
เฮดจ์ฟันด์หนีตลาดทองคำดีลอิหร่านฉุดน้ำมันรูด2%
บรรดากองทุนบริหารความเสี่ยง หรือ เฮดจ์ฟันด์ เริ่มลดการลงทุนในตลาดทองคำลงอย่างต่อเนื่อง
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
บรรดากองทุนบริหารความเสี่ยง หรือ เฮดจ์ฟันด์ เริ่มลดการลงทุนในตลาดทองคำลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากราคาทองคำในเดือนนี้ร่วงลงกว่า 6.9% แล้ว อันเป็นผลมาจากความวิตกว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดระดับการใช้มาตรการผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี) ลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ขณะที่ทางด้านราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงมากกว่า 2% ลงมาที่ 108.57 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากที่อิหร่านบรรลุข้อตกลงด้านนิวเคลียร์เบื้องต้นกับ 6 ชาติมหาอำนาจที่นำโดยสหรัฐเป็นผลสำเร็จ
รายงานคณะกรรมาธิการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ของสหรัฐ เปิดเผยเมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า ยอดการถือครองทองคำในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และสัญญาออปชั่น ได้ลดลงถึง 20% เหลือที่ 44,291 สัญญา นับเป็นปริมาณการถือครองการลงทุนในทองคำที่ต่ำที่สุดในรอบ 4 เดือน ในทางกลับกัน การถือครองสัญญาทองคำระยะสั้นของนักลงทุนกลับเพิ่มสูงขึ้นถึง 16% สูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือน
ภาวะดังกล่าวส่งผลให้ในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ราคาทองคำในตลาดโคเม็กซ์ สหรัฐ ร่วงลงมาแล้วถึง 6.9% ที่ 1,232.60 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ถือเป็นการเข้าใกล้สู่ช่วงที่ราคาทองตกต่ำครั้งเลวร้ายสุดในรอบ 34 เดือน ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาอีกครั้ง
ราคาทองคำที่ร่วงลงอย่างหนักนั้นเป็นผลโดยตรงมาจากรายงานที่ประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประจำเดือน ต.ค.ที่เปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐกำลังพิจารณาที่จะชะลอการใช้มาตรการคิวอีลงอย่างแน่นอนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
ด้าน จอห์น พอลสัน เศรษฐีที่เชี่ยวชาญการลงทุนในตลาดทองคำของกองทุนพอลสัน แอนด์ โค เปิดเผยกับลูกค้าว่า เจ้าตัวจะไม่ซื้อทองคำเข้าสู่กองทุนทองคำเพิ่มขึ้นอีกแล้ว เนื่องจากไม่แน่ใจว่าปริมาณเงินเฟ้อในสหรัฐจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อไหร่ คำพูดดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่มีการเปิดเผยอัตราค่าครองชีพในเมืองลุงแซมของเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาที่ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน ขณะที่ราคาสินค้าขายส่งร่วงลงเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน
“เฟดอาจจะลดคิวอี เป็นเรื่องยากที่จะรู้ถึงภาวะเงินเฟ้อ ดังนั้นผู้คนจึงไม่กังวลกับภาวะเงินเฟ้อมาก ผู้คนจึงไม่แห่เข้าซื้อทองคำ” เจฟเฟอรี เชอร์แมน ผู้จัดการการเงินของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ดับเบิลไลน์ แคปปิตอล แอลพี กล่าว
ขณะที่รายงานของโกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่จากสหรัฐ คาดการณ์ไว้เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ในปลายปี 2014 ราคาทองคำอาจลดลงมาเหลืออยู่ที่ 1,050 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ พร้อมเสริมว่าในปี 2014 จะเป็นปีที่ราคาทองคำจะลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ
ด้านสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบทั่วโลก เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมาได้ลดลงอย่างรวดเร็ว หลังจากที่อิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงในการจำกัดศักยภาพในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เบื้องต้นเป็นระยะเวลา 6 เดือน กับชาติมหาอำนาจ 6 ประเทศ ซึ่งนำโดยสหรัฐเป็นผลเพื่อแลกกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนลงเป็นผลสำเร็จ
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ สัญญาส่งมอบเดือน ม.ค.ในตลาดสิงคโปร์เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา ร่วงลงมากกว่า 2% หรือลดลง 2.48 เหรียญสหรัฐ ลงมาอยู่ที่ 108 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เช่นเดียวกันราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส งวดสัญญาส่งมอบเดือน ม.ค.ที่ลดลง 1% หรือลดลงประมาณ 82 เซ็นต์ ลงมาอยู่ที่ 94.02 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม วิคเตอร์ ชุม ผู้จัดการฝ่ายการจัดการของสถาบันไอเอชเอสเพอร์วิน แอนด์ เกิร์ตซ ในสิงคโปร์ กล่าวว่า ผลกระทบจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านต่อตลาดน้ำมันโลกอาจจะเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรอื่นๆ ที่ชาติตะวันตกยังคงใช้กับอิหร่านยังคงมีอยู่
นอกจากนี้ ราคาที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ก็เป็นผลมาจากการที่ราคาน้ำมันได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนหน้าการประชุมเรื่องนิวเคลียร์อิหร่านเท่านั้น ดังนั้น เมื่อผลการประชุมออกมาดีเกินคาด ราคาน้ำมันจึงแค่ปรับลงมาอยู่ในระดับปกติเท่านั้น
ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับทัศนะของ ทัน ชี แทต นักวิเคราะห์ด้านการลงทุนของฟิลลิป ฟิวเจอร์ ในสิงคโปร์ ที่มองว่า ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านกับ 6 ชาติมหาอำนาจไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบดับเบิลยูทีไอมาก เนื่องจากปริมาณน้ำมันที่ออกสู่ตลาดโลกของอิหร่านจะส่งผลกระทบไปที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์มากกว่า







