้อนรับการลงทุนจาก “ฟ็อกซ์คอนน์ เทคโนโลยี” บริษัทในเครือ “ฮอนไห่ พรีซีชั่น”
โดย...ทีมข่าวประชาคมอาเซียน
ในปีนี้ อินโดนีเซียน่าจะได้เปิดบ้านต้อนรับการลงทุนจาก “ฟ็อกซ์คอนน์ เทคโนโลยี” บริษัทในเครือ “ฮอนไห่ พรีซีชั่น” ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่สุดของโลกจากไต้หวัน ที่ผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ป้อนให้แบรนด์ดังๆ อย่างไอโฟน ไอแพด ของค่ายแอปเปิล แบล็คเบอร์รี โนเกีย
ที่จริงแล้วฟ็อกซ์คอนน์มีแผนจะเข้าไปลงทุนตั้งโรงงานในแดนอิเหนาภายในปี 2555 แต่กลับต้องเจอโรคเลื่อนเพราะยังไม่สามารถหาข้อสรุปในเรื่องกฎระเบียบต่างๆ และมาตรการปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์กับทางการอินโดนีเซีย รวมถึงเจรจากับพันธมิตรท้องถิ่น ทำให้ต้องใช้เวลานานถึง 18 เดือน
เทอร์รี กั๋ว ประธานบริษัทฮอนไห่ฯ บอกว่า อินโดนีเซียถือเป็นแหล่งลงทุนที่มีความสำคัญเป็นอันดับแรกของบริษัทในปีนี้ ซึ่งจะสอดคล้องกับข้อตกลงที่บริษัททำไว้กับแบล็คเบอร์รี ในการออกแบบและทำตลาดในอินโดนีเซีย เนื่องจากแบล็คเบอร์รีต้องการพลิกฟื้นยอดขายที่ลดลงในธุรกิจสมาร์ทโฟน
อินโดนีเซียมีความน่าสนใจ เพราะเป็นตลาดที่สำคัญของแบล็คเบอร์รี อีกทั้งยังเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สมาร์ทโฟนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเขามองว่า อินโดนีเซียมีความสำคัญต่อการพัฒนาในอนาคต และจะเป็นฐานการผลิตที่จะมาแทนที่จีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตของโลกอยู่ในขณะนี้
ขณะที่เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียให้ข้อมูลว่า ฮอนไห่ฯ มีแผนจะลงทุนในอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่อง รวมเป็นเงิน 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ตลอดช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยเลือกบริษัทอีราจายา สวาเซมบาดา ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ เป็นพันธมิตรธุรกิจในอินโดนีเซียส่วนทางการอินโดนีเซียก็นำเสนอแพ็กเกจทางภาษี เพื่อกระตุ้นให้ฟ็อกซ์คอนน์เข้ามาลงทุนในประเทศ
น่าสนใจว่า โรงงานของฟ็อกซ์คอนน์ในอินโดนีเซียจะเน้นผลิตชิ้นส่วนเกี่ยวกับเหล็กและดีบุก รวมถึงจะให้ความสำคัญกับการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่มากกว่าโทรศัพท์มือถือ และมีแผนจะสร้างห่วงโซ่การผลิตในประเทศสำหรับผลิตภัณฑ์เหล่านี้
นอกจากนี้ ฟ็อกซ์คอนน์ยังมีแผนจะตั้งโรงงานผลิตในสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องเข้าไป เพราะต้องการใช้ความได้เปรียบจากทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้กับพันธมิตรรายสำคัญอย่างแอปเปิล ในการทำข้อตกลงใหม่ๆ เนื่องจากบริษัทลูกค้าเหล่านี้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อยู่ตลอด
ทั้งนี้ ฟ็อกซ์คอนน์ตั้งเป้าจะเพิ่มรายได้เป็น 10 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 3.33 แสนล้านเหรียญสหรัฐ) ในช่วง 10 ข้างหน้า จากในปี 2556 ที่มีรายได้ 4 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน
ในช่วงหลายปีมานี้ ฟ็อกซ์คอนน์พยายามปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ โดยหันมาเน้นสร้างความหลากหลายในการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น จากเดิมที่เน้นผลิตชิ้นส่วนสำหรับสมาร์ทโฟนเป็นหลัก
ขณะที่การขยับไปตั้งฐานการผลิตในสหรัฐที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตสินค้าไฮเทคและทุ่มเม็ดเงินลงทุนในธุรกิจเหล่านี้มาก ก็สะท้อนถึงความตั้งใจของฟ็อกซ์คอนน์ที่จะเพิ่มความหลากหลายในการผลิต และการปรับโฟกัสไปเน้นอุตสาหกรรมยานยนต์ ซอฟต์แวร์ และนวัตกรรมไฮเทค เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ๆ เพิ่มเติมจากธุรกิจสมาร์ทโฟน







