
ปัจจัยราคาทองคำ
ทองคำนับเป็นแหล่งพักเงินที่ปลอดภัยสูงสุดของนักลงทุนทั่วโลก ทว่าต่อให้สำคัญอย่างไรก็ไม่ได้หมายความว่าราคาทองคำในตลาดจะแพงอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากมีปัจจัยนานาประการที่ส่งผลต่อราคาทองคำ เช่น ค่าเงินเหรียญสหรัฐ ความเสี่ยงทางการเมืองและระบบการเงิน ปริมาณอุปสงค์อุปทานโลก และความวิตกเรื่องเงินเฟ้อ
ทองคำนับเป็นแหล่งพักเงินที่ปลอดภัยสูงสุดของนักลงทุนทั่วโลก ทว่าต่อให้สำคัญอย่างไรก็ไม่ได้หมายความว่าราคาทองคำในตลาดจะแพงอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากมีปัจจัยนานาประการที่ส่งผลต่อราคาทองคำ เช่น ค่าเงินเหรียญสหรัฐ ความเสี่ยงทางการเมืองและระบบการเงิน ปริมาณอุปสงค์อุปทานโลก และความวิตกเรื่องเงินเฟ้อ
กระนั้น ต้องยอมรับว่า ปัจจัยหลังสุดเรื่องความวิตกเรื่องเงินเฟ้อนี้ถือได้ว่ามีอิทธิพลต่อราคาทองคำโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามากที่สุด เหตุเพราะธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) หลายระลอกจนทำให้ตลาดโลกมีปริมาณเงินล้นท่วม
เมื่อมีเงินอัดฉีดเข้ามาในตลาดโดยตรง นักลงทุนทั่วโลกจะพากันกลัวเรื่องเงินเฟ้อมากที่สุด เพราะหากเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ไม่ได้แข็งแกร่งดี ผลที่ตามมาก็คือมูลค่าพันธบัตรและมูลค่าของเงินสดจะลดลง แต่ยกเว้นมูลค่าทองคำที่มีค่าในตัวเอง ดังนั้น เมื่อเงินเฟ้อขึ้น ทองคำก็จะแพงขึ้น เพราะนักลงทุนแห่ซื้อทองเก็บสำหรับเป็นสินทรัพย์ที่ไว้ต่อกรกับแรงกดดันของเงินเฟ้อ
หลักฐานยืนยันก็คือ ราคาทองคำในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในปี 2009 ที่ปรับตัวทำสถิติแพงสุดในรอบ 8 ปี จนมีการคาดการณ์ว่าราคาทองคำอาจพุ่งทะลุ 1,800 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์
ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ข้างต้นทำให้สรุปได้ว่า เมื่อใดก็ตามที่เฟดส่งสัญญาณจะลดปริมาณการใช้มาตรการคิวอี ราคาทองคำในตลาดโลกย่อมลดลงด้วยเช่นกัน เพราะความวิตกเรื่องเงินเฟ้อบรรเทาเบาบางลงนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำในตลาดโลกปัจจุบันนี้กลับแปรผันสวนทางกับการใช้มาตรการคิวอีของสหรัฐที่เพิ่งจะส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่าจะดำเนินมาตรการคิวอีต่อไปจนกว่าเศรษฐกิจของสหรัฐจะดีขึ้น ยืนยันได้จากราคาทองคำขณะนี้ โดยเฉพาะในตลาดหลักอย่างสหรัฐที่มีการปรับตัวลดลงจากต้นปีถึง 25.8% ทำให้ราคาทองคำมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 1,200-1,300 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์เท่านั้น
ทั้งนี้ เหตุผลที่พอจะอธิบายโดยย่อได้เป็นเพราะนักลงทุนเริ่มเห็นแล้วว่ามาตรการคิวอีไม่ได้ส่งผลต่อระดับเงินเฟ้อของสหรัฐอย่างที่กลัวกัน แถมคิวอียังผลักดันให้ตลาดหุ้นคึกคักจนนักลงทุนแห่ทิ้งทองเพื่อวิ่งเข้าหาแหล่งทำเงินที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าอย่างตลาดหุ้นยิ่งมีข่าวชะลอคิวอีอีก ก็ยิ่งเสริมให้ทองคำร่วงมากขึ้น
ดังนั้น ช่วงเวลานี้ทั่วโลกจึงได้เห็นดัชนีหุ้นวิ่งทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์สวนทางราคาทองที่ร่วงต่ำจนลุ้นไม่ขึ้น







