
ผู้ถือหุ้นฟ้องโกลด์แมน
ผิดหน้าที่ขายพันธบัตรอาบาคัส
ระบุผู้บริหารตัวแสบจำเลยที่1
โพสต์ทูเดย์
— ผู้ถือหุ้นยื่นฟ้องโกลด์แมนฯ ทำผิดหน้าที่ ขายพันธบัตรฉาว “อาบาคัส” สื่อชื่อดังเผยโกลด์แมนฯ เตรียมข้ออ้าง ขายไปโดยไม่รู้ทิศทางราคาอสังหาฯโกลด์แมน แซคส์ เจอวิกฤตอีกระลอก สองผู้ถือหุ้นเปิดการฟ้องร้องต่อกรณีการปกปิดข้อมูลเบื้องหลังของพันธบัตรซับไพรม์ ซึ่งมีเฮดจ์ฟันด์อยู่เบื้องหลังเก็งกำไรราคาอสังหาริมทรัพย์ จนสร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนอย่างรุนแรง
รอยเตอร์ส รายงานว่า ผู้ถือหุ้นโกลด์แมน แซคส์ 2 ราย ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแมนฮัตตันในนิวยอร์ก กล่าวหาว่ากลุ่มผู้บริหารและผู้อำนวยการฝ่ายต่างๆ ของโกลด์แมน แซคส์ ได้ละเมิดหน้าที่ที่ผู้ถือหุ้นให้ความไว้วางใจในการดูแลผลประโยชน์ ด้วยการปล่อยให้เกิดการดำเนินการขายพันธบัตรอาบาคัส ซึ่งอิงอยู่กับสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ด้อยคุณภาพ และมีเฮดจ์ฟันด์เก็งกำไรอยู่เบื้องหลัง
ผู้ถือหุ้นของโกลด์แมนฯ ยังได้ระบุว่า ฟาบรีซ ทูร์เร ประธานบริหารระดับสูงของโกลด์แมนฯ เป็นจำเลยที่ 1 เนื่องจากอยู่เบื้องหลังเหตุดังกล่าวโดยตรง
ด้าน เอ็ด คานาเดย์ โฆษกของโกลด์แมนฯ ยังปฏิเสธไม่ให้ความเห็นต่อเรื่องนี้ โดยระบุเพียงแต่ว่า ทางบริษัทยังไม่ได้พิจารณาการฟ้องร้องดังกล่าว
รอยเตอร์ส ระบุว่า โจทก์ยังได้เรียกร้องให้โกลด์แมนฯ ยอมรับว่าได้ละเมิดหน้าที่ของตัวเอง และได้เรียกร้องความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย ซึ่งตามปกติเมื่อเกิดกรณีผู้ถือหุ้นเปิดการฟ้องร้องบริษัทเช่นนี้แล้ว เอกชนก็อาจจะใช้วิธีการปรับเปลี่ยนการบริหารเพื่อแก้ปัญหา
ก่อนหน้านี้คณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของสหรัฐ ก็ได้ยื่นฟ้องโกลด์แมนฯ ต่อการขายพันธบัตรอาบาคัสดังกล่าวว่า บริษัทได้ปกปิดลูกค้าว่าพันธบัตรดังกล่าวนั้นมีกลุ่มเฮดจ์ฟันด์เป็นผู้สร้างขึ้นและมีการเก็งกำไรอยู่เบื้องหลัง ซึ่งอิงไว้กับสินค้าอสังหาริมทรัพย์ด้อยคุณภาพ (ซับไพรม์) อยู่ ซึ่งเมื่อฟองสบู่อสังหาฯ ของสหรัฐแตกลง ก็ส่งผลกระทบให้พันธบัตรอาบาคัสหมดค่าลงในทันที
ขณะเดียวกันรอยเตอร์สรายงานด้วยว่า หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ได้รายงานเปิดเผยเอกสารอ้างว่าเป็นข้อมูลจากฝ่ายโกลด์แมนฯ ที่ได้เตรียมข้อแก้ต่างสำหรับคดีที่ถูกฟ้องจาก ก.ล.ต.สหรัฐว่า ในขณะที่ทางบริษัทขายพันธบัตรอาบาคัสไปเมื่อปี 2007 นั้น ทางบริษัทไม่รู้เรื่องว่าทิศทางราคาที่อยู่อาศัยนั้นกำลังจะเดินไปในทางใด อีกทั้งการขายพันธบัตรดังกล่าวให้กับนักลงทุนนั้นก็ไม่ได้ถือว่าเป็นการผิดต่อผลประโยชน์ของลูกค้าด้วย







