
โลกหวั่นตลาดเกิดใหม่ป่วงกูรูมั่นใจไม่ซ้ำรอยปี'40
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงในที่ประชุมผู้ว่าการธนาคารกลางและนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของโลก ที่ แจ๊คสัน โฮล สหรัฐ ได้ออกโรงเตือนถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อเสถียรภาพทางการเงินโลก หลังจากที่เกิดภาวะทุนไหลออกจากกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยระบุว่า ตลาดเกิดใหม่เหล่านี้ยังขาดแนวปราการที่ดีพอในการป้องกันผลกระทบจากเงินทุนมหาศาลที่ไหลออกนอกประเทศ ซึ่งเกิดจากความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอมาตรการซื้อคืนพันธบัตรในเร็วๆ นี้
ฌอง ปิแอร์ แลนโด อดีตรองผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส กล่าวว่า ปัญหาที่ขยายวงกว้างออกไป รวมถึงผลกระทบย้อนกลับ และความไวต่อการรับรู้ความเสี่ยงนั้นจะยิ่งทำให้การถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศขนาดใหญ่เป็นเรื่องที่ซับซ้อนขึ้น และทำให้การร่วมมือกันระหว่างธนาคารกลางเป็นสิ่งที่จำเป็นมากขึ้น
ทางด้าน เฮเลน เรย์ จากลอนดอน บิสเนส สกูล ได้เปิดเผยผลการศึกษาเรื่องผลกระทบจากมาตรการทางการเงินของสหรัฐ และธนาคารกลางยักษ์ใหญ่อื่นๆ ว่า กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่จำเป็นต้องออกมาตรการควบคุมเงินทุนเหล่านี้ หากยังไม่อยากสูญเสียความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบายการเงินไป
“นโยบายมหภาคที่รอบคอบเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อนโยบายทางการเงินที่เป็นอิสระสำหรับประเทศที่ไม่ได้เป็นศูนย์กลางเหล่านี้ พวกเขาสามารถออกมาตรการต่างๆ แทนที่การควบคุมเงินทุน แต่หากยังไม่เพียงพอ ก็จำเป็นต้องพิจารณามาตรการควบคุมเงินทุนออกมา” เรย์ กล่าวและย้ำว่า มาตรการทางการเงินที่เป็นอิสระ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อสามารถควบคุมเงินทุนได้เท่านั้น
ด้านเอเอฟพี รายงานอ้างบรรดานักวิเคราะห์ชั้นนำว่า ปัญหาทุนไหลออกจากกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ซึ่งกำลังฉุดให้ค่าเงินอ่อนค่าลงนั้น จะไม่ซ้ำรอยไปสู่การเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินเอเชียเมื่อปี 25402541 โดย พอล ครุกแมน เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่า กระแสทุนที่หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลกนั้น เป็นเหมือนกับฟองสบู่กระแสทุน ทว่าการแตกตัวของฟองสบู่เหล่านี้จะไม่ก่อให้เกิดหายนะขึ้น เนื่องจากหลายประเทศไม่ได้มีหนี้ต่างประเทศจำนวนมหาศาลเหมือนเมื่อปี 2540
ไรอัน อาวองต์ จากนิตยสารอีโคโนมิสต์ ระบุว่า ความเสี่ยงที่น่ากังวลมากกว่าในขณะนี้ก็คือ การดำเนินนโยบายที่่ผิดพลาดของรัฐบาลและธนาคารกลางของประเทศต่างๆต่อความพยายามชะลอค่าเงินที่ทรุดลง
ขณะที่ ไมเคิล ฮิวสัน นักวิเคราะห์จากบริษัท ซีเอ็มซีมาร์เก็ตส์ กล่าวว่า เฟดเป็นเพียงแค่ปัจจัยส่วนหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากนักลงทุนกำลังให้ความสำคัญถึงปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศด้วย เช่น การถอนทุนออกจากอินเดียและบราซิล ยังเป็นเพราะนักลงทุนมองเห็นสัญญาณเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น







