posttoday
เศรษฐีธุรกิจกีฬา

เศรษฐีธุรกิจกีฬา

18 สิงหาคม 2556

ธุรกิจกีฬา ดึงดูดเศรษฐีให้เข้ามาอยู่ในวงการเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง ท้าทาย และยังเป็นช่องทางในการสร้างชื่อเสียงหากได้เป็นเจ้าของทีมกีฬาดังๆ

ธุรกิจกีฬา ดึงดูดเศรษฐีให้เข้ามาอยู่ในวงการเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง ท้าทาย และยังเป็นช่องทางในการสร้างชื่อเสียงหากได้เป็นเจ้าของทีมกีฬาดังๆ ทำให้มหาเศรษฐีหลายรายเข้าสู่ธุรกิจนี้ รวมถึงนักธุรกิจอาเซียน

เอริค โธเฮียร์ (Erick Thohir) เจ้าของธุรกิจสื่อชาวอินโดนีเซีย ผู้ชื่นชอบกีฬาเป็นชีวิตจิตใจ เช่น แบดมินตัน และด้วยความชื่นชอบในการแข่งขันและความท้าทาย จึงผลักดันให้เขาเข้าสู่แวดวงธุรกิจ โดยเน้นทำสิ่งที่ชื่นชอบและเกิดแรงบันดาลใจ

เขาก้าวมาเป็นนักธุรกิจระดับแนวหน้า โดยสร้างและบูรณาการธุรกิจด้านสื่อและกีฬา จนสุดท้ายกลายเป็นชาวอินโดนีเซียคนแรกที่เข้าซื้อ “ยูเอส สปอร์ต คลับ” 2 แห่ง

โดยเมื่อปลายปี 2554 เอริคได้ซื้อหุ้นจำนวน 15% ของทีมบาสเกตบอลฟิลาเดลเฟีย เซเว่นตี้ซิกเซอร์ส หนึ่งในทีมดังของลีกเอ็นบีเอในสหรัฐอเมริกา มูลค่า 21 ล้านเหรียญสหรัฐ ต่อมาในปี 2555 เข้าซื้อหุ้นของทีมฟุตบอล เดอะ ดีซี ยูไนเต็ด กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ด้วยมูลค่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ

การลงทุนดังกล่าวทำให้เอริคกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก และนอกจากการลงทุนในวงการกีฬาแล้ว เขายังได้ขยายกิจการในธุรกิจสื่อที่เขาเป็นเจ้าของอีกมาก เช่น บริษัท พีที วิซิ มีเดีย เอเชีย หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อของวีว่า สร้างช่องรายการกีฬาช่องใหม่ชื่อว่า สปอร์ตวัน และช่องทีวีระบบสมาชิกของเขาก็ได้ถ่ายทอดกิจกรรมกีฬาต่างๆ ภายในอินโดนีเซีย ซึ่งเขาคิดว่าธุรกิจกีฬาถือเป็น 1 ใน 3 ประเภทธุรกิจที่มอบโอกาสที่ดีให้กับเขานอกจากธุรกิจอินเทอร์เน็ต และธุรกิจบันเทิง

ล่าสุด เอริคขยับคว้าสิทธิออกอากาศฟุตบอลโลกผ่านโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต และสื่อสิ่งพิมพ์ มูลค่า 61 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมถึงแสดงความต้องการที่จะเข้าซื้อหุ้นในทีมฟุตบอลยักษ์ใหญ่ อินเตอร์ มิลาน ของอิตาลี

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน