
ศึกแห่งศักดิ์ศรี
กลายเป็น “ศึกแห่งศักดิ์ศรี” ระหว่างเมืองเกาสงและจีหลง ของเขตปกครองพิเศษไต้หวันไปโดยปริยาย ภายหลัง “เมืองเกาสง” ที่มีขนาดใหญ่อันดับสอง ประกาศแผนเตรียมจัดแสดง “เป็ดยางสีเหลืองขนาดยักษ์” ตั้งแต่เดือน ก.ย.เป็นต้นไป เป็นเวลา 1 เดือน ตัดหน้า “เมืองจีหลง” เมืองท่าทางตอนเหนือของเกาะ ที่มีกำหนดจัดแสดงเจ้าเป็ดยางเช่นเดียวกันในช่วงกลางเดือน ธ.ค.นี้
กลายเป็น “ศึกแห่งศักดิ์ศรี” ระหว่างเมืองเกาสงและจีหลง ของเขตปกครองพิเศษไต้หวันไปโดยปริยาย ภายหลัง “เมืองเกาสง” ที่มีขนาดใหญ่อันดับสอง ประกาศแผนเตรียมจัดแสดง “เป็ดยางสีเหลืองขนาดยักษ์” ตั้งแต่เดือน ก.ย.เป็นต้นไป เป็นเวลา 1 เดือน ตัดหน้า “เมืองจีหลง” เมืองท่าทางตอนเหนือของเกาะ ที่มีกำหนดจัดแสดงเจ้าเป็ดยางเช่นเดียวกันในช่วงกลางเดือน ธ.ค.นี้
เรียกได้ว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความไม่พอใจต่อชาวเมืองจีหลงไม่น้อย เนื่องจากต่างคาดหวังไปตามๆ กันว่าจะได้เป็นเมืองแรกๆ ที่ได้ชื่นชมเจ้าเป็ดยางตัวยักษ์ก่อนเมืองอื่นในเกาะ
กระนั้นก็ตาม ฮวง เจียง ไท่ โฆษกสภาท้องถิ่นประจำเมืองจีหลง ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อการกระทำอันน่าหงุดหงิดของเมืองเกาสงในครั้งนี้ โดยระบุเพียงว่า
“ไม่อยากให้มีการเปรียบเทียบเมืองจีหลงกับเมืองอื่นๆ เราสนใจแต่เพียงว่า หากเมืองใดได้จัดแสดงเป็ดยางยักษ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง ความสุข และความสงบ ประชาชนในเมืองก็จะมีความสุขไปด้วย” ไท่ ระบุ
นอกเหนือจากการนำเป็ดมาแสดงตัดหน้าเมืองอื่นๆ แล้ว เมืองเกาสงยังอวดศักดาข่มเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เนื่องจากเจ้าเป็ดยางที่จะมาจัดแสดงในไต้หวันนี้ จะมีความสูงถึง 18 เมตร ซึ่งใหญ่กว่าตัวที่เคยลอยอวดโฉมบริเวณอ่าววิคตอเรียของฮ่องกงเมื่อช่วงเดือน พ.ค. ที่สูงเพียง 16.5 เมตร อีกด้วย
แม้จะเข้าใจได้ว่า สาเหตุที่แต่ละเมืองห้ำหั่นกันอยากจัดแสดงเจ้าเป็ดยางยักษ์ก่อนใคร เนื่องจากต้องการดึงดูดเงินจากนักท่องเที่ยวที่คาดว่าน่าจะสูงถึง 1,000 ล้านเหรียญฮ่องกง (ราว 4,000 ล้านบาท)
แต่จะชิงดีชิงเด่นกันจนต้อง “ซดเกาเหลา” กันแบบนี้
จะดีหรือ!







