posttoday

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ปี 2 ตอน 2 นั่งรถไฟไปฮอกไกโด (1)

23 มิถุนายน 2556

ผมเชื่อว่าหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญสำหรับการวางแผนที่จะเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองนั้น ต้องมีการนั่งรถไฟบรรจุอยู่ในโปรแกรมของทุกท่านด้วยอย่างแน่นอน

ผมเชื่อว่าหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญสำหรับการวางแผนที่จะเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองนั้น ต้องมีการนั่งรถไฟบรรจุอยู่ในโปรแกรมของทุกท่านด้วยอย่างแน่นอน เพราะรถไฟถือว่าเป็นระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพสูงและค่าใช้จ่ายต่ำ โดยเฉพาะระบบรถไฟของญี่ปุ่นนั้นจัดอยู่ในลำดับต้นๆ ของโลกเลยก็ว่าได้ ทั้งรถไฟในเมือง รถไฟระหว่างเมืองหรือรถไฟข้ามภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถไฟชิงกังเซนด้วยแล้วต้องถือว่าเป็นอันดับหนึ่งอันดับสองของโลกเลยก็ว่าได้ อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ เพราะผมเปรียบเทียบกับรถไฟความเร็วสูงในระดับเดียวกันทั้ง TGV และ EuroStar แล้วผมยกให้ Shinkansen เป็นอันดับหนึ่งครับ บางท่านอาจจะแย้งว่า EuroStar หรือ TGV เร็วกว่า แต่สำหรับผมความเร็วไม่ใช่คำตอบครับ

ผมคิดว่าการนั่งรถไฟข้ามภูมิภาคนั้น นอกเหนือจากความเร็วแล้ว ความสะดวกสบายเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ผมพิจารณา ซึ่งทั้ง TGV และ EuroStar นั้นไม่สะดวกสบายเท่า Shinkansen ความโปร่งโล่งในตู้โดยสารของชิงกังเซนนั้นกินขาด การบริการบนตู้โดยสารก็กินขาด ผมนั่ง TGV และ EuroStar แล้วเหมือนนั่งเครื่องบินชั้นทัศนาจร (Economy Class) ในขณะที่นั่งชิงกังเซนแล้วเหมือนนั่งชั้น Economy Deluxe ยิ่งถ้าเป็น Shinkansen รุ่นใหม่ๆ ยิ่งโอ่โถงสะดวกสบายกว่าเดิม จึงทำให้รถไฟชิงกังเซนเป็นที่นิยมของทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว และก็เป็นองค์ประกอบสำคัญมากๆ ของการเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

นอกเหนือจากรถไฟชิงกังเซนแล้ว อีกสองสามประเภทที่ได้รับความนิยมเช่นกันก็คือ รถจักรไอน้ำ (SL หรือ Steam Locomotives) ที่ญี่ปุ่นนำมาเดินรถกันใหม่ในเส้นทางท่องเที่ยวต่างๆ และรถไฟแฟนซีที่ตกแต่งเป็นธีมหรือตัวการ์ตูน เช่น โดราเอมอน อันปังแมน คิวทาโร่ ฯลฯ ซึ่งเป็นที่หมายปองของนักนิยมรถไฟในอันที่จะต้องดั้นด้นไปนั่งให้จงได้ หรือแค่ขอไปถ่ายรูปก็ยังดี อันนี้หมายรวมถึงพวกเราชาวไทยด้วยเช่นกัน ผมเห็นหลายเว็บหลายเพจมีการนำข้อมูลมาลงกันมากมาย แต่แปลกใจว่าทำไมถึงไม่มีชื่อรถไฟอีกประเภทนึง ซึ่งเป็นรถไฟขบวนที่คนญี่ปุ่นอยากนั่งมากที่สุดในทัศนะของผม นั่นก็คือ Overnight Express Train ซึ่งเป็นรถไฟด่วนพิเศษวิ่งข้ามภูมิภาคและเป็นตู้นอนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดมีอยู่ด้วยกันหลายขบวนและหลายเส้นทาง บางเส้นทางก็เป็นที่นิยมมากต้องจองกันล่วงหน้าหลายเดือน แต่บางเส้นทางก็ไม่ได้รับความนิยมอันเนื่องมาจากการแข่งขันด้านราคาและระยะเวลา ซึ่งในปัจจุบันการนั่งเครื่องบินดูจะคุ้มกว่า โดยเฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำ หรือ Low Cost Airlines จนทำให้รถไฟประเภทนี้เหลืออยู่แค่ไม่กี่เส้นทาง และในบรรดาที่เหลืออยู่นั้นก็ต้องบอกว่าเป็นตัวจริง เพราะเต็มตลอดปีตลอดชาติทั้งๆ ที่ราคาตั๋วนั้นแพงเอาเรื่อง มีด้วยกัน 3 ขบวน คือ Cassiopeia Hokutosei และ Twilight Express 2 ขบวนแรกวิ่งจากโตเกียวไปสุดทางที่ซัปโปโร ขบวนหลังเริ่มจากโอซาก้าไปซัปโปโรเช่นกัน แต่ต่างกันตรงที่ขบวน Twilight ใช้เส้นทางเลาะทะเลญี่ปุ่นผ่านจังหวัดเกียวโต ชิงะ ฟุคุอิ อิชิคาวะ โทยามะ นากาโนะ นีงาตะ ยามากาตะ อาคิตะ อาโอโมริ แล้วมุดอุโมงค์เซคังข้ามช่องแคบสึงะรุเข้าสู่เกาะฮอกไกโด รวมระยะเวลาประมาณ 22 ชั่วโมง จัดเป็นอันดับหนึ่งของการเดินรถที่นานที่สุดในญี่ปุ่นเลยทีเดียว สำหรับอีก 2 ขบวนที่วิ่งออกจากโตเกียวนั้นใช้เส้นทางขนานกับมหาสมุทรแปซิฟิกผ่านจังหวัดไซตามะ โทชิหงิ ฟุคุชิมะ มิยาหงิ อิวาเตะ อาโมโมริ แล้วมุดอุโมงค์เซคังสู่ฮอกไกโด ใช้เวลาประมาณ 16 ชั่วโมง

ตัวผมเองปรารถนาจะนั่งรถไฟแบบนี้มานานแล้ว เพราะหนึ่งชอบรถไฟตู้นอนมาแต่ไหนแต่ไร สมัยยังเด็กที่บ้านพานั่งด่วนนครพิงค์จากหัวลำโพงไปเยี่ยมตายายที่เชียงใหม่ทุกปี นั่งกี่ครั้งก็ยังตื่นเต้น สองคือได้ยินได้ฟังจากเพื่อนๆ ชาวญี่ปุ่นร่ำลือกันมากว่าอยากนั่งแต่ไม่มีโอกาสบ้าง ไม่มีปัญญา(จ่าย)บ้าง จองไม่เคยได้บ้าง ชีวิตนี้ต้องนั่งให้ได้สักครั้งบ้าง ฯลฯ จนทำให้ผมเกิดความโหยหาและตั้งธงไว้ในใจเลยว่าจะต้องลองนั่งดูสักที ไม่ว่ามันจะแพงแค่ไหนก็ตาม และหลังจากศึกษาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ผมก็ตัดสินใจเลือกขบวนแคสสิโอเปีย (Cassiopeia) ด้วยเหตุผลคือเป็นรถไฟที่หรูหราที่สุดในบรรดา 3 ขบวน และใช้เวลาน้อยกว่า Twilight เพราะดูจากสังขารของตัวเองและองค์ประกอบหลักที่ต้องเดินทางกับครอบครัว ซึ่งมีผู้หญิงสองและเด็กสองขวบอีกหนึ่ง การใช้ชีวิตอยู่บนรถไฟเกือบ 24 ชั่วโมง คงยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ต้องรอเจ้าตัวเล็กเข้าใจอะไรมากกว่านี้เสียก่อน ส่วนขบวน Hokutosei นั้นดันออกจากโตเกียวตอนทุ่มนึง มันไม่ได้อารมณ์เพราะขึ้นรถไปก็มืดแล้ว ขาดอรรถรสของการชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า หลังจากปรึกษากับสมาชิกในบ้านจนผมได้คำมั่นจากทุกคนแล้วว่าจะร่วมทุกข์ร่วมสุขอย่างแข็งขันกับ 16 ชั่วโมงบน Cassiopeia เพราะเคยมีประสบการณ์มาแล้วจากการนั่งรถไฟเที่ยวในยุโรปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ยังประทับใจในความสมบุกสมบันอยู่จนถึงทุกวันนี้ เลยต้องยืนยันกันก่อนไปให้เรียบร้อยว่าเราจะไม่ทิ้งกัน

ติดตามความสนุกของการนั่งรถไฟไปฮอกไกโดต่อได้ในฉบับหน้า ความตื่นเต้นกำลังจะตามมาเพราะผมเกือบจะตกรถไฟครับ

ข่าวล่าสุด

คตร. จี้โรงกลั่นคืนกำไรส่วนเกินเข้ากองทุนน้ำมัน ชงครม. 6 เม.ย.นี้