posttoday
การบินโลกเจอผลกระทบ เถ้าภูเขาไฟแรงกว่า 911

การบินโลกเจอผลกระทบ เถ้าภูเขาไฟแรงกว่า 911

20 เมษายน 2553

โพสต์ทูเดย์ — สายการบินในยุโรปโวยสูญรายได้มหาศาลต่อวัน ด้านไออาตาประเมินวิกฤตการณ์ครั้งนี้ร้ายแรงกว่าเหตุวินาศกรรม 11 กันยา

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า นายโอวานี บิซิกนานี สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาตา) กล่าวที่กรุงปารีสของฝรั่งเศสว่า ที่ผ่านมารัฐบาลสหภาพยุโรปยังไม่มีมาตรการการตอบสนองเพื่อแก้ปัญหาต่อสถานการณ์เถ้าถ่านจากภูเขาไฟในไอซ์แลนด์ที่ทำให้การจราจรทางอากาศทั่วยุโรปเป็นอัมพาต อย่างเพียงพอ

นอกจากนี้ นายบิซิกนานียังประเมินความเสียหายจากภัยพิบัติในครั้งนี้ว่าอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจร้ายแรงกว่าเหตุวินาศกรรม 11 ก.ย. 2544 ด้วยซ้ำ

ด้านหัวหน้าไออาตาได้ประเมินความเสียหายของสายการบินที่ต้องยกเลิกเที่ยวบินในขณะนี้ว่า สูญรายได้ไปแล้วกว่าวันละ 250 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากที่ประเมินไว้เมื่วันศุกร์ที่แล้วว่า บรรดาสายการบินจะสูญรายได้ราววันละ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6,400 ล้านบาท)

ทั้งนี้ นายบิซิกนานีได้เรียกร้องให้มีการปฏิบัติการอย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างความปลอดภัยในการเปิดสนามบินอีกครั้ง พร้อมกันนี้ยังเสนอให้มีการประชุมองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ซึ่งอยู่ในสังกัดการบินของสหประชาชาติอีกด้วย

“เราต้องตัดสินใจบนพื้นฐานของสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นมากกว่ายืนอยู่บนพื้น ฐานของหลักทฤษฎี” หัวหน้าไออาตากล่าว

ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหภาพยุโรป ระบุว่าสถานการณ์เลวร้ายที่เป็นอยู่ในขณะนี้ จะไม่คงอยู่ตลอดไป ท่ามกลางการเรียกร้องของหลายสายการบินในยุโรปที่ต้องการให้มีการทบทวนคำสั่งห้ามบิน หลังนำเครื่องทดสอบบินแล้ว ไม่พบปัญหาหรือความผิดปกติใดๆ ที่เป็นผลจากฝุ่นขี้เถ้า

ขณะที่ นายซิม คัลลาส คณะกรรมการขนส่ง กล่าวว่า ยุโรปจะไม่รอจนกระทั่งฝุ่นควันที่มีในบรรยากาศหายไป ถึงจะอนุญาตให้มีการบิน นอกจากนี้ยังเชื่อมั่นว่าในวันจันทร์นี้จะมีสายการบินในยุโรปกว่าครึ่งสามารถนำเครื่องขึ้นบินได้โดยปราศจากความเสี่ยง

สำหรับรัฐมนตรีคมนาคมของสหภาพยุโรปเอง ก็เตรียมประชุมด่วนผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เนื่องจากไม่สามารถเดินทางมาร่วมประชุมได้ในวันจันทร์นี้ เพื่อร่วมหารือหาแผนฉุกเฉิน สำหรับหาทางออกของวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นจากปัญหาควันและเถ้าถ่านภูเขาไฟในไอซ์แลนด์ปกคลุมน่านฟ้าทั่วยุโรป

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สายการบินยักษ์ใหญ่อย่างลุฟต์ฮันซาของเยอรมนี และแอร์ฟรานซ์เคแอลเอ็มของฝรั่งเศส กำลังกดดันรัฐบาลสหภาพยุโรปอย่างหนัก เพื่อให้มีการผ่อนคลายคำสั่งปิดน่านฟ้าตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

หลังจากที่สายการบินแอร์ฟรานซ์ได้ส่งเครื่องบินทดสอบแอร์บัส เอ320 ที่ไม่มีผู้โดยสารขึ้นไปทดลองบินระหว่างกรุงปารีสไปยังเมืองตูลูสของฝรั่งเศส ปรากฏว่าไม่พบความผิดปกติใดๆ

โดยสมาคมสายการบินยุโรป ซึ่งมีสมาชิก 36 สายการบิน ระบุว่า พวกเขาต้องการให้มีการประเมินเรื่องข้อบังคับเกี่ยวกับน่านฟ้าในทันที

ขณะที่ นายแอนเดรีย บาร์เทล โฆษกของสายการบินลุฟต์ฮันซา ประจำนครโคโลญ ประเทศเยอรมนี กล่าวว่า ต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลผ่อนปรนคำสั่งห้ามบิน ซึ่งเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เราทำได้ในฐานะที่เราเป็นสายการบิน และเราต้องการที่จะนำเครื่องขึ้นบิน

สอดคล้องกับนายปีเตอร์ ฮาร์ทแมน ผู้บริหารของสายการบินเคแอลเอ็ม ระบุว่า พวกเราหวังว่าจะได้รับคำอนุญาตอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเริ่มต้นปฏิบัติการการบิน และนำผู้โดยสารของเราไปส่งยังจุดหมาย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีบางสนามบินที่เริ่มเปิดให้บริการอีกครั้งแล้ว แต่ยังมีอีกหลายสนามบินที่ยังมีการระงับเที่ยวบินต่อไป ได้แก่ สนามบินในเยอรมนี 14 แห่งจาก 16 แห่งรวมทั้งแฟรงก์เฟิร์ต ซึ่งเป็นฮับการบินที่คับคั่งที่สุดของภาคพื้นยุโรป ซึ่งจะเปิดให้บริการในวันจันทร์นี้

ขณะที่สนามบินนานาชาติหลายแห่งในฝรั่งเศส รวมทั้งสนามบินชาลส์ เดอ โกล และออลลี จะเปิดให้บริการอีกครั้งในวันอังคาร

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายสายการบินในเบลเยียม สหราชอาณาจักร ฮังการี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ ที่จะยังคงขยายเวลาปิดออกไปจนถึงวันจันทร์

สำหรับสายการบินในเอเชียส่วนใหญ่ยังมีการยกเลิกเที่ยวบินที่เดินทางไปยังยุโรป ซึ่งผลของการยกเลิกเที่ยวบินครั้งใหญ่นี้ เดวิด เอปสไตน์ โฆษกของสายการบินแควนตัสของออสเตรเลีย ระบุว่า ทำให้สายการบินสูญรายได้ไปแล้วกว่า 15. ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 484 ล้านบาท) ในวันเดียว

การยกเลิกเที่ยวบินของสายการบินในเอเชียครั้งนี้ ยังครอบคลุมไปถึงสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ สายการบินในกลุ่มไชนาแอร์ กลุ่มเจแปนแอร์ไลน์ นิปปอนแอร์เวย์ โคเรียนแอร์ และสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า นายกรัฐมนตรี กอร์ดอน บราวน์ ของอังกฤษได้สั่งเรือบรรทุกเครื่องบิน 3 ลำเดินทางไปรับผู้โดยสารชาวอังกฤษที่ตกค้างตามท่าอากาศยานหลายแห่ง และทหารกลับจากการประจำการในอัฟกานิสถาน

ขณะที่สเปนซึ่งเป็นเพียงไม่กี่ประเทศที่สามารถให้บริการเที่ยวบินตามปกติ เปิดเผยว่า ท่าอากาศยานในสเปนจะเป็นจุดลำเลียงชาวอังกฤษ ชาวฝรั่งเศส และชาวเยอรมันจำนวนมากที่ตกค้างอยู่ตามท่าอากาศยานทั่วโลก สิ่งที่จะดำเนินการขั้นแรกคือเพิ่มเที่ยวบินพิเศษเข้าสเปน

ด้านองค์กรที่บริหารระบบเดินรถไฟแห่งประเทศฝรั่งเศส (เอสเอ็นซีเอฟ) ก็เตรียมเพิ่มที่นั่งพิเศษบนขบวนรถไฟที่วิ่งระหว่างกรุงลอนดอนฝรั่งเศส ทั้งนี้เพื่อช่วยนำผู้โดยสารตกค้างกลับบ้าน

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานโดยอ้างแผนภูมิพยากรณ์อากาศของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาอังกฤษ ที่ระบุว่า เถ้าถ่านที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งในไอซ์แลนด์จะมาถึงพื้นที่ชายฝั่งทางตะวันออกใกล้เขตพื้นที่ของรัฐนิวฟันด์แลนด์ของแคนาดาในเวลาประมาณ 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ราว 19.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย)

ทั้งนี้ รายงานจากสำนักอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ฝุ่นควันที่พัดพามาที่แคนาดายังอยู่ในระดับต่ำกว่าที่จะส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินในแคนาดา

เถ้าภูเขาไฟไอซ์แลนด์ครั้งนี้ส่งผลให้การจราจรทางอากาศในยุโรปเป็นอัมพาตมาแล้ว 5 วัน ซึ่งนับว่าเลวร้ายที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยฝุ่นเถ้าจากการปะทุของภูเขาไฟในครั้งนี้ทำให้ต้องมีการยกเลิกเที่ยวบินอีก 2 หมื่นเที่ยว

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก