สายลับอัจฉริยะ
ระยะทางจากกรุงเปียงยางในเกาหลีเหนือถึงกรุงโซลในเกาหลีใต้ ห่างกันเพียงแค่ 250 กิโลเมตร
โดย...เพียงออ วิไลย
ระยะทางจากกรุงเปียงยางในเกาหลีเหนือถึงกรุงโซลในเกาหลีใต้ ห่างกันเพียงแค่ 250 กิโลเมตร แต่สำหรับคนมากมายหลายล้านคนแม้ใช้เวลาทั้งชีวิตก็ไปไม่ถึง ... ดร. “จองซูอิล” ต้องใช้เวลาเดินทางอย่างโดดเดี่ยวถึง 10 ปี ด้วยเส้นทางชีวิตที่โลดโผนและพลิกผัน จากลูกชาวนาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยปักกิ่ง เป็นนักการทูต เป็นนักวิชาการ เป็นสปายสายลับเกาหลีเหนือเพื่อเข้าสู่เกาหลีใต้ด้วยการปลอมชื่อและสัญชาติ ปัจจุบันชายวัย 79 ปี ได้พ้นโทษจองจำในคุกเกาหลีใต้และได้รับสัญชาติใหม่ ใช้ชีวิตเป็นนักวิชาการในสายที่หาคนรู้ได้ยากในเกาหลีใต้ ด้วยองค์ความรู้ว่าด้วย “เส้นทางสายไหม”...
ในบรรยากาศช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้สร้างความตึงเครียดแก่คาบสมุทรเกาหลีอีกครั้ง โดยการประกาศให้ทหารเตรียมความพร้อมกับสงครามที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อโดยไม่มีสัญญาณเตือนก่อน ซึ่งทำให้เกาหลีใต้ต้องสั่งกองกำลังของตนเองเตรียมพร้อมเช่นกัน การโยงใยและการข่าวทั้งใต้ดินและบนดินของทั้งสองฝ่ายก็ยิ่งต้องเข้มข้นและชิงความได้เปรียบดังเช่นวันคืนในอดีตที่สายลับเกาหลีเหนือผู้นี้เคยเข้ามาปฏิบัติการ ...ในส่วนลึกของจิตใจชาวเกาหลีไม่ว่าจะเป็นเหนือหรือใต้ ต่างก็คิดว่าเป็นชนชาติเกาหลีเหมือนกันและต้องการให้ประเทศกลับมารวมกันเป็นหนึ่ง เช่นเดียวกับ ดร. “จองซูอิล” ที่บรรพบุรุษได้อพยพหนีภัยจากการตกเป็นเมืองขึ้นญี่ปุ่นขึ้นเหนือไปในประเทศจีนเมื่อประมาณร้อยกว่าปีก่อน แม้เขาจะเกิดบนแผ่นดินจีนมีสัญชาติจีน เคยมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานในวงการทูตจีน แต่ก็ยอมสละสัญชาติและกลายมาเป็นสปายเกาหลีเหนือด้วยความฝันที่จะให้เกาหลีเหนือใต้ กลับมารวมกันให้ได้
วันเวลาได้ผ่านไปอย่างซ่อนเร้น การถูกจองจำในคุกเกาหลีใต้ถึง 5 ปี ทำให้ไฟแห่งความปรารถนาอันแรงกล้าในทางการเมืองได้เริ่มอ่อนแสงลง ถึงเวลาแล้วที่จะต้องฝากหน้าที่ในเชิงบู๊ให้ชนรุ่นหลังสานต่อ แต่การศึกษาหาความรู้ที่ยังคงเป็นเปลวเทียนในจิตใจตนเองนั้นยังสว่างไสว เขาจึงได้เริ่มเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับทางสายไหม อันเป็นเส้นทางการค้าโบราณจากตะวันออกสู่ตะวันตก ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญของเขาในสาขาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอาระเบีย ...บันทึกนี้ได้เริ่มเขียนด้วยลายมือตนเองในคุกในช่วง 4 ปีแรก โดยใช้เวลาวันละ 16 ชั่วโมงทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ใช้เวลาที่ถูกจองจำให้เป็นประโยชน์ที่สุด
เส้นทางสายไหมเป็นเส้นทางการค้าสำคัญที่แลกเปลี่ยนอารยธรรมโบราณของตะวันออกและตะวันตก เส้นทางสายไหมที่ผู้คนกล่าวถึงบ่อยๆ นั้นหมายถึง “เส้นทางสายไหมทางบก” ที่ “จางเชียน” ในสมัยซีฮั่นของจีนสร้างขึ้นราว 100 ปีก่อนคริสต์ศักราช เริ่มต้นจากเมืองฉางอาน (ซีอาน) ของจีนถึงกรุงโรม ซึ่งมีเส้นทางแยกสาขาเป็นสองสายไปทางทิศใต้และทางทิศเหนือ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางสายไหมอีกสองสาย ซึ่งน้อยคนจะทราบ คือ “เส้นทางสายไหมทิศตะวันตกเฉียงใต้” และ “เส้นทางสายไหมทางทะเล” ที่คาดว่าจะมีอายุเก่าแก่ยิ่งกว่านั้น คือ ประมาณ 3,000 กว่าปี
ทว่า...เส้นทางสายไหมที่ ดร.จองซูอิล ค้นคว้า ได้ท้าทายต่อความเชื่อของคนทั้งโลก โดยระบุว่า “เส้นทางสายไหมทางบกที่จริงแล้วมิได้เริ่มต้นที่เมืองฉางอาน แต่เริ่มต้นที่เมืองคยองจู อันเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรซิลล่าของเกาหลีในยุคโบราณต่างหาก” ...เขาใช้เวลาศึกษานานถึง 15 ปี โดย 5 ปีแรกเริ่มต้นในคุกกับหนังสืออ้างอิงจำนวนมากมาย และเขาสามารถบันทึกความรู้เป็นสารานุกรมที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางสายไหมได้ถึง 974 นิยามในคุก และหลังจากพ้นจากโทษจองจำพร้อมกับได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนสัญชาติเป็นเกาหลีใต้แล้ว เขาได้รับทุนวิจัยให้เดินทางศึกษาไปในเส้นทางสายไหมด้วยตนเองถึง 40 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2548 จึงได้ผลงานออกมาเป็นสารานุกรมฉบับสมบูรณ์ที่สุดเกี่ยวกับเส้นทางสายไหม ซึ่งมีนิยามศัพท์ 1,907 คำ หนาถึง 1,092 หน้า ชื่อว่า The Cyclopedia of Silk Road (สารานุกรมว่าด้วยเส้นทางสายไหม) ... ความคิดที่ค้านต่อองค์ความรู้เดิมนี้ สร้างความคลางแคลงใจว่าเขาเป็นพวกชาตินิยมเกาหลี จึงเห็นว่าเกาหลีเป็นเลิศและเป็นที่สุดในทุกๆ ด้าน ซึ่ง ดร.จองซูอิล นักประวัติศาสตร์อดีตสปายสายลับคนนี้ก็ยอมรับอย่างภาคภูมิใจว่า... “ใช่ ผมเป็นพวกชาตินิยม ผมรักชาติเกาหลี”...







