
สหรัฐหมดทางเลี่ยงหนี้ชนเพดาน
ขุนคลังมะกันรับหมดหนทาง ไม่เกินกลาง ต.ค.ถังแตกแน่นอนโอบามา เลิกแผนไปมาเลเซีย
ขุนคลังมะกันรับหมดหนทาง ไม่เกินกลาง ต.ค.ถังแตกแน่นอน โอบามา เลิกแผนไปมาเลเซีย
แจ๊ค หลิว รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เปิดเผยว่า ทางกระทรวงได้งัดใช้แผนการต่างๆ เพื่อรักษาระดับหนี้ของรัฐบาลไม่ให้สูงเกินกว่าเพดานที่กฎหมายกำหนดไปทั้งหมดแล้ว ถึงกระนั้นคาดว่ามาตรการพิเศษที่เข็นออกมาใช้จะช่วยต่อลมหายใจให้กับรัฐบาลต่อไปได้อีกไม่นานมากนัก โดยประเมินว่าหนี้ชนระดับเพดานที่กฎหมายกำหนด 16.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในไม่เกินในวันที่ 17 ต.ค.นี้
“ไม่มีตัวเลือกทางกฎหมายหรือตัวเลือกอื่นใดแล้วที่จะช่วยขยายอำนาจการกู้ยืมเงินของประเทศออกไปได้ และทางกระทรวงการคลังเชื่อว่ามาตรการพิเศษจะหมดลงไม่เกิน17 ต.ค. นี้” หลิว กล่าว พร้อมเสริมว่ารัฐบาลจะมีเงินสดอยู่ในมือแค่ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในช่วงกลางเดือน ต.ค.นี้ บวกกับรายได้อีกเล็กน้อย
ภาวะดังกล่าวทำให้รัฐบาลต้องพึ่งเงินที่เข้ามาแบบวันต่อวัน ส่งผลให้คาดการณ์ได้ยากว่าจะขาดเงินเมื่อไหร่ ซึ่งจะเสี่ยงทำให้ประเทศเข้าสู่ภาวะผิดนัดชำระหนี้
จากภาวะวิกฤตทางตันด้านงบประมาณ ล่าสุดได้ส่งผลกระทบไปยังแผนการเดินทางเยือนหลายประเทศในเอเชียของประธานาธิบดี บารัก โอบามา แล้ว เพราะล่าสุดนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย เปิดเผยว่า ผู้นำสหรัฐได้ยืนยันผ่านทางโทรศัพท์ว่าจะขอยกเลิกเดินทางมาเยือนมาเลเซียในวันที่ 11 ต.ค.นี้เป็นที่แน่นอนแล้ว โดยให้เหตุผลว่าติดภารกิจการแก้ปัญหาด้านการคลังในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ผู้นำมาเลเซียเผยว่า แผนการเยือนดังกล่าวจะมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย เนื่องจาก จอห์น แครี รัฐมนตรีต่างประเทศ จะเดินทางเยือนแทน โอบามา ที่ติดภารกิจเร่งด่วนในประเทศ
การยกเลิกแผนการเยือนดังกล่าวของผู้นำสหรัฐ ทำให้เกิดข้อสงสัยขึ้นว่า โอบามา ยังจะเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ที่เกาะบาหลี อินโดนีเซีย ในวันที่ 7-8 ต.ค. และการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออกที่บรูไน ในวันที่ 9-10 ต.ค.หรือไม่
รู้จัก"โอบามาแคร์"
เหตุสำคัญที่ทำให้รัฐบาลสหรัฐต้องประสบวิกฤตงบประมาณในครั้งนี้ มาจากการที่สมาชิกสภาคองเกรสของพรรครีพับลิกัน ซึ่งครองเสียงส่วนใหญ่ในสภาไม่ยอมรับในกฎหมายหลักประกันสุขภาพของประธานาธิบดี บารัก โอบามา หรือ “โอบามาแคร์”
ทว่าประธานาธิบดียืนกรานที่จะเดินหน้าในกฎหมายต่อไป ทำให้ สส.รีพับลิกันตอบโต้ด้วยการไม่ผ่านกฎหมายขยายเพดานหนี้ให้กับรัฐบาล
กฎหมายหลักประกันสุขภาพ หรือโอบามาแคร์ ได้ผ่านเป็นกฎหมายไปแล้ว และมีกำหนดบังคับใช้ในปีงบประมาณนี้ แต่ สส.รีพับลิกันได้มีมติเลื่อนกฎหมายดังกล่าวออกไป 1 ปี
กฎหมายดังกล่าว กำหนดให้ชาวอเมริกันทุกคนซื้อประกันสุขภาพจากเอกชนโดยที่รัฐจะเป็นผู้อุดหนุนให้ส่วนหนึ่ง เนื่องจากที่ผ่านมาชาวอเมริกันไม่มีหลักประกันด้านสุขภาพทุกคน
กระนั้นก็ตาม กฎหมายดังกล่าวนั้นถูกมองว่าเป็นการแทรกแซงการดำเนินธุรกิจที่เสรีจากภาครัฐ อีกทั้งเงินที่ใช้อุดหนุนจากภาครัฐนั้นยังจะทำให้รัฐบาลประสบภาวะงบประมาณขาดดุลพอกขึ้นไปอีก ซึ่งในระยะ 10 ปีแรกของโครงการนี้ รัฐบาลจะต้องใช้เงินมหาศาลถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐทีเดียว







