posttoday

สรรหาความพอเหมาะ สู่ความมั่นคงพลังงาน 'อาเซียน'

15 กันยายน 2556

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่จะหนุนให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เอเซียน) ผงาดเป็นภูมิภาคที่เปี่ยมด้วยศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโลกคือ ประเด็นเรื่องความมั่นคงและยั่งยืนด้านพลังงาน

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่จะหนุนให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เอเซียน) ผงาดเป็นภูมิภาคที่เปี่ยมด้วยศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโลกคือ ประเด็นเรื่องความมั่นคงและยั่งยืนด้านพลังงาน

ข้อมูลจากทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) คาดการณ์ว่าความต้องการใช้พลังงานของอาเซียนจะสูงขึ้นราว 80% ในปี 2578 เทียบกับความต้องการใช้พลังงานทั่วโลกที่จะเพิ่มขึ้นถึง 35%

มาร์คัส ลอเรนซินิ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจพลังงาน บริษัท ซีเมนต์ ประจำภูมิภาคอาเซียนแปซิฟิก กล่าวในงานเลี้ยงรับรองผู้สนับสนุนการจัดงานเพาเวอร์เจน เอเชีย ที่สถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ว่าปัจจัยเกื้อหนุนที่ทำให้ภาคพลังงานของอาเซียนน่าสนใจมีอยู่ 3 ประการด้วยกัน คือ 1) ประชากรที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง2) ลักษณะความเป็นเมืองที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และ 3) อุตสาหกรรมการผลิตปรับสูงเพิ่มขึ้น ดังนั้น พลังงานจึงเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและตอบสนองความต้องการบริโภคของประชาชน หากปราศจากพลังงาน ประเทศย่อมไม่สามารถเคลื่อนไปข้างหน้าได้

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าความต้องการใช้พลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานทดแทน เช่น ลม แสงแดด ความร้อน น้ำ หรือนิวเคลียร์ เริ่มมีมากขึ้น โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการรณรงค์ของทุกภาคส่วนในสังคมเพื่อไม่ให้ก่อปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่อีกส่วนหนึ่งคือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ช่วยให้ต้นทุนการผลิตถูกลง

ด้าน เกลน เอนเซอร์ ผู้อำนวยการจัดงานเพาเวอร์ เจน จากบริษัท เพนน์เวลล์ คอร์เปอเรชัน กล่าวว่า อาเซียนมีความได้เปรียบในการพัฒนาพลังงานทดแทนตรงที่มีทรัพยากรหลากหลายสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต ดังนั้นประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การศึกษาอย่างลึกซึ้งจริงจังเพื่อให้ตัดสินใจเลือกได้ถูกตั้ง

อย่างไรก็ตาม เอนเซอร์ และ ลอเรนซินิ เห็นตรงกันว่าพลังงานทดแทนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวิธีแก้ปัญหาความมั่นคงด้านพลังงานเท่านั้น ไม่ใช่คำตอบเหมาะสมหนึ่งเดียวที่มีอยู่ เพราะพลังงานทดแทนต้องพึ่งพาธรรมชาติที่อยู่เหนือการควบคุมคาดการณ์ของความสามารถมนุษย์

ทั้งสองกล่าวว่าสิ่งที่อาเซียนควรทำคือการผสมผสานการใช้พลังงานประเภทต่างๆ ในสัดส่วนที่สอดคล้องเหมาะสมกับลักษณะการผลิต ความต้องการใช้พลังงานแต่ละประเทศ ต้นทุนทรัพยากร ขีดความสามารถของเทคโนโลยี และต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด ขณะที่การผลิตพลังงานแบบเดิมก็ต้องพัฒนาให้ก่อมลพิษให้น้อยที่สุด เช่น การเปลี่ยนโรงงานถ่านหินให้เป็นถ่านหินสะอาด

ทั้งนี้ เมื่อไม่มีคำตอบแน่ชัดสำหรับอนาคตพลังงาน การสร้างทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและนำมาใช้งานได้จริงในสัดส่วนที่เหมาะสมกับลักษณะความต้องการใช้พลังงานของแต่ละประเทศย่อมเป็นทางออกที่ดีที่สุดเพื่อความมั่นคงยั่งยืนทางพลังงาน

สรรหาความพอเหมาะ สู่ความมั่นคงพลังงาน 'อาเซียน'

 

ข่าวล่าสุด

ทำไมจึงขยายเวลาไม่ได้? กกต. แจงขั้นตอนออกเสียงประชามติ