
ฉลองคึกคักรับปีม้าเคาต์ดาวน์2014
ทั่วโลกฉลองส่งเข้าสู่ปีม้าสุดครึกครื้น ออสซี่จุดพลุอลังการ ด้านปินส์สังเวยพลุระเบิดเจ็บนับร้อย
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ทั่วโลกฉลองส่งเข้าสู่ปีม้าสุดครึกครื้น ออสซี่จุดพลุอลังการ ด้านปินส์สังเวยพลุระเบิดเจ็บนับร้อย ขณะที่มะกันรักษาความปลอดภัยแน่นหนาหวั่นเกิดเหตุร้าย
หลายเมืองใหญ่ทั่วโลกฉลองส่งท้ายปี 2013 กันอย่างคึกคักและยิ่งใหญ่ ตั้งแต่เกาะคิริบาติ ซามัว และคริสต์มาส ไอร์แลนด์ ซึ่งเป็น 3 ประเทศในโลกที่เคาต์ดาวน์เข้าสู่ปี 2014 ก่อนใครตั้งแต่เวลาประมาณ 17.00 น. วานนี้ตามเวลาในไทย ตามมาด้วยมหานครซิดนีย์ของออสเตรเลีย ก่อนที่หลายเมืองในเอเชียจะทยอยนับถอยหลังตาม และต่อด้วยยุโรปและอเมริกา
สำนักเทศมนตรีนครซิดนีย์ เปิดเผยว่า การแสดงดอกไม้ไฟในปีนี้มีความพิเศษตระการตากว่าปีอื่นๆ เนื่องจากจะเป็นการจุดพลุจากบนหลังคารูปทรงสี่แฉกของซิดนีย์โอเปราเฮาส์เป็นครั้งแรกในรอบหลาย 10 ปี และการแสดงดอกไม้ไฟบริเวณอ่าวฮาร์เบอร์บริดจ์จะมีขนาดใหญ่กว่าการแสดงเมื่อปีที่แล้วถึง 2 เท่าทีเดียว
ด้านเมืองอื่นๆ ในเอเชีย ที่เป็นไฮไลต์ของการเคาต์ดาวน์ครั้งนี้รวมถึงจีน ซึ่งเวลาช้ากว่าซิดนีย์ของออสเตรเลีย 3 ชั่วโมง ก็มีการแสดงแสง สี เสียง อย่างยิ่งใหญ่บริเวณแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์สำคัญ ทั้งกำแพงเมืองจีนใกล้กรุงปักกิ่งและในย่านเดอะบุนด์ริมฝั่งแม่น้ำหวงผู ในเซี่ยงไฮ้
อย่างไรก็ตาม ในอีกหลายเมืองแดนมังกรกลับเงียบเหงาลงจากปีก่อน จากผลกระทบของปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะในเมืองหวู่ฮั่น มณฑลเหอเป่ย ซึ่งต้องยกเลิกการจัดแสดงพลุประจำปี เนื่องจากกังวลว่าจะยิ่งส่งผลให้ปัญหาหมอกควันย่ำแย่ลงอีก
นอกจากนี้ ผลพวงของแผนปฏิรูปของรัฐบาลจีนภายใต้การนำของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงที่พยายามกวาด ล้างคอร์รัปชั่น โดยสั่งห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้จ่ายสิ่งของฟุ่มเฟือย ยังส่งผลให้กิจการต่างๆ ซึ่งดำเนินธุรกิจกับภาครัฐซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัดแม้เป็นช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง
ขณะเดียวกันในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่นมีผู้เข้าร่วมงานในชุดกิโมโนนับพันคน เข้าพิธีสวดมนต์และโยนเหรียญภายในศาลเจ้าเพื่อขอพรให้มีสุขภาพแข็งแรง ร่ำรวย และมีความสุข ขณะที่ทางวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ลั่นระฆัง 108 ครั้ง เพื่อขับไล่สิ่งไม่ดี 108 ประการออกไปในคืนข้ามปีตามความเชื่ออีกด้วย
ขณะที่ในเกาหลีเหนือนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งซึ่งรวมถึงชาวอเมริกันรวมตัวกันรอชมการแสดงดอกไม้ไฟบริเวณจัตุรัสคิมอิลซุงและการลั่นระฆังเปียงยางในช่วงเที่ยงคืน ซึ่งไกด์นำเที่ยวในเกาหลีเหนือ ระบุว่า ในปีนี้ผู้คนและนักท่องเที่ยวออกมาร่วมงานแสดงทางดนตรีกันอย่างคึกคักเป็นพิเศษกว่าปีก่อนๆ
สำหรับประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างฟิลิปปินส์ กลับมีรายงานอุบัติเหตุจากดอกไม้ไฟระเบิดหลายร้อยครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 260 คน และอาจเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากชาวฟิลิปปินส์จะพร้อมใจกันออกมาจุดพลุขนาดใหญ่เพื่ออำลาปีเก่าที่เต็มไปด้วยโศกนาฏกรรมร้ายแรง ซึ่งรวมถึงเหตุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนถล่มเมื่อเดือน พ.ย. ส่วนในอินโดนีเซียนั้น จะมีผู้มาร่วมเคาต์ดาวน์ราว 2 ล้านคน ตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วกรุงจาการ์ตา ยกเว้นในเมืองเอกของจังหวัดอาเจะห์ ที่ห้ามชาวมุสลิมร่วมฉลองเทศกาลปีใหม่
ทางด้านฝั่งตะวันตกนักท่องเที่ยวทั่วโลกยังคงตั้งตา รอชมการปล่อยลูกบอลคริสตัลยักษ์ ที่ใช้หลอดไฟแอลอีดีกว่า 3.2 หมื่นดวง ในงานนับถอยหลังส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ซึ่งนับเป็นไฮไลต์สำคัญของบริเวณจัตุรัสไทม์สแควร์ มหานครนิวยอร์ก ของสหรัฐ โดยคาดว่าจะมีผู้คนมาร่วมงานมากกว่า 1 ล้านคน ท่ามกลางอุณหภูมิหนาวเย็นราว 24 องศาเซลเซียส และจะมีการชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์มากถึง 1,000 ล้านคนทั่วโลกทีเดียว
อย่างไรก็ตาม งานนับถอยหลังที่ไทม์สแควร์ในปีนี้ กลับไร้เงาของนายกเทศมนตรีเมืองนิวยอร์กเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ เนื่องจากนายกเทศมนตรีไมเคิล บลูมเบิร์ก ที่มาร่วมงานทุกปีกำลังจะหมดวาระลง ขณะที่ บิล เดอ บลาซิโอ ว่าที่นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กคนใหม่ ต้องวิ่งวุ่นอยู่กับพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 1 ม.ค. ทำให้ไม่สามารถมาร่วมงานได้ โดย โซเนีย โซโตเมเยอร์ ประธานศาลสูงสหรัฐ จะทำหน้าที่เริ่มต้นนับถอยหลังและกดปุ่มปล่อยลูกบอลยักษ์แทน
ส่วนการรักษาความปลอดภัยบริเวณที่จัดงานก็เป็นไปอย่างเข้มงวด โดยได้มีการส่งกำลังตำรวจหลายพันนายออกตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยและยืนประจำจุดต่างๆ เพื่อควบคุมฝูงชนพร้อมหน่วยกู้ระเบิด และทีมผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธเคมีประจำพื้นที่ต่างๆ คอยให้ความช่วยเหลือหากเกิดเหตุร้าย







