
กฏหมายรับรองรักร่วมเพศทางออกที่ยังไม่ตอบโจทย์
นับเป็นเหตุการณ์ที่ต้องจารึกไว้อีกครั้ง หลังประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศส อนุมัติร่างกฎหมายรับรองให้กลุ่มคนรักเพศเดียวกันสามารถแต่งงานกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเมื่อวันที่ 17 พ.ค.
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
นับเป็นเหตุการณ์ที่ต้องจารึกไว้อีกครั้ง หลังประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศส อนุมัติร่างกฎหมายรับรองให้กลุ่มคนรักเพศเดียวกันสามารถแต่งงานกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเมื่อวันที่ 17 พ.ค. ซึ่งตรงกับวันต่อต้านการรังเกียจกลุ่มรักร่วมเพศ ทำให้ฝรั่งเศส เป็นชาติที่ 14 ของโลก ที่กลุ่มรักเพศเดียวกันได้รับสิทธิด้านต่างๆ ซึ่งรวมถึงการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมเท่าเทียมกับคู่รักต่างเพศ
ถึงแม้ว่าความเคลื่อนไหวนี้ สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงทางทัศนคติของสังคมต่อกลุ่มรักร่วมเพศที่เริ่มเปิดกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะในยุโรปที่มีประเทศที่รับรองการแต่งงานของเพศที่ 3 ถึง 8 ประเทศ ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม สเปน นอร์เวย์ สวีเดน โปรตุเกส เดนมาร์ก และฝรั่งเศส เป็นชาติล่าสุด
ทว่า สำหรับชาวรักร่วมเพศฝั่งยุโรปจำนวนไม่น้อยยังคงไม่กล้าเปิดเผยตัวตนทางเพศที่แท้จริง เนื่องจากกังวลว่าอาจถูกเลือกปฏิบัติและตกเป็นเหยื่อความรุนแรงจากกลุ่มบุคคลที่เกลียดเพศที่ 3 หรือ “โฮโมโฟเบีย” ที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ยืนยันได้จากผลสำรวจ “เลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล ทรานสเจนเดอร์” (แอลจีบีที) ของหน่วยงานสิทธิขั้นพื้นฐานสหภาพยุโรป ซึ่งสอบถามกลุ่มรักร่วมเพศ 9.3 หมื่นคนใน 27 ชาติอียู พบว่า 2 ใน 3 ของกลุ่มรักร่วมเพศยังคงรู้สึกกลัวที่จะจับมือคู่รักในที่สาธารณะ โดย 35% รับว่า ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เคยถูกทำร้ายร่างกายในที่สาธารณะ ขณะที่ 90% ระบุว่า ไม่เคยแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ เนื่องจากมองว่าแจ้งความไปก็ไร้ประโยชน์
ผลสำรวจพบอีกว่า ชาวรักร่วมเพศที่มีรายได้น้อยและมีอายุน้อย จะยิ่งถูกปฏิบัติอย่างมีอคติมากขึ้น โดยบางรายถึงขั้นถูกปฏิเสธไม่ให้ซื้อสินค้าหรือใช้บริการในบางสถานที่ ซึ่งหมายรวมถึงที่ทำงานและโรงเรียน
“กลุ่มเพศที่ 3 ทั่วยุโรปจำนวนมาก ถูกกีดกันจากการแสดงออกรสนิยมทางเพศ และไม่สามารถใช้สิทธิขั้นพื้นฐานและแสดงตัวตนโดยไม่กังวลว่าจะถูกต่อต้านได้เลย” มอร์เตน แครัม ผู้อำนวยการหน่วยงานกล่าว
ด้านจูริส ลาฟวีคอฟส์ ผู้อำนวยการสมาคมเพื่อกลุ่มรักร่วมเพศสากล มองว่า แม้ว่ายุโรปจะส่งเสริมการออกกฎหมายและรณรงค์สร้างความตระหนักถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของกลุ่มเพศที่ 3 อย่างต่อเนื่อง ทว่าวิกฤตเศรษฐกิจได้ส่งผลให้ลัทธินิยมความรุนแรงแข็งแกร่งขึ้น และทำให้กลุ่มรักร่วมเพศใช้ชีวิตได้ยากลำบากมากขึ้น โดยจากรายงานของกลุ่มแอลจีบีทีในฝรั่งเศส พบว่า เมื่อปี 2012 เหตุคุกคามทางร่างกายต่อกลุ่มชายรักชายเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากปีก่อน
จอห์น วาน บรูเกิล ชายรักร่วมเพศชาวดัตช์ เปิดใจต่อบีบีซีว่า เจ้าตัวตกเป็นเหยื่อของการเหยียดหยามจากความแตกต่างทางรสนิยมทางเพศหลายครั้ง
“เมื่อผมไปอยู่ที่เยอรมนีกับเพื่อนชายของผม ก็มีคู่สามีภรรยา ชี้หน้าด่าทอว่า ‘คู่เกย์สกปรก’ และเมื่อไปลอนดอนก็มีคนแปลกหน้าเดินเข้ามาตบหน้าผม ขณะที่ผมอยู่ในร้านขายเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง” บรูเกิล กล่าว พร้อมเรียกร้องว่า ต้องการให้ยุโรปเร่งหาทางป้องกันเหตุร้ายที่เกิดจากความเกลียดชังต่อเพศที่ 3 โดยเร็วที่สุด แม้ว่าจะต้องใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อประเทศนั้นๆ เลยก็ตาม
ไม่เพียงแต่ในยุโรปเท่านั้น กลุ่มรักร่วมเพศในอีกหลายประเทศทั่วโลก ยังเผชิญกับปัญหาความไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งรวมถึงเมียนมาร์ ที่ล่าสุดกลุ่มเพศที่ 3 เดินขบวนเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขกฎหมายมาตรา 377 ซึ่งเป็นกฎหมายเดิม ระบุให้ดำเนินคดีต่อบุคคลที่มีเพศสัมพันธ์กับคนเพศเดียวกัน
เช่นเดียวกับในเวียดนาม ที่แม้มีแนวโน้มว่า เวียดนามจะเป็นชาติแรกในเอเชีย ที่จะผ่านร่างกฎหมายรับรองให้กลุ่มรักร่วมเพศ สามารถมีเพศสัมพันธ์และอยู่กินกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายภายในปี 2014
ทว่า ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ต่างกังวลว่า กฎหมายการแต่งงานและครอบครัวฉบับใหม่ อาจยังคงมีข้อห้ามหลายประการ เช่น ห้ามรับบุตรบุญธรรม ห้ามคู่หญิงรักหญิงรับอุ้มบุญ ตลอดจนไม่รับรองชาวเวียดนามที่แต่งงานกับชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นพลเมืองของประเทศที่มีกฎหมายรับรองการแต่งงานของคนเพศเดียวกันเช่นเดิม
ขณะที่เหตุรุนแรงต่อกลุ่มชายรักชายในฟิลิปปินส์ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2011 เกิดคดีฆาตกรรมกลุ่มรักร่วมเพศถึง 28 คดี
“แม้ว่าในหลายชาติออกกฎหมายรับรองการแต่งงานกลุ่มรักเพศเดียวกัน ทว่ายังไม่มีการออกกฎหมายคุ้มครองและต่อต้านการเลือกปฏิบัติต่อผู้มีรสนิยมรักร่วมเพศ ทำให้ท้ายที่สุดแล้ว กลุ่มเพศที่ 3 ยังคงตกเป็นเหยื่อของความไม่เท่าเทียมกัน” กลุ่มพราวด์ ทู บี แอลจีบีที ซึ่งเป็นกลุ่มเรียกร้องสิทธิกลุ่มรักเพศเดียวกันในฟิลิปปินส์กล่าว







