posttoday
อร่อยร้อยลิ้น 28

อร่อยร้อยลิ้น 28

26 พฤษภาคม 2556

สัปดาห์นี้ยังคงอยู่ที่เกาะใต้ แต่ย้ายวิกจากจังหวัดฟุกุโอกะมายังจังหวัดโออิตะ จากเมืองที่มีแสงสีและความครึกครื้นมาเมืองที่อยู่กับธรรมชาติและความเป็นตัวตนมากที่สุดจังหวัดหนึ่ง

สัปดาห์นี้ยังคงอยู่ที่เกาะใต้ แต่ย้ายวิกจากจังหวัดฟุกุโอกะมายังจังหวัดโออิตะ จากเมืองที่มีแสงสีและความครึกครื้นมาเมืองที่อยู่กับธรรมชาติและความเป็นตัวตนมากที่สุดจังหวัดหนึ่ง แต่เดิมถ้าพูดถึงจังหวัดโออิตะอาจจะไม่เป็นที่รู้จักของคนไทยเท่าไหร่ จะรู้จักก็แต่เมืองเบปปุ เมืองที่อุดมไปด้วยน้ำแร่และเป็นหนึ่งในสถานอาบน้ำแร่ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น มาระยะหลังชื่อจังหวัดโออิตะค่อยเริ่มคุ้นหูคนไทยในฐานะต้นกำเนิดของ OTOP แต่ที่โออิตะนี่เขาใช้ชื่อ OVOP (One Village, One Product) และเป็นแม่แบบให้กับอีกมากมายหลายประเทศด้วย แต่เดิมจังหวัดโออิตะได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีรายได้ต่ำที่สุดของญี่ปุ่น จวบจนได้คุณฮิระมัทสึมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว จังหวัดโออิตะจึงได้พลิกฟื้นสถานะมาเป็นจังหวัดที่มีรายได้สูงขึ้น แต่การพลิกฟื้นครั้งนั้นเป็นการพลิกฟื้นที่

แตกต่างจากจังหวัดอื่นๆ โดยสิ้นเชิง เพราะเป็นการพลิกฟื้นโดยไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ได้นำความเจริญเข้ามาเปลี่ยน แต่ใช้ความโหยหาอดีต (Nostalgia) มาเป็นจุดขาย ในขณะที่ทุกเมืองทุกจังหวัดต่างพากันสร้างความเจริญ แต่โออิตะกลับรักษาความเป็นเมืองต่างจังหวัดหรือพูดภาษาชาวบ้านก็คือ รักษาความเป็นบ้านนอกเอาไว้ แล้วให้ผู้คนที่อยู่ในเมืองที่เจริญมาเที่ยว มาพักมาสูดลมหายใจให้เต็มปอด ซึ่งไม่สามารถหาได้ในเมืองโดยเฉพาะเมืองใหญ่ ก็คล้ายๆ กับคนกรุงบ้านเรา ที่วันหยุดสุดสัปดาห์ก็หาโอกาสไปเที่ยวต่างจังหวัด เที่ยวเมืองเล็กๆ ห่างไกลความเจริญอย่างปาย หรือเชียงคาน แต่คนเมืองอย่างคนญี่ปุ่นนั้นโหยหายิ่งกว่าเราเสียอีก เพราะความเครียดจากการทำงานนั้นสูงกว่า ทำให้เกิดอารมณ์โหยหาสิ่งที่ห่างไกลความเจริญมากๆ จังหวัดโออิตะก็เลยเป็นหนึ่งในคำตอบของผู้คนเหล่านั้น และเมื่อคนเหล่านั้นกลับไปก็ช่วยขยายคุณงามความดีของจังหวัดโออิตะออกไปแบบปากต่อปากจนผู้คนมาเที่ยวกันมากขึ้นๆ ซึ่งตรงนี้แหละครับที่แตกต่างจากบ้านเราหรืออีกหลายๆ ประเทศ ทางจังหวัดเขาไม่เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น เพราะเขาทราบว่าคนมาเที่ยวอยากมาเห็นอยากมาสัมผัสกับสิ่งที่มีอยู่และเป็นอยู่ ถ้าไปเพิ่มอะไรต่อมิอะไรจนเลอะเทอะเป็นจบสิ้นกัน จุดหมายปลายทางในจังหวัดโออิตะนั้นมีหลายเมือง แต่เมืองที่ดูจะโดดเด่นและเป็นที่นิยมมากที่สุดต้องยกให้เมืองยุฟุอิน (Yufuin)

ก่อนจะรู้จักเมืองนี้ ผมจินตนาการว่าเมืองยุฟุอินนี่ต้องห่างไกลความเจริญมากๆ แต่พอไปสัมผัสด้วยตัวเองแล้วผมแปลกใจว่า เมืองนี้ไม่ได้บ้านนอกจ๋า คล้ายๆ กับปายที่มีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟ ร้านขนม ฯลฯ ไม่มีกลิ่นอายของบ้านนอกเท่าไหร่นัก พอถามคนแถวนั้นเขาบอกว่า ที่ชอบบ้านนอกจ๋าก็มีแต่จะไปคนละเมืองกับที่นี่ ส่วนคนมาที่นี่อยากมาเดินเล่นช็อปปิ้งกินขนม ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ผมเลยหันไปมองภาพกว้างๆ ของเมืองยุฟุอิน เออ! จริงแฮะ นี่มันกลางป่ากลางเขาเลย แต่ดันมีเมืองเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะบ้านนอกแต่มีร้านรวงเก๋ๆ เต็มไปหมด ผมไม่รอช้ารีบปฏิบัติการเดินช็อปชิมทันที แผนผังของเมืองนี้ง่ายมาก มุมหนึ่งของเมืองเป็นทะเลสาบเล็กๆ ชื่อคินริน (Kinrinko) มีถนนสายหลักรอบเมืองผ่านร้านค้าและทะเลสาบ มีถนนย่อยแยกไปนิดหน่อยแต่ไม่ซับซ้อน เดินยังไงก็ไม่หลง ริมทะเลสาบมีศาลเจ้าและร้านอาหารเก๋ๆ แทรกตัวอยู่ประปราย บนถนนสายหลักมีร้านค้าสลับกับบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างมีทั้งแบบดั้งเดิมและแบบปรับปรุงใหม่ ความสุขของการมาเดินที่นี่คือการได้เดินเล่นไป กินไป และช็อปไป ผมเดินเมืองนี้ทีไรต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 34 ชั่งโมง เฉพาะแวะเวียนชิมขนมนมเนยก็เป็นชั่งโมงแล้ว ร้านขนมอร่อยๆ ของที่ยุฟุอินนี่มีมากจนเที่ยวเดียวเก็บไม่หมด แต่ถ้าเป็นมือใหม่หรือเวลาไม่เยอะ ลองไปร้านที่ผมแนะนำดูครับ

ร้านแรกชื่อ Bee Honey เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวห้องเดียว ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าขายน้ำผึ้งแหงๆ ในร้านมีน้ำผึ้งสารพัด ทั้งแบบธรรมชาติแท้ๆ และแบบปรุงรสปรุงกลิ่น แต่ที่ผมติดใจคือ ซอฟต์ครีมราดน้ำผึ้ง ซึ่งจริงๆ มีหลายเมนูมากทั้งแบบราดช็อกโกแลต ราดสตรอเบอร์รี่ ฯลฯ แต่ร้านนี้เขาขายน้ำผึ้ง ยังไงซอฟต์ครีมราดน้ำผึ้งก็ต้องเป็นอันดับหนึ่ง มาญี่ปุ่นนี่ผมมีความสุขกับการทานซอฟต์ครีมมาก เพราะทั้งมันและเข้มข้น ยิ่งได้น้ำผึ้งหวานๆ มาเพิ่มรสชาตินี่สุดยอดไปเลย อร่อยจนลืมอ้วนเลยครับ ร้านถัดมาเป็นร้านขนมหวานชื่อ Yufuin Sweets Atelier เป็นร้านขายเค้กสารพัน ตัวเด่นๆ ก็มีโรลเค้ก สตรอเบอร์รี่ช็อตเค้ก แต่ที่เด็ดดวงของร้านี้ต้องยกให้พุดดิ้งที่ทำจากนมสด เนื้อแน่น เนียนนุ่มและหวานมัน ทานหมดถ้วยแล้วยังอยากทานต่อ แต่ต้องทำใจพอแค่นั้น เพราะยังมีอีกหลายร้านให้ลิ้มลอง

ร้านต่อไปเป็นร้านคุกกี้ ร้านนี้หายากหน่อยเพราะอยู่ชั้น 2 ของร้านขายของกระจุกกระจิกชื่อ Gallery Blue Ballen ผมแอบตั้งชื่อให้จำง่ายๆ ว่า ร้านสามโทน เพราะของในร้านใช้สีน้ำเงิน ขาว และแดงเป็นหลัก ถูกใจคนไทยมากๆ เจ้าของร้านนี้เป็นศิลปินที่ผลิตงานเอง แฮนด์เมดล้วนๆ ส่วนชั้น 2 เปิดเป็นร้านคุ้กกี้ชื่อ Lingon เป็นร้านคุกกี้ที่ออกแนวอาร์ตนิดๆ ทำเองขายเองเหมือนกัน มีให้เลือกมากมาย ผมลองชิมอยู่หลายรสแต่ถูกใจรสกล้วยและส้มมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะรสส้มนี่มีผิวส้มบางๆ แทรกอยู่ในเนื้อคุกกี้ด้วย เสียดายไม่มีที่นั่งทานพร้อมจิบชาในร้าน ไม่งั้นคงได้บรรยากาศมากกว่านี้

ร้านสุดท้ายเป็นร้านที่ถูกใจแฟนๆ การ์ตูนของค่าย Ghibli ใครเคยดูเรื่อง แม่มดน้อยกีกิ (Kiki’s Delivery Service) ต้องจำได้ว่า หนูน้อยกีกิออกจากบ้านมาฝึกการเป็นแม่มดอยู่ที่ร้านขนมปังแห่งหนึ่ง ที่เมืองยุฟุอินนี้มีร้านขนมปังของแม่มดน้อยกีกิอยู่ด้วย ครัวซองของแม่มดน้อยอร่อยถูกใจมากๆ ครับ ร้านแม่มดน้อยนี้อยู่ที่ Yufuin Floral Village บนถนนคนเดินนั่นแหละครับ ผมเดินไปกินไปตลอดทาง มาดูเวลาอีกที 2 ชั่วโมงผ่านไปไวจริงๆ ใครจะมาเที่ยวยุฟุอินเผื่อเวลาไว้ 34 ชั่วโมงก็ดีนะครับ ไม่งั้นทานขนมอร่อยๆ ไม่หมด ผมไม่รู้ด้วยนะ

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน