
ผีโกลด์แมนตามทุบหุ้นเอเชีย-น้ำมัน
เชื่อสหรัฐกวาดล้างต่อเนื่อง จีนขยับคุมเก็งกำไรอสังหาฯ
โพสต์ทูเดย์
— ข่าวโกลด์แมน แซคส์ ตุ๋นนักลงทุน ตามทุบตลาดหุ้นทั่วเอเชียราคาน้ำมันติดลบกันถ้วนหน้าวิกฤตโกลด์แมน แซคส์ รวมหัวกับเฮดจ์ฟันด์ปกปิดข้อมูลเบื้องหลังบอนด์ซับไพรม์ขายให้กับนักลงทุน จนคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของสหรัฐ ตั้งขอหาไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วนั้น ได้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกไม่หยุดหย่อน ล่าสุดตลาดหุ้นทั่วเอเชีย รวมไปถึงราคาน้ำมันติดตัวแดงกับทั่วทวีป
ด้านดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่น ปิดตลาดติดลบลงไป 193.41 จุด หรือ 1.74% ไปอยู่ที่ 10,908.77 จุด ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกง ปิดตลาดติดลบไป 460.09 จุด หรือ 2.10% ไปอยู่ที่ 21,405.17 จุด และดัชนีสเตรตไทม์ของสิงคโปร์ ปิดตลาดติดลบไป 46.26 จุด หรือ 1.54% ไปอยู่ที่ 2,960.93 จุด
ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ของจีนนั้น ปิดตลาดลดลงไปถึง 150 จุด หรือ 4.79% เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ลงไปอยู่ที่ 2,980.30 จุด
สำหรับราคาน้ำมันในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียวันที่ 19 เม.ย. ยังคงปรับลดลงต่อเนื่องอีก 1.38 เหรียญสหรัฐ ลงไปอยู่ที่ 81.86 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อีกด้วย
รายงานระบุว่า ข่าวการตั้งข้อหากับโกลด์แมน แซคส์ ดังกล่าว ยังทำให้นักลงทุนเชื่อว่า ก.ล.ต. สหรัฐยังจะเดินหน้ากวาดล้างการเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์สหรัฐล่มสลายจนนำไปสู่วิกฤตในภาคการเงิน และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไปทั่วโลก
นอกจากนั้น การกระแสความหวาดวิตกดังกล่าว ยังทำให้รัฐบาลจีนเริ่มขยับตัวเพื่อควบคุมการเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์มากขึ้นด้วยเช่นกัน ด้วยการออกมาตรให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิเสธการปล่อยกู้ให้กับผู้กู้ที่มีสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์อยู่ 2 ตัวขึ้นไปอยู่แล้ว
ส่วนอังกฤษและเยอรมนี ก็ประกาศว่าจะสอบสวนกรณีของโกลด์แมน แซคส์ เช่นกัน หลังจากที่ธนาคารพาณิชย์ 2 แห่ง ตกเป็นเหยื่อ ด้าน นายกรัฐมนตรี กอร์ดอน บราวน์ แห่งอังกฤษ กล่าวว่า รู้สึก
“ช็อก” ต่อข่าวดังกล่าวซึ่งสะเทือนถึง “จริยธรรม” ของสถาบันการเงินอย่างรุนแรง






