posttoday
ญี่ปุ่น งัดข้อ จีน ดึงอาเซียนแนวร่วม

ญี่ปุ่น งัดข้อ จีน ดึงอาเซียนแนวร่วม

07 มกราคม 2557

จับตา “ญี่ปุ่น” เดินเกมสร้างแนวร่วมอาเซียน คานอำนาจ “จีน”

อัฏฐวรรณ ลวณางกูร

การผงาดขึ้นมาของ “จีน” ไม่เพียงสร้างแรงสะเทือนต่อมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลกอย่าง “สหรัฐ” แต่ยังเขย่าอิทธิพลของ “ญี่ปุ่น” ในภูมิภาคนี้

ไม่น่าแปลกใจที่สองมหามิตร สหรัฐและญี่ปุ่นจับมือยืนอยู่ข้างเดียวกันเพื่อคานอำนาจของพญามังกร ที่นับวันยิ่งแผ่อิทธิพลในเวทีโลก ทั้งในแง่เศรษฐกิจและการเมือง

โดยเฉพาะบทบาทของญี่ปุ่นยุค “ชินโสะ อาเบะ” ที่เดินเกมรุกสร้างแนวร่วมในอุษาคเนย์อย่างต่อเนื่อง ปีที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเดินสายเยือนประเทศในอาเซียนเกือบครบทั้ง 10 ชาติ ซึ่งสะท้อนความสำคัญของภูมิภาคนี้ ทั้งในแง่พื้นที่ยุทธศาสตร์ และมิติการเป็นฐานการค้าการลงทุนขนาดใหญ่ของแดนซามูไร

น่าสังเกตว่า การที่ญี่ปุ่นเดินสายกระชับความสัมพันธ์กับประเทศในอาเซียน เกิดขึ้นท่ามกลางข้อพิพาทเรื่องเขตแดนกับจีนที่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองปริร้าวและตึงเครียด อีกทั้งยังไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้นในเร็ววันนี้ มีแต่เหตุการณ์ที่รอวันปะทุ ไม่ว่าจะเป็นการที่จีนประกาศขยายขอบเขตน่านฟ้าครอบคลุมพื้นที่เกาะพิพาทกับญี่ปุ่น และการที่นายกฯ อาเบะเดินทางไปศาลเจ้ายาสุคุนิ ซึ่งย้ำเตือนถึงความโหดร้ายของทหารญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ขณะที่ผู้นำจีนก็สานสัมพันธ์กับชาติอาเซียนเช่นกัน โดยประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเดินทางเยือนอินโดนีเซียและมาเลเซีย ส่วนนายกรัฐมนตรีหลี่เค่อเฉียงเยือนไทยและเวียดนาม

มัลคอล์ม คุก คณบดีศูนย์ศึกษานานาชาติ มหาวิทยาลัยฟลินเดอร์สในออสเตรเลีย มองว่า ผู้นำระดับสูงของรัฐบาลจีนและญี่ปุ่นต่างก็มีปฏิสัมพันธ์กับอาเซียน การที่มหาอำนาจให้ความสนใจเช่นนี้สร้างทั้งโอกาสและความเสี่ยงสำหรับอาเซียน หากต้องเลือกข้างใดข้างหนึ่ง

นอกเหนือจากเหตุผลเชิงยุทธศาสตร์ อาเซียนยังมีแรงดึงดูดที่ไม่อาจปฏิเสธทั้งตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากร กว่า 600 ล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคชั้นกลาง ข้อมูลจากอีโคโนมิสต์ คอร์ปอเรต เน็ตเวิร์ก ระบุว่า จำนวนครัวเรือนชนชั้นกลางในอาเซียนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 2 เท่า เป็น 85 ล้านครัวเรือนในปี 2560 จากปัจจุบันที่ 40 ล้านครัวเรือน ไหนจะเศรษฐกิจโดยรวมของอาเซียนที่ประเมินว่าจะโต 5.2% ในปี 2557

ญี่ปุ่นเลือกเล่นบทป๋าใจป้ำเพื่อผูกสัมพันธ์กับอาเซียน เห็นได้จากที่ยกหนี้ให้กับพม่า 1,740 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมกับปล่อยกู้ก้อนใหม่ให้อีก 495.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ไม่นับรวมเงินกู้และเงินช่วยเหลือที่มอบให้กับหลายประเทศในอาเซียน อาทิ ลาว กัมพูชา ไทย เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

นอกจากนี้ รัฐบาลโตเกียวยังมีแผนเพิ่มสวอปค่าเงินกับชาติอาเซียน เพราะหวังสร้างเสถียรภาพตลาดการเงินในภูมิภาค โดยเพิ่งบรรลุข้อตกลงเพิ่มวงเงินสวอปค่าเงินกับอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ รวมถึงเตรียมทำข้อตกลงสวอปค่าเงินกับสิงคโปร์ และจะเจรจาเรื่องนี้กับมาเลเซียและไทยด้วย

ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็หนุนให้เหล่าเจแปน อิงค์ ออกมาลงทุนนอกบ้านมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน บริษัท โบรกเกอร์ รีคอฟ.ประเมินว่า นับถึงวันที่ 16 ธ.ค. 2556 ข้อตกลงซื้อและควบรวมกิจการ (M&A) ของบริษัทญี่ปุ่นในภูมิภาคอาเซียน อยู่ที่ 7,840 ล้านเหรียญสหรัฐ มากกว่าปี 2555 เกือบ 4 เท่า

ในมิติด้านความมั่นคง ญี่ปุ่นเพิ่มความร่วมมือทางทหารกับเวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ที่ต่างไม่พอใจกับท่าทีแข็งกร้าวของจีนต่อกรณีข้อพิพาทเรื่องเขตแดนในทะเลจีนใต้ ซึ่งหลายประเทศในอาเซียนต่างอ้างสิทธิทับซ้อนกัน น่าสนใจว่างบประมาณด้านการทหารของจีนในปี 2555 อยู่ที่ 1.72 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 64% จากปี 2551

แต่ก็ใช่ว่าญี่ปุ่นจะสร้างแนวร่วมกับอาเซียนได้ทั้งหมดทุกประเทศ เห็นได้จากกรณีฟิลิปปินส์ที่ไม่พอใจท่าทีของกัมพูชาในการประชุมสุดยอดที่พนมเปญเมื่อปี 2555 ซึ่งสะท้อนบทบาททางเศรษฐกิจของจีนที่ขยายอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้ ยกตัวอย่างการลงทุนของจีนในอินโดนีเซียที่มีมูลค่ามากถึง 2.82 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่มูลค่าการค้าระหว่างพญามังกรและอาเซียนน่าจะแตะ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2563

นับจากนี้ต้องจับตาศึกงัดข้อระหว่างสองมหาอำนาจเอเชีย ที่ต่างมุ่งสร้างแนวร่วมกับประเทศในอาเซียน เพื่อช่วงชิงความเป็นผู้นำของภูมิภาคนี้

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว